คิงส์คอลเลจกรุงเทพ โรงเรียนที่คิด “นอกกรอบ” ระบบการศึกษาไทย

คิงส์คอลเลจกรุงเทพ โรงเรียนที่คิด “นอกกรอบ” ระบบการศึกษาไทย

9 มี.ค. 2021
King’s College Bangkok X ลงทุนแมน
คิงส์คอลเลจกรุงเทพ โรงเรียนที่คิด “นอกกรอบ” ระบบการศึกษาไทย
หากมีใครลงทุนด้วยเงินหลายพันล้านบาท บนพื้นที่ขนาดใหญ่ 23 ไร่ บนที่ดินใจกลางเมืองซึ่งมีมูลค่าสูง เพื่อสร้างโรงเรียนนานาชาติ ขนาดเต็มรูปแบบ
ตั้งแต่ระดับ Pre-nursery ถึง Year 13 หรือชั้นเตรียมอนุบาล - มัธยมศึกษาปีที่ 6
ความคิดแรกในหัว เราคงอยากรู้จักโรงเรียนนี้ขึ้นมาทันที
โรงเรียน ที่พูดถึงคือ โรงเรียนนานาชาติ คิงส์คอลเลจกรุงเทพ
ตั้งอยู่บนที่ดินผืนงามบนถนนรัชดาภิเษก-พระราม 3 ซึ่งเป็นของกลุ่มสหพัฒน์
ที่ร่วมทุนกับทางโรงเรียน เพื่อสร้างโรงเรียนแห่งนี้ให้เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย
ความน่าสนใจของเรื่องนี้มันอยู่ที่ว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีโรงเรียนนานาชาติที่อ้างว่าเป็นระดับ Tier-1 เกิดขึ้นมาอย่างมากมาย การที่ผู้ปกครองจะเลือกโรงเรียนให้ลูก จึงต้องมีความ “ต่าง” และต่างอย่างแท้จริง
ความ “ต่าง” ที่ว่าคืออะไร
แล้วโรงเรียนแห่งนี้ มีต้นกำเนิดมาจากไหน
ระบบการเรียนการสอน จนถึงแนวคิดการพัฒนาเด็ก เป็นอย่างไร
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
จุดเริ่มต้นของโรงเรียนแห่งนี้เกิดจาก ศ. (พิเศษ) ดร. สาคร สุขศรีวงศ์
ได้ส่งลูกชายไปเรียนต่างประเทศ พร้อมกับพบว่ามีพัฒนาการทั้งความรู้ และความคิดแบบ ก้าวกระโดด
เลยทำให้เขาตั้งคำถามถึงการ “ก้าวกระโดด” ครั้งนี้มาจากอะไร?
จนพบคำตอบคือ ระบบการเรียนการสอนที่แตกต่างจากในเมืองไทยเหลือเกิน
จากความสงสัยก็เปลี่ยนเป็นแรงบันดาลใจ ที่ต้องการสร้างโรงเรียนดีๆ สักแห่งในเมืองไทย
จนมีคนแนะนำให้เขารู้จัก King's College School Wimbledon
โรงเรียนที่เป็นหนึ่งในตำนานของระบบการศึกษาของประเทศอังกฤษ
ที่ก่อตั้งโดย สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 4 แห่งสหราชอาณาจักร เมื่อ 191 ปีก่อน
โดยโรงเรียนแห่งนี้ก็มีสถิติน่าทึ่ง เมื่อเด็กที่เรียนจบสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัย Oxford และ Cambridge ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอันดับต้นของโลกได้ถึง 25% จากจำนวนเด็กทั้งหมด รวมจำนวนกว่า 300 คน ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
ที่สำคัญเมื่อ ดร.สาคร ได้เห็นระบบการเรียนการสอนจนถึงวัฒนธรรมโรงเรียน ก็ถูกใจ
เลยตัดสินใจขอสิทธิ์ร่วมกันเปิดโรงเรียน คิงส์คอลเลจ แห่งแรกในอาเซียน
