6 นิสัยสำคัญ ของผู้นำ แดนมังกร

6 นิสัยสำคัญ ของผู้นำ แดนมังกร

15 ก.ค. 2021
6 นิสัยสำคัญ ของผู้นำ แดนมังกร | THE BRIEFCASE
เคยไหม เวลาที่เราจะเลือกลงทุนในบริษัทใดบริษัทหนึ่ง เรามักจะศึกษาข้อมูลของผู้บริหารบริษัทนั้น ๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจในการลงทุน ซึ่งนี่ก็เป็นวิธีหนึ่งที่นักลงทุนชื่อดังหลายคนแนะนำและนำมาใช้จริงกับการลงทุนของพวกเขา
ซึ่งนอกจากแนวคิดแบบนี้ จะนำมาใช้ในมุมของบริษัทแล้ว เรายังสามารถนำมาวิเคราะห์ “คน” เพื่อเข้าใจตัวเขา หรือบริบทรอบ ๆ ตัวเขาได้อีกด้วย
อย่างที่คุณ Yoshikazu Kato คอลัมนิสต์จาก The New York Times ได้อธิบายถึงคุณลักษณะของ “สี จิ้นผิง” ที่สามารถนำไปวิเคราะห์แนวทางในการบริหารประเทศ และนโยบายต่าง ๆ ของประเทศจีน ภายใต้การนำของเขา
วันนี้ THE BRIEFCASE ได้คัดเลือกบางส่วนจากบทความของคุณ Kato ที่ได้อธิบายถึงลักษณะความเป็นผู้นำของ สี จิ้นผิง โดยมีทั้งหมด 6 ข้อด้วยกันคือ
1. ฟังอย่างตั้งใจ
ถึงแม้จะมีตำแหน่งและอำนาจมากที่สุดในการประชุม แต่สี จิ้นผิง ก็เลือกที่จะฟังอย่างตั้งใจกับคนที่เขาเชื่อถือและไว้ใจ เขาจะพยายามเข้าใจถึงความคิดของผู้พูดหรือเจตนาที่ต้องการจะสื่อ และมักจะขอคำแนะนำมากกว่าที่จะพูด หรือแสดงความคิดเห็นของตัวเองกลับไป
แต่นี่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่มีความคิดหรือมุมมองเป็นของตัวเอง แต่จุดประสงค์ที่เขาทำเช่นนี้ก็เป็นเพราะ เขาต้องการข่าวสารและความรู้จากคนรอบตัว โดยเฉพาะเรื่องที่เขาไม่มีความรู้หรือความถนัดมาก่อน และเมื่อได้รับข้อมูลครบถ้วนตามที่ต้องการแล้วจึงดำเนินการตัดสินใจ
2. ตัดสินใจอย่างหนักแน่น
สี จิ้นผิง คือคนที่เลือกที่จะฟังอย่างตั้งใจ และเลือกที่จะไม่แสดงความคิดเห็นในการสนทนาเท่าไรนัก เพื่อให้ผู้พูดได้มีโอกาสพูดได้อย่างเต็มที่
หลังจากนั้นเขาจะเป็นคนตัดสินใจเองทุกครั้ง และเมื่อตัดสินใจไปแล้วเขาจะไม่ยอมให้ใครมาเปลี่ยนใจหรือเข้าไปแทรกแซงการตัดสินใจของเขา
3. กล้าที่จะแหกกฎเกณฑ์เดิม ๆ
อาจจะไม่รุนแรงเท่ากับคำว่ากฎมีไว้แหก แต่สี จิ้นผิง ก็ไม่เคยให้กฎเกณฑ์หรือวัฒนธรรมเดิม ๆ มากำหนด
แนวทางการตัดสินใจของเขา
อย่างเช่น แทนที่จะเลือกเดินตามรอยอดีตผู้นำอย่าง เติ้ง เสี่ยวผิง ที่มุ่งเน้นในเรื่องการพัฒนาระบบการเมืองที่ทันสมัยและเป็นสากลมากขึ้น แต่สี จิ้นผิง ได้ทำการยกเลิกข้อจำกัดในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ที่แต่เดิมถูกกำหนดไว้แค่ 2 สมัย
และยังเดินเกมการเมืองที่ท้าทายต่อชาติมหาอำนาจทางตะวันตก ซึ่งไม่มีผู้นำในอดีตคนไหนของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เคยมีวิสัยทัศน์ที่แข็งกร้าวและท้าทายขนาดนี้มาก่อน
4. มีส่วนร่วมในทุกเรื่องที่สำคัญ
สี จิ้นผิง ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในหลายส่วนงาน โดยเฉพาะเรื่องการปฏิรูปประเทศ อย่างเช่น ความมั่นคง การเงิน และการทูต เพื่อที่จะสามารถควบคุมให้ทุกอย่างเป็นไปตามแนวทางของเขาเอง และที่เขาสามารถทำอย่างนี้ได้ก็เกิดจากความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในสิ่งที่ทำนั่นเอง
5. ไม่เกรงกลัวและพร้อมรับความเสี่ยง
เมื่อเรื่องที่ต้องตัดสินใจ ล้วนมีแต่ความเสี่ยงรอบด้าน อย่างเช่น การตัดสินใจที่เกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศ
สี จิ้นผิง จะพิจารณาอย่างรอบคอบว่า ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นมีอะไรบ้าง มีต้นตอจากไหน และพยายามหาแนวทางแก้ไข เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการตัดสินใจในอนาคต
นั่นทำให้สี จิ้นผิง กล้าที่จะตัดสินใจในเรื่องที่มีความเสี่ยงและความอ่อนไหว อย่างเช่น การปราบทุจริตคอร์รัปชันอย่างรุนแรง ที่อาจสร้างศัตรูขึ้นมารอบตัวเขา และบั่นทอนความมั่นคงทางการเมืองลง หรือการดำเนินนโยบายต่างประเทศเพื่อต่อกรกับชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา
6. มีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า
เขาเชื่อมั่นและศรัทธาในพรรคคอมมิวนิสต์จีน ว่าเป็นหนทางที่จะทำให้ประเทศจีนยิ่งใหญ่ นั่นทำให้เขาผลักดันให้พรรคคอมมิวนิสต์จีนเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนประเทศทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง
และด้วยตัวเขาเองมีความเชื่อที่ว่าสาเหตุที่สหภาพโซเวียตล่มสลายก็ด้วยภัยจากสหรัฐอเมริกา จึงส่งผลต่อนโยบายต่างประเทศของเขา ที่มีท่าทีแข็งกร้าวต่อชาติตะวันตก โดยเฉพาะกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งก็เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาวจีนอย่างเต็มที่
แม้ว่าปัจจุบันเรายังคงต้องติดตามสถานการณ์ระหว่างชาติมหาอำนาจของโลกอย่างจีนและสหรัฐอเมริกาอย่างใกล้ชิด เพราะล้วนส่งผลกระทบต่อประเทศอื่น ๆ รอบด้าน และภาพที่เห็นก็คือการที่ประเทศจีนมีข้อพิพาทกับประเทศอื่น ๆ มากมาย
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทั่วโลกยอมรับ คือการที่ประเทศจีนมีแต้มต่อในเรื่องของผู้นำ ที่ไม่ว่าใครก็ต้องยำเกรงและอาจกล่าวได้ว่า สี จิ้นผิง คือความดุดันที่ประเทศจีนต้องการ..
© 2021 Longtunman. All rights reserved.