ทำไม ธุรกิจประกันในไทย ยังมีโอกาสเติบโต

ทำไม ธุรกิจประกันในไทย ยังมีโอกาสเติบโต

25 เม.ย. 2021
ทำไม ธุรกิจประกันในไทย ยังมีโอกาสเติบโต /โดย ลงทุนแมน
รู้ไหมว่า ทุกวันนี้ คนไทย 1 คน มีค่าเฉลี่ยถือกรมธรรม์ประกันชีวิตไม่ถึง 1 ฉบับ
นี่เป็นข้อมูลในภาพรวมที่บอกเราว่า
ธุรกิจกลุ่มประกันในประเทศไทย ยังมีโอกาสเติบโตได้อีก
มีเรื่องอะไรที่เราต้องรู้เกี่ยวกับธุรกิจนี้บ้าง
แล้วโอกาสในการเติบโตของธุรกิจประกันมีมากแค่ไหน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่านและนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
มาทำความรู้จักกันก่อนว่า ธุรกิจประกันถูกจัดประเภทเอาไว้อย่างไร
ปัจจุบัน ธุรกิจประกันจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
1. การประกันส่วนบุคคล เป็นการทำประกันโดยการซื้อความคุ้มครองการเสียชีวิต ครอบคลุมไปถึงการสูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ บาดเจ็บ เจ็บป่วย ภายในเวลาที่กำหนด เช่น ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และประกันอุบัติเหตุ
2. การประกันภัยทรัพย์สิน เป็นการทำประกันเพื่อความคุ้มครองทรัพย์สินเมื่อเกิดอุบัติภัยหรือเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งโดยไม่คาดฝัน เช่น ประกันอัคคีภัย ประกันรถยนต์ ประกันขนส่ง
3. การประกันภัยเกี่ยวกับความรับผิดตามกฎหมาย เป็นการทำประกันจากการประมาทเลินเล่อของผู้เอาประกันภัย บุคคลในครอบครัว หรือลูกจ้างของผู้เอาประกันภัยที่ทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต เช่น ประกันภัยความรับผิดต่อสาธารณะ ประกันภัยความรับผิดจากผลิตภัณฑ์
อ้างอิงจากข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ในช่วงปี พ.ศ. 2553-2562 เบี้ยประกันภัย หรือก็คือจำนวนเงินที่ผู้ซื้อประกันภัยจ่ายให้กับบริษัทประกันภัยในประเทศไทยนั้น เพิ่มสูงขึ้นกว่า 115%
-ปี พ.ศ. 2553 เบี้ยประกันภัยในระบบ 283,843 ล้านบาท
-ปี พ.ศ. 2562 เบี้ยประกันภัยในระบบ 610,170 ล้านบาท
โดยปัจจัยสำคัญที่ธุรกิจประกันภัยในไทยมีการเติบโตในช่วงที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ การเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อหัวของคนไทยที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงก่อนหน้านี้
พอคนมีรายได้มากขึ้น มีกำลังซื้อมากขึ้น
ก็เริ่มมีการแบ่งเงินบางส่วนมาซื้อประกันมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมจะเติบโตในช่วงที่ผ่านมา แต่ต้องถือว่าคนไทยยังทำประกันน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไปเทียบกับประเทศอื่น
เราลองมาดูตัวชี้วัดตัวแรก ซึ่งเรียกว่า สัดส่วนเบี้ยประกันภัยเทียบกับ GDP ของประเทศ
ซึ่งสัดส่วนที่สูง ก็สะท้อนว่าประเทศนั้นมีมูลค่าการทำประกันภัยสูงเมื่อเทียบกับมูลค่า GDP
ในปี พ.ศ. 2562 สัดส่วนเบี้ยประกันภัยเทียบกับ GDP ของประเทศ (Insurance Penetration Rate) ของประเทศไทยเท่ากับ 3.6%
แต่ถ้าเราไปดู Insurance Penetration Rate ของประเทศในเอเชีย อย่างเช่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และญี่ปุ่น จากข้อมูลบนเว็บไซต์ Statista
-เกาหลีใต้ 10.8%
-สิงคโปร์ 9.0%
-ญี่ปุ่น 9.0%
ที่สำคัญคือ ค่าเฉลี่ยสัดส่วนเบี้ยประกันภัยเทียบกับ GDP ของโลกนั้น เท่ากับ 7.0% ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ไทยมีสัดส่วนเบี้ยประกันภัยเทียบกับ GDP ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลกอีกด้วย
อีกตัวเลขที่ยืนยันว่า ตลาดประกันยังมีโอกาสเติบโตในประเทศไทย คือ อัตราผู้ถือกรมธรรม์ประกันชีวิตของคนไทยเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ยังถือว่าต่ำพอสมควร
รู้ไหมว่า ในปี 2562 อัตราผู้ถือกรมธรรม์ประกันชีวิตของคนไทย เท่ากับ 39%
หรืออธิบายง่าย ๆ คือ คนไทย 100 คน มีการถือกรมธรรม์ประกันชีวิตอยู่ที่ 39 ฉบับ หรือเฉลี่ยแล้วถือคนละไม่ถึง 1 ฉบับ
แล้วตัวเลขนี้เป็นอย่างไร เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ?
