Palantir ธุรกิจวิเคราะห์ข้อมูล มูลค่าล้านล้าน ที่เกิดจากเงินทุนของ CIA

Palantir ธุรกิจวิเคราะห์ข้อมูล มูลค่าล้านล้าน ที่เกิดจากเงินทุนของ CIA

28 ธ.ค. 2020
Palantir ธุรกิจวิเคราะห์ข้อมูล มูลค่าล้านล้าน ที่เกิดจากเงินทุนของ CIA /โดย ลงทุนแมน
ทุกวันนี้ “ข้อมูล” ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ
แต่แค่มีข้อมูลอยู่ในมือจำนวนมาก จะทำให้เราเหนือกว่าคู่แข่งได้เลยหรือไม่นั้น
คำตอบ คงไม่ใช่อย่างนั้นเสียทีเดียว
เพราะคำถามที่สำคัญยิ่งกว่าคือ
เราจะนำข้อมูลอันมากมายมหาศาลเหล่านั้น ไปใช้ประโยชน์อย่างไรได้บ้าง?
นี่จึงเป็นโอกาสให้บริษัท ชื่อว่า “Palantir”
พัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและทำนายอนาคตขึ้นมา
ซึ่งมีลูกค้าหลายกลุ่มให้ความสนใจใช้บริการ โดยหนึ่งในนั้นคือ CIA
เรื่องราวของบริษัทนี้น่าสนใจอย่างไร
แล้วธุรกิจที่อาศัยข้อมูลคนอื่นในการดำเนินงาน จะมีมูลค่าใหญ่แค่ไหน?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
Palantir Technologies เป็นบริษัทเทคโนโลยีจากประเทศสหรัฐอเมริกา
ก่อตั้งขึ้นในปี 2003 หรือเมื่อ 17 ปีที่แล้ว
โดยประกอบธุรกิจเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มวิเคราะห์ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data ด้วยระบบ AI
เพื่อประมวลผลความน่าจะเป็นของเหตุการณ์หรือโจทย์ที่ลูกค้าต้องการรู้
หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง และถือหุ้นใหญ่ของบริษัท คือ ปีเตอร์ ธีล
ซึ่งหลายคนน่าจะพอคุ้นชื่อเขา ในฐานะอดีต CEO ของ PayPal และผู้ลงทุนคนนอกรายแรกของ Facebook รวมถึงกิจการสตาร์ตอัปหลายแห่ง
โดยหลังเกิดเหตุวินาศกรรม 9/11 เมื่อปี 2001
ธีล ได้มีไอเดียที่จะพัฒนาเครื่องมือ สำหรับช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะดังกล่าวซ้ำอีกในอนาคต
ในเวลาต่อมา เขาจึงนำเงินส่วนหนึ่งจากการขายหุ้น PayPal มาก่อตั้งบริษัท Palantir นั่นเอง
ทั้งนี้ ธีลได้แรงบันดาลใจคำว่า “Palantir” มาจากชื่อลูกแก้ววิเศษ ในภาพยนตร์เรื่อง The Lord of the Rings ซึ่งสามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต จากทั่วทุกมุมโลก
อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกบริษัทกลับประสบปัญหาในการหาผู้เข้าร่วมลงทุน
เนื่องจากโมเดลธุรกิจ จำเป็นต้องใช้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความมั่นคงจำนวนมาก ซึ่งจะรวบรวมยากและมีต้นทุนบริหารจัดการสูงพอสมควร
แต่สุดท้าย พวกเขาก็เจอนักลงทุนภายนอกที่เหมาะสม
นั่นคือ สำนักข่าวกรองกลางสหรัฐอเมริกา หรือ “CIA”
โดย Palantir ได้รับเงินทุนก้อนแรก มูลค่า 60 ล้านบาท จาก In-Q-Tel ซึ่งเป็นกองทุน Venture Capital ของ CIA ที่ลงทุนในสตาร์ตอัปต่างๆ เพื่อให้ป้อนเทคโนโลยีด้านการวิเคราะห์ข่าวกรองที่ทันสมัยสุดให้แก่ CIA
หลังจากนั้น บริษัทไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดเรื่องการเพิ่มทุนสักเท่าไร โดยมีเพียงข้อมูลเบื้องต้นว่า In-Q-Tel เคยถือหุ้นของ Palantir ราว 10% เมื่อปี 2008
แต่ประโยชน์ที่สำคัญกว่า คือ การที่บริษัทได้ข้อมูลป้อนเข้าระบบตามที่ต้องการ และทำงานร่วมกับ CIA เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ต่อมา บริษัทจึงเปิดให้บริการหลัก ชื่อว่า Palantir Gotham
ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลข่าวกรองด้านความมั่นคงโดยเฉพาะ
โดยมีลูกค้าส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานรัฐ เช่น CIA, FBI, สำนักงานตำรวจ, กองทัพสหรัฐฯ
นอกจากนั้น บริษัทยังมีบริการสำหรับลูกค้าเอกชน ได้แก่