โดยก่อนหน้านี้ King's College School Wimbledon มีการเปิดสอนในประเทศจีนอยู่ 2 สาขา
ความน่าสนใจของ โรงเรียนนานาชาติ คิงส์คอลเลจกรุงเทพ ก็คือ Facilities มาตรฐานระดับโลก เช่น สปอร์ตฮอลล์ขนาดยักษ์กว่า 2,000 ตารางเมตรพร้อมติดตั้งระบบปรับอากาศ
สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือขนาดเท่าที่ใช้แข่งขันโอลิมปิก ทำให้เด็กสามารถใช้สระได้ทุกสภาพอากาศ, สนามเทนนิส และลู่วิ่งในร่ม, ห้องสมุดขนาดใหญ่, ห้องแลบวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัยสุด, ห้องซ้อม และห้องเรียนดนตรี 17 ห้อง
อีกทั้งยังลงทุนซื้ออุปกรณ์ iPad ให้กับนักเรียนทุกคนใช้ประกอบการเรียน
โดยจะให้เด็กใช้งาน iPad เฉพาะเวลาจำเป็นที่จะต้องใช้ เพื่อลดปัญหาการติดจอที่บ้าน
เพียงแต่สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้นักเรียน 1 คนมีคุณภาพที่ดีหรือไม่นั้นคือ “ครู”
เชื่อหรือไม่ ช่วงเวลา 1 ปีเศษที่ผ่านมา มีคนที่มาสมัครเป็นครูมากกว่า 3,500 คน
แต่จะถูกคัดเหลือเพียง 70 คนเท่านั้น
อธิบายให้เห็นภาพคือใน 100 คนที่มาสมัครเป็นครู จะมีแค่ 2 คนเท่านั้นที่ได้งานนี้
ที่น่าสนใจก็คือ ความรู้ความสามารถ ของคนที่มาสมัครมีความโดดเด่นไม่แพ้กัน
แต่ “จุดตัดที่สำคัญอีกประการหนึ่ง” ก็คือ “จิตวิญญาณความเป็นครู”
แล้วรู้หรือไม่ว่า นอกจากการคัดเลือกครูที่มาสอนอย่างเข้มข้น
ทางโรงเรียนแห่งนี้ ยังมีครูดีกรีระดับโลก เช่น ครูที่เรียนจบจาก Oxford และ Cambridge เป็นต้น ที่ส่งตรงมาจากโรงเรียนแม่ King's College School Wimbledon โดยตรง
โดยเฉพาะหมวดวิชาสำคัญอย่าง STEM (Science, Technology, Engineering and Maths)
หรือวิชา วิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี, วิศวกรรม และคณิตศาสตร์
นับเป็นความโชคดีของเด็กๆ ไทยที่จะได้เรียนกับครูระดับท็อปของโลกเหล่านี้
โดยไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงต่างประเทศ
อีกทั้ง คุณครูโรงเรียนแห่งนี้ ไม่ใช่แค่สอนหนังสืออย่างเดียว
แต่มีอีกหนึ่งหน้าที่สำคัญคือ ต้องดูแลเส้นทางการเติบโตของนักเรียนแต่ละคนอย่างใกล้ชิด
พร้อมทั้งดูแลและพัฒนานักเรียนอย่างรอบด้านไปด้วยกันกับผู้ปกครอง ด้วยการจัดเวลาให้ผู้ปกครองพบและพูดคุยกับคุณครูอยู่สม่ำเสมอ ตั้งแต่ตอนเช้าตรู่ของทุกวัน
โดยแนวทางในการพัฒนาเด็กถูกแบ่งออกเป็น 3 เรื่องหลัก
ข้อแรก คือ ความเป็นเลิศทางวิชาการ โรงเรียนแห่งนี้ใช้วิธีการสอนอย่างสร้างสรรค์
เพื่อให้เด็กรู้สึกสนุกไปกับการเรียน แต่ก็แฝงไปด้วยหลักสูตรความรู้ที่แข็งแกร่ง
