บริษัทเฌอร่ายึดหลักอะไร ในการดำเนินธุรกิจ ให้ยั่งยืน

บริษัทเฌอร่ายึดหลักอะไร ในการดำเนินธุรกิจ ให้ยั่งยืน

26 มี.ค. 2021
บริษัทเฌอร่ายึดหลักอะไร ในการดำเนินธุรกิจ ให้ยั่งยืน
เฌอร่า x ลงทุนแมน
เมื่อพูดถึงคำว่า “เฌอร่า” คนไทยส่วนใหญ่ก็มักจะรู้กันว่า เป็นบริษัทที่ทำ “ไม้ฝา” หรือ “ผลิตวัสดุก่อสร้าง”
เนื่องจากเฌอร่า เป็นบริษัทที่ผลิตวัสดุก่อสร้าง ที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 47 ปีแล้ว
แต่ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ ทำไมเฌอร่าถึงเลือกที่จะสร้างนวัตกรรมอื่น ๆ ขึ้นมาแทนไม้จริง
ทั้งที่เมื่อก่อนก็มีกลุ่มคนจำนวนไม่น้อย ที่ต้องการสร้างบ้านจากไม้
บริษัทเฌอร่า มีแก่นของธุรกิจเป็นอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
เฌอร่า เป็นผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง ที่ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด Sustainability
นั่นก็คือ มุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และใส่ใจคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทย
โดยในปี 2550 ทางบริษัทเฌอร่า ได้ยกเลิกการใช้วัตถุดิบแร่ใยหินในการผลิต
ซึ่งถือเป็นบริษัทรายแรก ๆ ของกลุ่มอุตสาหกรรมกระเบื้องมุงหลังคาที่ยกเลิกการใช้วัตถุดิบชนิดนี้
เหตุผลที่ต้องยกเลิกก็เพราะว่า แร่ใยหิน เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง
ซึ่งส่งผลอันตรายต่อสุขภาพ ทั้งต่อผู้ปฏิบัติงานและผู้อยู่อาศัย
ทำให้เฌอร่าต้องคิดค้นนวัตกรรมใหม่ นั่นก็คือ “ไฟเบอร์ซีเมนต์” โดยเป็นเยื่อไม้ที่ผสมกับซีเมนต์
และเป็นเส้นใยธรรมชาติ ที่มาจากป่าปลูกเพื่อใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ (Forest plantation) ที่ช่วยฟื้นฟูเพิ่มจำนวนต้นไม้ในพื้นที่ส่วนป่าอย่างยั่งยืน โดยไม่กระทบกับป่าธรรมชาติและระบบนิเวศของสิ่งมีชีวิต ดังนั้น เฌอร่า จึงใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยลดมลภาวะเพื่อให้ผู้คนอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุล
และการที่ใช้วัสดุอื่นขึ้นมาทดแทนการใช้ไม้จริง ลูกค้าก็จะได้สินค้าที่มีราคาถูกลง
กันน้ำได้ กันปลวกได้ และตัดแต่งเหมือนกับไม้ทั่วไป
โดยที่รูปลักษณ์ภายนอกก็ยังคงคล้ายกับไม้จริง ๆ
ซึ่งเป็นการตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า ที่ต้องการสร้างบ้านด้วยไม้ แต่อยากจ่ายในราคาที่น้อยลง
และเพื่อให้เป็นไปตามแนวคิด Sustainability ก็ต้องใส่ใจในกระบวนการผลิตด้วย
โดยในกระบวนการผลิต ทางเฌอร่าก็เลือกใช้พลังงานจาก Solar Rooftop
โดยติดตั้งบนหลังคาโรงงาน ขนาด 15.6 เมกะวัตต์ (MW) ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ทำให้สามารถลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 8,000 กว่าตันต่อปี
หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 480,000 ต้น จนได้รับบัตรส่งเสริมเรื่องการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตเพื่อการใช้พลังงานทดแทนจาก BOI ในปี 2560
และบริษัทเฌอร่าก็ได้ออกโครงการต่าง ๆ ที่น่าสนใจมากมาย
เพื่อตอกย้ำแนวคิดการใส่ใจสังคมและสิ่งแวดล้อม
ตัวอย่างเช่น ในปี 2562 เกิดภัยพิบัติพายุปาบึก จังหวัดนครศรีธรรมราช
ทางบริษัทเฌอร่า ก็ได้นำวัสดุก่อสร้าง กระเบื้องหลังคาห้าห่วง ไม้ฝาเฌอร่า
แผ่นพื้นเฌอร่า บอร์ด ไปช่วยฟื้นฟูซ่อมแซม อาคารบ้านเรือน และโรงเรียน
ให้กับผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบ และเกิดความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว
ในปี 2564 บริษัทเฌอร่าก็ได้ช่วยก่อสร้างโรงพยาบาลสนามในจังหวัดสมุทรสาคร
เนื่องจากในขณะนี้ โรงพยาบาลถือเป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้กับโรคระบาดครั้งใหญ่อย่างโควิด 19
หากช่วยเหลือและสนับสนุนโรงพยาบาล ก็เท่ากับได้ช่วยผู้คนในสังคมได้อีกมากมาย
จากสถานการณ์นี้ ทำให้เฌอร่าเร่งคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ที่มีคุณสมบัติในการช่วยดักจับ
ยับยั้งไวรัสตระกูลโคโรนา (เชื้อ SARS-CoV-2) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรวดเร็วถึง 99.9% ภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นการช่วยควบคุม ลดการแพร่กระจายของเชื้อ อันก่อให้เกิดโรคโควิด 19 เพื่อลดความกังวลในเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัส
และตั้งแต่เกิดโควิด 19 พฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนก็เปลี่ยนไป
หลายคน Work From Home และยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยพยายามลดการใช้ชีวิตนอกบ้าน
เพราะมีความกังวลเรื่องเชื้อไวรัส ซึ่งจากการที่คนมาใช้ชีวิตในบ้านมากขึ้นนี้เอง
ส่งผลให้มีการใช้ไฟที่มากขึ้นในช่วงเวลากลางวัน ทำให้หลายคนจึงหันมาติดตั้งโซลาร์ เพื่อประหยัดพลังงาน
รวมถึงมีการหันมาดูแลรักษาบ้าน หรือต่อเติมบ้านกันมากขึ้นด้วย
จึงทำให้ทางเฌอร่า จัดตั้งทีมงาน “SHERA One Stop Service” ที่ผ่านมาตรการด้านความปลอดภัย
และการคุมเข้มเรื่องไวรัสโควิด 19 ซึ่งเป็นทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่เตรียมไว้สำหรับการเข้าไปปฏิบัติงานที่บ้านของลูกค้า
ตั้งแต่การออกแบบติดตั้งไม้พื้นและไม้ระแนง หลังคาโรงจอดรถ หลังคากันสาด และติดตั้งระบบโซลาร์
เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าในยุค New Normal
จากทั้งหมดนี้เราคงจะได้เห็นแล้วว่า เฌอร่า ดำเนินงานด้วยแนวคิดที่นึกถึงสิ่งแวดล้อม
และใส่ใจถึงคุณภาพชีวิตของผู้คนเป็นแก่นหลักสำคัญอย่างแท้จริง
และนี่เองจึงเป็นเหตุผลสำคัญ ที่ทำให้บริษัทอยู่ได้ยาวนานเกือบครึ่งศตวรรษ
เพราะการที่ทุกคนอยู่รอด สังคมอยู่รอด บริษัทก็จะอยู่รอดไปด้วยเช่นกัน..
© 2021 Longtunman. All rights reserved.