ชายผู้สะสมภาพวาด จนรวยที่สุดในประเทศ

ชายผู้สะสมภาพวาด จนรวยที่สุดในประเทศ

23 ก.พ. 2021
ชายผู้สะสมภาพวาด จนรวยที่สุดในประเทศ /โดย ลงทุนแมน
“ไม่มีอะไรจะแย่ไปกว่าการที่คุณได้ครอบครองอะไรสักอย่าง
แล้วไม่พยายามทำความเข้าใจในสิ่งนั้นเลย”
นี่คือคำกล่าวของคุณเดวิด นาห์แมด (David Nahmad) มหาเศรษฐีวัย 74 ปี
ผู้มีมูลค่าสินทรัพย์รวมกันถึง 57,000 ล้านบาท
โดยสินทรัพย์สัดส่วนมากกว่า 80% ของสินทรัพย์ทั้งหมด อยู่ในรูปของ “ภาพวาด”
หากพูดถึงการลงทุน นอกจากพันธบัตร ตราสารหนี้ หุ้น หรือทองคำที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกันแล้ว
ผลงานศิลปะ โดยเฉพาะภาพวาด ก็เป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ที่นักสะสมหลายคนมองว่าเป็นการลงทุนที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะเป็นการลงทุนทางใจ ให้ได้ชื่นชม และปลอบประโลมจิตใจแล้ว
ภาพวาดคืองานที่มีชิ้นเดียวในโลก และหากเป็นงานที่ศิลปินผู้สร้างได้จากโลกนี้ไปแล้ว
ราคาของภาพชิ้นนั้นก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นได้เรื่อยๆ..
แล้วคุณเดวิด นาห์แมด เป็นใคร มาจากไหน
และเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศอะไร?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
ตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนานของอารยธรรมมนุษย์ นอกจากความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ปรัชญา และการเงินแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ขับเคลื่อนอารยธรรมของเราก็คือ ศิลปะ
ไม่ว่าจะเป็นภาพวาด งานประติมากรรม หรือเครื่องประดับตกแต่ง
ศิลปะทุกแขนงล้วนสื่อถึงความเชื่อ เรื่องราว ความรู้สึกนึกคิดของศิลปิน
เป็นทั้งบันทึกประวัติศาสตร์ เครื่องใช้ไม้สอย และสิ่งปลอบประโลมจิตใจในเวลาเดียวกัน
และเช่นเดียวกับเรื่องราวประวัติศาสตร์ของโลกตะวันตก
ประวัติศาสตร์ของศิลปะก็ถูกแบ่งเป็นยุคสมัยต่างๆ
ตามรูปแบบ ความก้าวหน้า และแนวคิดของบุคคลในช่วงเวลานั้นๆ เช่น
ศิลปะเรอแนซองซ์ จะเป็นศิลปะที่เกิดขึ้นในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ราวศตวรรษที่ 15
ศิลปะอิมเพรสชันนิสม์ เป็นศิลปะที่เกิดขึ้นในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ราวปลายศตวรรษที่ 19
ศิลปะคิวบิสม์ เป็นศิลปะที่เกิดในศตวรรษที่ 20 ในยุคที่มีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์
โดยศิลปะในแต่ละยุคสมัย ก็จะมีลักษณะ และความโดดเด่นที่แตกต่างกันออกไป
ศิลปะอิมเพรสชันนิสม์ (Impressionism) หรือ ลัทธิประทับใจ
สำหรับภาพวาด ยุคนี้เป็นยุคที่ศิลปินหลีกเลี่ยงรูปแบบที่เป็นความงามเหมือนจริงตามธรรมชาติ แสงสีที่ถูกต้องตามความเป็นจริง ถูกเปลี่ยนเป็นการใช้แสง สีสว่างๆ และแสดงความรู้สึกประทับใจครั้งแรกให้ปรากฏอยู่บนรูปภาพ
ศิลปินที่โด่งดังด้วยงานสไตล์นี้ เช่น เคลาต์ โมเนต์ และปิแอร์ ออกุสต์ เรอนัวร์
ศิลปะคิวบิสม์ (Cubism) หรือ ลัทธิเหลี่ยมมุม
