คอสตาริกา สวิตเซอร์แลนด์แห่งลาตินอเมริกา

คอสตาริกา สวิตเซอร์แลนด์แห่งลาตินอเมริกา

13 พ.ย. 2020
คอสตาริกา สวิตเซอร์แลนด์แห่งลาตินอเมริกา /โดย ลงทุนแมน
ธงชาติของคอสตาริกามีสีธงชาติคล้ายคลึงกับธงชาติไทย แค่สลับตำแหน่งของสี
นอกจากเรื่องธงชาติแล้ว ประเทศนี้ยังอยู่ในภูมิภาคที่เป็นเขตร้อนเหมือนกับประเทศไทย มีพืชพรรณธรรมชาติคล้ายๆ กัน และมีรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นสัดส่วนสำคัญเช่นเดียวกัน
ถึงแม้จะมีธงชาติและทำเลที่ตั้งคล้ายกับประเทศไทย แต่คอสตาริกาได้รับฉายาว่า
“สวิตเซอร์แลนด์แห่งลาตินอเมริกา”
ทำไมต้องสวิตเซอร์แลนด์แห่งลาตินอเมริกา
และอะไรบ้างที่คอสตาริกาแตกต่างจากประเทศไทย?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
คอสตาริกา เป็นชื่อที่มาจากภาษาสเปน ที่แปลว่า “ชายฝั่งที่ร่ำรวย”
ดินแดนแห่งนี้เคยเป็นอาณานิคมของสเปนมาก่อน จึงทำให้ประชากร 5 ล้านคน ใช้ภาษาสเปนเป็นภาษาราชการ
ประเทศเล็กๆ ที่มีพื้นที่เพียง 1 ใน 10 ของประเทศไทยแห่งนี้ได้รับฉายาว่า
“สวิตเซอร์แลนด์แห่งลาตินอเมริกา”
ด้วยความที่คอสตาริกามีความคล้ายคลึงกับสวิตเซอร์แลนด์อยู่หลายประการ
ทั้งภูมิประเทศ เสถียรภาพทางการเมือง และสินค้าส่งออก
เริ่มจากภูมิประเทศ คอสตาริกามีแนวเทือกเขาพาดผ่านจากทิศเหนือสู่ทิศใต้
จึงทำให้ภูมิประเทศส่วนใหญ่ของประเทศนี้เป็นภูเขา แตกต่างจากสวิตเซอร์แลนด์ตรงที่ภูเขาของคอสตาริกาส่วนใหญ่เป็นภูเขาไฟ และหลายแห่งยังคงคุกรุ่นอยู่
ทำเลที่ตั้งของคอสตาริกาอยู่บริเวณคอคอดเล็กๆ ของภูมิภาคอเมริกากลาง ไม่ไกลจากเส้นศูนย์สูตร ซึ่งเป็นคอคอดที่เชื่อมระหว่างทวีปอเมริกาเหนือกับอเมริกาใต้
ทั้งประเทศจึงตั้งอยู่ในภูมิอากาศแบบป่าฝนเขตร้อน
เมื่อพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา มีภูมิอากาศอยู่ในเขตร้อน และมีดินภูเขาไฟที่อุดมสมบูรณ์
ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญของคอสตาริกาก็คือ “กาแฟ”
ปี 2019 คอสตาริกาส่งออกกาแฟเป็นมูลค่า 8,600 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 1% ของผลผลิตกาแฟโลก ถึงแม้จะเป็นสัดส่วนน้อย แต่กาแฟของคอสตาริกามีรสสัมผัสและกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ และจัดได้ว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
กาแฟทั้งหมดล้วนเป็นสายพันธุ์อะราบิกา เพราะตามกฎหมายไม่อนุญาตให้ปลูกกาแฟพันธุ์โรบัสตา ที่มีกลิ่นและรสไม่ดีเท่า เพื่อรักษาคุณภาพของสินค้าส่งออก
คอสตาริกาจึงมีนโยบายให้การสนับสนุนผู้ผลิตกาแฟรายย่อย ทั้งการสร้างสถานีล้างเมล็ดกาแฟขนาดเล็ก เพื่อให้เกษตรกรรายย่อยสามารถจัดการผลผลิตได้อย่างเป็นระบบ มีอิสระ และแปรรูปเมล็ดกาแฟได้หลากหลาย
นอกจากภูมิประเทศที่เป็นภูเขา อีกสิ่งหนึ่งที่คอสตาริกาคล้ายคลึงกับสวิตเซอร์แลนด์ก็คือ
ความมีเสถียรภาพทางการเมือง
รู้หรือไม่ว่า ประเทศที่มีประชากร 5 ล้านคนแห่งนี้ ไม่มีกองกำลังทหารเป็นของตัวเอง
หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง และโลกเข้าสู่ช่วงสงครามเย็น ในปี ค.ศ. 1949
ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง ที่ทำให้ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอเมริกากลาง เช่น ฮอนดูรัส นิการากัว และเอลซัลวาดอร์ ต่างเพิ่มงบประมาณด้านการทหารอย่างมหาศาล
แต่คอสตาริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดี Óscar Arias Sánchez ได้ตัดสินใจว่า ควรนำงบประมาณที่ใช้ด้านการทหาร มาใช้ในการพัฒนาการศึกษาและระบบสาธารณสุขของประเทศมากกว่า
คอสตาริกาจึงประกาศยกเลิกกองกำลังทหาร และใช้วิธีทางการทูตในการป้องกันประเทศแทน
ทั้งการผูกความปลอดภัยทางการทหารไว้กับกองทัพสหรัฐฯ และเจรจาทางการทูตกับหลากหลายประเทศทั้งฝั่งโลกเสรีและฝั่งคอมมิวนิสต์
ซึ่งการตัดสินใจทำแบบนี้ กลับให้ผลลัพธ์ที่น่าสนใจ
เพราะในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านในอเมริกากลาง ต่างวุ่นวายอยู่กับปัญหาสงครามกลางเมือง คอร์รัปชัน และการแทรกแซงทางการเมืองของกองทัพ
แต่คอสตาริกากลับไม่มีปัญหาเหล่านั้นเลยตลอดเวลาเกือบ 70 ปี
เป็นประเทศสงบสุข มีเสถียรภาพทางการเมือง ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยที่โปร่งใส
และมีปัญหาคอร์รัปชันต่ำที่สุดในภูมิภาค
นอกจากภูเขาและความสงบสุขแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่คล้ายคลึงกับสวิตเซอร์แลนด์ คือ สินค้าส่งออก
โดยสินค้าส่งออกสำคัญของคอสตาริกาคือ เครื่องมือแพทย์และยารักษาโรค
เมื่อการเมืองมีเสถียรภาพกว่าประเทศในอเมริกากลาง คอสตาริกาจึงดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป
คอสตาริกาวางนโยบายเป็นศูนย์กลางการผลิตอุปกรณ์การแพทย์และยารักษาโรค
ด้วยการทุ่มเทพัฒนาการศึกษามานาน ทำให้มีแรงงานที่มีทักษะสูง
จึงดึงดูดบริษัทอุปกรณ์การแพทย์และบริษัทยาชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา ทั้ง Baxter Healthcare
และ Abbott Laboratories ให้มาตั้งโรงงานใกล้กับเขตเมืองหลวงคือกรุงซันโฮเซ
ปี 2019 เครื่องมือแพทย์เป็นสินค้าส่งออกอันดับ 1 ของคอสตาริกา
คิดเป็นมูลค่า 111,000 ล้านบาท และเป็นสัดส่วนถึง 1 ใน 3 ของสินค้าส่งออกทั้งหมด