- Palantir Metropolis แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลการเงิน ใช้กับลูกค้ากลุ่มธนาคาร, เฮดจ์ฟันด์ หรือกองทุนสำหรับการเก็งกำไร
- Palantir Foundry แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจทั่วไป ซึ่งลูกค้ามาจากอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น พลังงาน, ยานยนต์, ขนส่งสินค้า, การแพทย์
รวมทั้งในปี 2020 ซึ่งเกิดการระบาดของโควิด 19
ทางบริษัทก็ได้ร่วมมือกับหน่วยงานสาธารณสุขหลายประเทศ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลควบคุมการแพร่ระบาด
แต่ด้วยแนวทางการทำงานที่ค่อนข้างเป็นความลับ และเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนตัวของประชาชน
จึงทำให้บริษัทมักถูกวิจารณ์ถึงเรื่องการละเมิดสิทธิ์อยู่บ่อยครั้ง
ตัวอย่างเช่น ในปี 2016 หน่วยงานของกระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกา ได้ฟ้องร้อง Palantir ในข้อหากีดกันทางเชื้อชาติ โดยกล่าวหาว่าแพลตฟอร์มมีการคัดรายชื่อผู้สมัครงานเชื้อสายเอเชียออก ทั้งที่มีประวัติที่ดีเทียบเท่ากับผู้สมัครงานสัญชาติอื่นๆ ซึ่งสุดท้ายบริษัทได้ยอมจ่ายเงินค่ายอมคดีความไป 51 ล้านบาท
แล้วผลการดำเนินงานของ Palantir เป็นอย่างไรบ้าง?
ในปัจจุบัน Palantir มีลูกค้าใช้บริการแพลตฟอร์มอยู่ 125 ราย จาก 36 กลุ่มอุตสาหกรรม
ปี 2018 รายได้ 17,800 ล้านบาท ขาดทุน 17,900 ล้านบาท
ปี 2019 รายได้ 22,200 ล้านบาท ขาดทุน 17,300 ล้านบาท
แต่จะเห็นได้ชัดเจนว่า Palantir ยังขาดทุนอย่างมหาศาล
ซึ่งอันที่จริง พวกเขายังไม่เคยทำกำไรได้เลยสักปี นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา
นอกจากนั้นบริษัทยังมีประเด็นความเสี่ยงคือ รายได้จากลูกค้ารายใหญ่ 3 ราย คิดเป็นสัดส่วนมากถึง 1 ใน 4 ของรายได้บริษัท
ซึ่งหากบริษัทถูกยกเลิกหรือไม่ได้ต่อสัญญา ก็อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อการดำเนินงาน
อย่างไรก็ตาม หลายคนคาดการณ์ว่าบริษัทมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก
จึงทำให้ Palantir เป็นหนึ่งในสตาร์ตอัปที่มีมูลค่าสูงอันดับต้นๆ ของโลก มานานหลายปี
โดยปี 2020 บริษัทคาดการณ์ว่าจะมีรายได้สูงกว่า 30,000 ล้านบาท
ขณะที่ในปี 2021 ก็น่าจะเติบโตต่อไม่ต่ำกว่า 30%
ก่อนหน้านี้ บริษัทเคยบอกว่าจะไม่จดทะเบียนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากธุรกิจค่อนข้างเป็นความลับ และหากมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายฝ่าย อาจทำให้ทำงานลำบากขึ้น
แต่เมื่อเดือนกันยายน 2020 Palantir กลับถูกนำเข้าตลาดหุ้นนิวยอร์ก ด้วยวิธี Direct Listing
คือ เสนอขายหุ้นเดิมต่อนักลงทุน โดยไม่มีการออกหุ้นใหม่ผ่าน Underwriters
ซึ่งมูลค่าหุ้นของบริษัท ณ วันแรกที่ซื้อขายในตลาด อยู่ที่ประมาณ 6.3 แสนล้านบาท
และล่าสุด ได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.6 ล้านล้านบาท หรือสูงขึ้น 150% ภายในไตรมาสเดียว
โดยหากเปรียบเทียบกับหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย Palantir จะเป็นบริษัทใหญ่สุดของตลาดในทันที
เรื่องราวนี้ สะท้อนให้เห็นว่า
ข้อมูล และกลยุทธ์ในการใช้ประโยชน์จากข้อมูล
กำลังกลายเป็นสิ่งสำคัญมากในทุกวันนี้
ซึ่งความสำคัญเหล่านั้น มันก็ได้สะท้อนผ่านมูลค่าที่มหาศาล
ของบริษัทที่ทำธุรกิจวิเคราะห์ข้อมูลอย่าง Palantir..
----------------------
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
----------------------
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
© 2021 Longtunman. All rights reserved.