สำหรับภาพวาด เป็นยุคที่ศิลปินเชื่อว่าการแสดงออกทางศิลปะไม่ควรถ่ายทอดออกมาตามที่ตาเห็น แต่ศิลปินจะต้องกลั่นกรองให้ออกมาอยู่ในรูปของรูปทรงเรขาคณิต เพื่อแสดงถึงแก่นที่แท้จริง มั่นคงแข็งแรง และถ่ายทอดวัตถุจากหลายแง่มุม
ศิลปินที่โด่งดังด้วยงานสไตล์นี้ เช่น ปาโบล ปิกัสโซ ที่มีชีวิตรุ่งเรืองอยู่ในช่วงทศวรรษ 1930s-1970s
และในช่วงเวลาคาบเกี่ยวกับยุครุ่งเรืองของปิกัสโซนี่เอง
คุณเดวิด นาห์แมด ผู้เกิดในครอบครัวชาวยิว ใช้ชีวิตช่วงวัยเด็กในประเทศซีเรีย และเลบานอน ได้ย้ายตามคุณพ่อที่เป็นนายธนาคารมาอยู่ประเทศอิตาลีในช่วงทศวรรษ 1960s
ในช่วงวัยเด็กคุณเดวิดต้องช่วยพี่ชายคนโต คือคุณโจเซฟ ซึ่งมีอายุห่างจากเขาถึง 15 ปี
โดยงานที่ว่าคือ การเป็นเป็นนักสะสม และนายหน้าค้างานศิลปะ
ยิ่งเมื่อย้ายมาอยู่ในประเทศแห่งศิลปะอย่างอิตาลี
ทำให้เขาคุ้นเคยกับภาพวาดมากมายตั้งแต่เด็กๆ มีโอกาสได้ช่วยพี่ชายเลือกภาพวาด และเข้าร่วมงานประมูลศิลปะหลายต่อหลายครั้ง
ซึ่งหนึ่งในผลงานของศิลปินที่เขามีโอกาสได้สัมผัสมากที่สุด ก็คือ ปิกัสโซ..
การเป็นนายหน้าค้างานศิลปะ คือการเป็นตัวแทน ทั้งฝั่งศิลปิน และฝั่งนักสะสมเพื่อขายงานศิลปะ โดยจะได้รับผลตอบแทน เป็นส่วนแบ่งค่านายหน้าที่ค่อนข้างสูง อยู่ในช่วง 5 - 50% ของมูลค่างานศิลปะที่ขายได้ แต่ก็ต้องแลกมากับความเชี่ยวชาญ ทั้งความรู้ในงานศิลปะ การจับผิดของลอกเลียนแบบ และความสามารถในการเจรจา
ด้วยความที่พี่ชายเป็นคนที่มีความสามารถในการเลือกงานศิลปะ และเข้าใจความหมายเชิงลึกของภาพวาดเป็นอย่างดี ซึ่งก็ได้ถ่ายทอดความสามารถด้านนี้มาสู่คุณเดวิด ทำให้เขากลายเป็นผู้ที่หลงใหลในงานศิลปะเช่นเดียวกัน
แต่สิ่งที่เขาต่างจากพี่ชายก็คือ คุณเดวิดเชื่อว่า งานศิลปะเหล่านี้เป็นวิทยาศาสตร์อย่างหนึ่ง
และสามารถพัฒนามาสู่การลงทุนได้ จึงค่อยๆ สะสมความลุ่มลึกทางศิลปะ และความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนไปพร้อมๆ กัน
จนท้ายที่สุด เขาก็ได้ตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัย ขณะกำลังศึกษาอยู่คณะวิศวกรรมโยธา และผันตัวมาเป็นนักลงทุนเต็มตัว โดยส่วนหนึ่งลงทุนในหุ้น โดยเฉพาะตลาดหุ้นอิตาลี และอีกส่วนหนึ่งลงทุนในตลาดศิลปะระหว่างประเทศ
ช่วงทศวรรษ 1960s เป็นช่วงที่เศรษฐกิจอิตาลีเติบโต
ทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นเติบโตตามไปด้วย
จากนั้นเขาได้นำกำไรบางส่วนมาสะสมผลงานศิลปะ
โดยเฉพาะภาพวาดของปิกัสโซ ที่เขาได้ซื้อภาพแรกมาจากพี่ชายในราคา 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ
ความลุ่มลึกทางศิลปะที่สั่งสมเรื่อยมา ทำให้คุณเดวิด มีเกณฑ์ส่วนตัวในการเลือกภาพวาดอยู่หลายประการ ที่น่าสนใจ เช่น
เขาจะซื้อภาพวาดของศิลปินหน้าใหม่ในช่วงแรกๆ ของการสร้างสรรค์ เพราะเขาเชื่อว่า หลังจากนั้น ศิลปินบางคนจะเริ่มหมดมุกในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ
สำหรับภาพวาดที่เป็นงาน Blue Chip เขามักจะตั้งราคาขายที่สูง และซื้อกลับมาในราคาสูงกว่าที่ขายออกไป แล้วทำเช่นนี้สลับกันไป เพื่อดันให้ราคาสูงขึ้นไปเรื่อยๆ
เช่น ผลงานชิ้นหนึ่งของเฟอร์นานด์ เลเกอร์ ศิลปินคิวบิสม์ชาวฝรั่งเศส ที่เขาเคยขาย-ซื้อ