พูดให้เห็นภาพคือคุณครูจะเหมือนเพื่อนสนิท ที่มาสอนวิชายากๆ แต่นำเสนอด้วยวิธีง่ายๆ นั่นเอง
ลองคิดดูว่า หากเราเป็นนักเรียนที่นี้ ก็ย่อมรู้สึกว่าการเรียนวิชายากๆ กลายเป็นเรื่องสนุก
เพราะคุณครูจะเป็นผู้สร้างบรรยากาศให้รู้สึกสนุกและภูมิใจกับสิ่งที่เด็กกำลังทำอยู่
ผลลัพธ์คือ King's College School Wimbledon แต่ละปีมีนักเรียน 90% สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ตนเองเลือกเป็นอันดับแรก
ข้อสอง หลักสูตรร่วมผสม คือการใช้วิธีผสมผสานการเรียนและกิจกรรมต่างๆ เข้าด้วยกัน
เพื่อให้เด็กๆ สร้างทักษะในด้านต่างๆ รวมถึงเรียนรู้
พร้อมค้นพบว่าตัวเราเองชอบที่จะเล่นดนตรีอะไร กีฬาชนิดไหน หรือชอบทำกิจกรรมอะไร
ทำให้เด็กสามารถเติบโตอย่างครบถ้วนรอบด้าน
ข้อสุดท้ายก็คือ การดูแลเด็กในทุกมิติ ต้องบอกว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจไม่น้อย
เมื่อคุณครูที่นี่ จะเฝ้าดูพัฒนาการของเด็ก ตั้งแต่วันแรกจนจบการศึกษา
อีกทั้งยังมี House System จัดกลุ่มให้นักเรียนได้อยู่ในบ้านที่มีครูประจำบ้าน
เป้าหมายก็คือ นอกจากให้เด็กฝึกใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นแล้วนั้น
เมื่อใกล้จบการศึกษาจะมีคุณครู 2 - 3 คน
ช่วยแนะนำค้นหา “ตัวตน” ของเด็กคนนั้นว่าควรเรียนต่อคณะไหน โตมาจะประกอบอาชีพอะไร
เรื่องนี้ถือว่าสำคัญเพราะเชื่อหรือไม่ว่าในโลกใบนี้ มีคนจำนวนไม่น้อย
ที่ยังไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ว อาชีพที่เราทำอยู่ มันใช่ตัวตนจริงๆ ของเราหรือเปล่า
อ่านถึงตรงนี้ ในมุมมองของ ลงทุนแมน ต้องบอกว่า โรงเรียนนานาชาติ คิงส์คอลเลจกรุงเทพ
อาจไม่ใช่โรงเรียนที่มีจุดขายแค่ Facilities มาตรฐานระดับโลก
หรือบ่มเพาะให้เด็กมีความรู้ความสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยระดับโลกได้
แต่โรงเรียนนี้กำลังสร้างสิ่งที่ระบบการศึกษาไทยหรือประเทศอื่นๆ อาจไม่มี
นั่นคือสอนให้เด็กรู้จักคุณค่าพร้อม “ตัวตน” ที่แท้จริงว่าตัวเองคือใคร
พร้อมสร้างจิตใจใฝ่รู้ ซึ่งเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ที่ยั่งยืนไปตลอดชีวิตให้กับเด็ก
เพื่อให้เด็กคนนั้นเติบโตในรั้วมหาวิทยาลัย จนก้าวสู่ในโลกของการทำงาน
พร้อมกับเรียนรู้วิธีปรับตัวอย่างไร
ในวันที่ ทุกอย่างบนโลกใบนี้ เปลี่ยนแปลงเร็วเสียเหลือเกิน..
ปิดท้ายข้อมูลที่น่าสนใจ
ในช่วงปลายปีที่ผ่านมาทางโรงเรียนนานาชาติ คิงส์คอลเลจกรุงเทพ ได้ทำแบบสอบถามผู้ปกครองต่อพัฒนาการเด็กพบว่า 100% เห็นพัฒนาการของลูก และสัมผัสได้ถึงความสุขที่ลูกมาโรงเรียน
© 2021 Longtunman. All rights reserved.