ความสงบสุขของประเทศยังทำให้คอสตาริกาดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้มากถึง 3 ล้านคนต่อปี
และสร้างรายได้ไม่แพ้การส่งออกเครื่องมือแพทย์ โดยมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญคือ ป่าฝนที่อุดมสมบูรณ์ ชายหาด ภูเขาไฟ และไร่กาแฟ
ด้วยภาคเศรษฐกิจที่หลากหลาย ทำให้ GDP ต่อหัวของชาวคอสตาริกาใกล้เคียงกับกลุ่มประเทศรายได้สูง ในปี 2019 ชาวคอสตาริกา มี GDP ต่อหัวคนละ 367,000 บาทต่อปี
ถึงแม้ GDP ต่อหัวจะห่างจากสวิตเซอร์แลนด์อยู่หลายเท่าตัว แต่ก็จัดได้ว่าเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศในภูมิภาคลาตินอเมริกา และมากกว่าประเทศไทยประมาณ 1.6 เท่า
นอกจากความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแล้ว คอสตาริกายังเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
พื้นที่กว่า 26% ของประเทศ จัดเป็นเขตอนุรักษ์ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มากที่สุดในโลก โดยมีพื้นที่ป่าฝนของคอสตาริกาเพิ่มขึ้นมา 2 เท่า นับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1980s
คอสตาริกายังใช้พลังงานหมุนเวียนทั้งหมด 100% ในการผลิตกระแสไฟฟ้า
โดยอาศัยความได้เปรียบจากภูมิประเทศ ทั้งพลังงานน้ำที่ได้จากเขตภูเขา
พลังงานความร้อนใต้พิภพจากเขตภูเขาไฟ พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมจากเขตร้อนชื้น
โดยเป้าหมายสูงสุดของคอสตาริกา คือการเป็นประเทศที่ไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
จากกิจกรรมใดๆ เลย หรือ Carbon Neutral ภายในปี ค.ศ. 2050
ในรายงาน World Happiness Report ขององค์การสหประชาชาติ ในปี 2019
มีการจัดอันดับประเทศทั่วโลกจากความสุข ซึ่งวัดจากหลายปัจจัย ทั้ง GDP ต่อหัว
เสถียรภาพทางการเมือง เสรีภาพของประชาชน และอัตราการคอร์รัปชัน
คอสตาริกาอยู่อันดับที่ 12 ของโลก
และเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคลาตินอเมริกาที่ติดอันดับ Top 20
ถึงแม้ความสุขจะเป็นนามธรรม อธิบายด้วยถ้อยคำได้ยาก และยิ่งยากหากจะวัดเป็นตัวเลข
แต่จากบทความที่กล่าวมาทั้งหมด คงไม่ใช่เรื่องเกินเลยหากจะกล่าวว่า
ชาวคอสตาริกามีความสุขเป็นอันดับต้นๆ ของโลก
หากจะหาคำนิยามว่า “ความสุข” คืออะไร?
สำหรับชาวคอสตาริกา อาจเป็นการหา “จุดสมดุล” ที่หลอมรวมการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ความสงบของบ้านเมือง และความสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อมเข้าไว้ด้วยกัน
และยืนอยู่ตรงจุดนั้นได้อย่างพอดี..
----------------------
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
----------------------
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.