สลับกันไปมาถึง 5 ครั้ง แต่การจะทำเช่นนี้ได้ งานชิ้นนั้นจะต้องเป็นงานระดับชั้นยอดเท่านั้น
จุดเปลี่ยนสำคัญ คือ ช่วงเศรษฐกิจตกต่ำจากวิกฤติน้ำมันในช่วงทศวรรษ 1970s
ที่ทำให้ตลาดศิลปะระหว่างประเทศหดตัวอย่างหนัก ผลงานศิลปะหลายชิ้นมีราคาลดลงอย่างมาก คุณเดวิดจึงใช้โอกาสนี้เข้าสะสมผลงานศิลปะที่เขาเห็นว่ามีคุณค่า เมื่อเศรษฐกิจกลับมาดีขึ้นในช่วงทศวรรษ 1980s มูลค่าสินทรัพย์ของคุณเดวิดก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก
หลังจากนั้น เขาก็ได้ย้ายเข้าไปอยู่ในโมนาโก ประเทศขนาดเล็กริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ที่ถูกล้อมรอบด้วยประเทศฝรั่งเศส และเปลี่ยนสัญชาติเป็นชาวโมนาโก
ส่วนภาพวาดของเขา ส่วนใหญ่ถูกเก็บไว้ในโกดังในประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ด้วยมูลค่าสินทรัพย์มหาศาล ทำให้คุณเดวิดกลายเป็นบุคคลที่รวยที่สุดในประเทศโมนาโก
โดย Forbes ประเมินสินทรัพย์ของเขา รวมทั้งหุ้น และผลงานศิลปะอยู่ที่ราว 57,000 ล้านบาท
ซึ่งในบรรดาผลงานที่เขาสะสม ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นผลงานของศิลปินในยุคคิวบิสก์
โดยเฉพาะปิกัสโซ ที่มีอยู่กว่า 300 รูปภาพ คิดเป็นมูลค่ารวมกันกว่า 30,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ก็มีงานในยุคอิมเพรสชันนิสม์ เช่น ผลงานของเรอนัวร์ และโมเนต์ ซึ่งล้วนแต่เป็นผลงานศิลปะระดับ Blue Chip
ปัจจุบันคุณเดวิด มีรายได้มาจากการจัดแสดงผลงานศิลปะที่เขาครอบครอง
และยังมีการซื้อขายศิลปะอยู่เสมอ
แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็ได้มอบงานศิลปะส่วนใหญ่
ให้สถาบันศิลปะต่างๆ ยืมไปจัดแสดงโดยไม่คิดค่าตอบแทน
โดยคุณเดวิดได้มอบให้สถาบันการศึกษา ยืมไปจัดแสดงมากกว่า 100 สถาบันแล้ว
และเขามักกล่าวกับตัวแทนจากสถาบันเหล่านั้นเสมอว่า
“งานศิลปะไม่ใช่สินทรัพย์ แต่เป็นสิ่งสำคัญในวัฒนธรรมของมนุษยชาติ”..
เรื่องราวของบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโมนาโก เป็นข้อพิสูจน์ที่น่าสนใจ
ต่อให้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีจะก้าวไกลสักแค่ไหน แต่จิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์ อารมณ์ ความลึกซึ้งก็ยังคงถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของศิลปะ และปลอบประโลมจิตใจของมนุษย์ได้ทุกยุคทุกสมัย..
----------------------
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
----------------------
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงท-นแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
References
-รองศาสตราจารย์ศุภชัย สิงห์ยะบุศย์, ประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันตก
-https://www.timesofisrael.com/billionaire-bids-anxious-farewell-to-picasso/
-https://www.forbes.com/profile/david-nahmad/?list=rtb/&sh=6f6bb5901198
-http://www.bbeyondmagazine.com/david-nahmad-interview/
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.