-ญี่ปุ่น ประชากร 100 คน ถือกรมธรรม์ประกันชีวิตอยู่ที่ 322 ฉบับ หรือเฉลี่ยคนละ 3.22 ฉบับ
-สิงคโปร์ ประชากร 100 คน ถือกรมธรรม์ประกันชีวิตอยู่ที่ 267 ฉบับ หรือเฉลี่ยคนละ 2.67 ฉบับ
-เกาหลีใต้ ประชากร 100 คน ถือกรมธรรม์ประกันชีวิตอยู่ที่ 170 ฉบับ หรือเฉลี่ยคนละ 1.70 ฉบับ
ซึ่งทั้งสัดส่วนการถือครองกรมธรรม์ประกันชีวิตต่อจำนวนประชากรและสัดส่วนเบี้ยประกันเทียบกับ GDP ของประเทศ
สะท้อนให้เห็นว่า คนไทยยังใช้ประโยชน์จากการทำประกันในการจัดการความเสี่ยงค่อนข้างน้อย
สาเหตุส่วนหนึ่งของเรื่องนี้ อาจเป็นเพราะ
-รายได้เฉลี่ยต่อหัวของคนไทยที่ยังไม่สูง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับประเทศที่ถูกกล่าวถึง
-คนไทยจำนวนไม่น้อย อาจยังมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประกันไม่มาก หรืออาจไม่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ประโยชน์จากประกันในการปิดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น
-ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้น ที่ทำให้ครัวเรือนไทยโดยเฉลี่ยมีอัตราการออมที่ลดลง
ซึ่งเรื่องนี้ก็ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ประกันในปัจจุบันเช่นกัน
แต่การที่คนไทยยังทำประกันน้อย ถ้ามองอีกมุม ก็อาจเป็นเรื่องที่ดีสำหรับธุรกิจประกันในไทย
เพราะมันหมายความว่า โอกาสในการเติบโตในอนาคตยังมีอีกมาก ถ้าต่อไปคนไทยเริ่มตระหนักและทำประกันมากขึ้น
ซึ่งถ้าหากถามว่า ในอนาคตธุรกิจไหน ที่ยังมีโอกาสเติบโตได้อีก
“ธุรกิจประกัน” ก็คงเป็นหนึ่งในคำตอบของคำถามนี้..
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่านและนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงท-นแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
References:
-https://www.set.or.th/dat/setbooks/e-book/SamplePdf_1524476073512.pdf
-http://statbbi.nso.go.th/staticreport/page/sector/th/18.aspx
-https://www.statista.com/statistics/381174/insurance-penetration-in-selected-countries-worldwide/
-https://thailandinsurancenews.com/knowledge/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%A3/
-https://www.oic.or.th/th/education/insurance/about/category
-https://www.bot.or.th/App/BTWS_STAT/statistics/BOTWEBSTAT.aspx?reportID=409&language=TH
-https://marketeeronline.co/archives/106253
-https://www.swissre.com/dam/jcr:4a1688f7-13e9-4b79-b5ba-917a00d2ea30/sigma4_2020_extra_Complete.pdf
-https://www.scbeic.com/th/detail/product/6656?utm_source=Influencer&utm_medium=Link&utm_campaign=datainfo_insurance_feb_2020
© 2021 Longtunman. All rights reserved.