งานประจำ VS งานฟรีแลนซ์ มีข้อดี ต่างกันอย่างไร ?

งานประจำ VS งานฟรีแลนซ์ มีข้อดี ต่างกันอย่างไร ?

1 ก.ย. 2021
งานประจำ VS งานฟรีแลนซ์ มีข้อดี ต่างกันอย่างไร ? | THE BRIEFCASE

ถ้าย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อน หลายคนอาจไม่คุ้นเคยกับคำว่า “งานฟรีแลนซ์” แต่ในยุคนี้ต้องบอกว่า งานฟรีแลนซ์ เป็นเทรนด์การทำงานแห่งยุค โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ไม่นิยมทำงานแบบตายตัว ต้องการความเป็นอิสระในการทำงาน

ซึ่งจะแตกต่างจากคนสมัยก่อน ที่มักนิยมทำงานประจำมากกว่า ทำให้หลายคนอาจเกิดคำถามขึ้นมาว่า
ระหว่างทำงานประจำ กับงานฟรีแลนซ์ อย่างไหนดีกว่ากัน ?
จริง ๆ แล้วก็ต้องบอกว่า แต่ละอย่างมีจุดเด่น แตกต่างกันออกไป
งั้นเรามาเริ่มทำความเข้าใจกับความหมายของ การทำงานประจำและงานฟรีแลนซ์กันก่อน ว่าเป็นอย่างไร

งานประจำ คือ การทำงานที่มีกำหนดเวลาในการทำงานแน่นอน โดยคนทำงานจะทำให้กับบริษัทเดียว
ปกติแล้วจะไม่สามารถเลือกได้ว่า อยากทำงานช่วงไหน เพราะต้องทำงานตามเวลาที่บริษัทกำหนด
ขณะที่ผลตอบแทนที่ได้รับนั้น มีความแน่นอนทุกเดือน และมีโอกาสปรับขึ้น เมื่อทำงานไปนาน ๆ

ซึ่งในอดีตนั้น คนส่วนใหญ่มักจะนิยมและให้ความสำคัญกับการทำงานประจำอย่างมาก บางคนทำงานประจำบริษัทเดียว ตั้งแต่เรียนจนถึงเกษียณเลยก็มี
ส่วนงานฟรีแลนซ์ คือ งานที่เป็นอาชีพอิสระ คำว่าอิสระในที่นี้หมายถึงว่า ผู้ที่ทำงานสามารถจะตัดสินใจรับหรือไม่รับงานก็ได้ จะทำเมื่อไรก็ได้ ไม่ได้มีตารางทำงานเป็นเวลา ไม่ขึ้นตรงกับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง
ผลตอบแทนที่ได้รับนั้นไม่ตายตัว ขึ้นอยู่กับการเจรจาระหว่างผู้ที่ทำงานและคนว่าจ้าง

แล้วถ้าถามว่า จุดเด่นที่สำคัญ ๆ ของการทำงานประจำกับงานฟรีแลนซ์ มีอะไรบ้าง

เรามาเริ่มที่ตัวอย่างจุดเด่นของ การทำงานประจำกันก่อน

- ความมั่นคงในการทำงาน
การทำงานประจำ จะมีความมั่นคงในการทำงานในระดับหนึ่ง ความเสี่ยงที่จะขาดรายได้นั้นจะน้อยกว่าคนที่ทำงานฟรีแลนซ์ โดยเฉพาะในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ
ทั้งนี้ การที่ได้รับเงินเดือนตรงเวลาทุกเดือน ทำให้คนที่ทำงานประจำ อาจไม่ต้องกังวลกับผลประกอบการของบริษัทมากนัก หากบริษัทไม่เข้าขั้นวิกฤติจนต้องปลดคนออกจริง ๆ

- มีสวัสดิการและสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่าย
เรื่องของสวัสดิการถือเป็นจุดเด่นของการทำงานประจำเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลที่บางบริษัทยังให้ครอบคลุมไปถึง ครอบครัวของพนักงาน, ประกันชีวิต, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, ประกันสังคม, เงินช่วยเหลือในกรณีพิเศษ

นอกจากนี้ ด้วยความสม่ำเสมอของรายได้ ทำให้คนที่ทำงานประจำ มักเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายกว่า รวมทั้งสามารถกู้เงินจากธนาคารเพื่อไปผ่อนรถ, ผ่อนบ้าน

- พบเจอกับความหลากหลายในองค์กร
การทำงานประจำ มีโอกาสช่วยให้ชีวิตการทำงานพบความหลากหลาย โดยเฉพาะเพื่อนร่วมงาน เพราะเมื่อเรามาทำงาน เช่นที่ออฟฟิศ เรามีโอกาสไม่เพียงแต่จะได้พบกับเพื่อนร่วมงานแผนกเดียวกันเท่านั้น
แต่เรายังจะได้พบกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ด้วย ซึ่งถ้าเราเจอเพื่อนร่วมงานที่ดีและเก่ง ก็มีโอกาสที่จะช่วยพัฒนาบุคลิก และศักยภาพในการทำงานของเราได้ดียิ่งขึ้น

- มีรายได้แม้ว่าจะไม่ทำงาน
คนทำงานประจำ จะสามารถใช้สิทธิ์ที่จะลาหยุดต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นลาพักร้อน, ลาป่วย, ลาคลอด, ลากิจ และลาอื่น ๆ ภายในช่วงเวลาที่บริษัทกำหนด โดยที่ยังได้เงินเดือนตามปกติ
เมื่อเทียบกับคนที่ทำงานฟรีแลนซ์ ที่แม้ว่าพวกเขาจะมีเวลาในการทำงานที่ยืดหยุ่น แต่การหยุดทำงานนั่นอาจหมายถึง พวกเขาจะไม่มีรายได้ในวันนั้น ๆ เลย

ทีนี้มาดูจุดเด่นของ การทำงานฟรีแลนซ์กันว่า มีอะไรบ้าง

- มีอิสระในการทำงาน
ลองนึกภาพว่า ถ้าเราสามารถทำงานอยู่ที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน สวนสาธารณะ หรือร้านกาแฟ โดยที่ไม่ต้องตื่นเช้าฝ่ารถติดทุกวันเพื่อไปทำงาน ไม่ต้องสแกนบัตรเข้า-ออก ให้ทันเวลา จะดีแค่ไหน
ซึ่งที่ว่ามานี้ มักจะเกิดขึ้นกับคนที่ทำงานฟรีแลนซ์ที่มีอิสระในการทำงาน จนสามารถจัดตารางการทำงานได้เอง เพียงแค่ขอให้งานเสร็จภายในระยะเวลาที่ตกลงกับลูกค้าก็พอ

จุดเด่นอีกอย่างในเรื่องนี้ของคนทำงานฟรีแลนซ์คือ สามารถแต่งกายได้อย่างอิสระ ไม่ต้องใส่ชุดยูนิฟอร์มเหมือนบางบริษัทที่บังคับให้พนักงานประจำต้องใส่ชุดของบริษัทเท่านั้น

- มีโอกาสได้รับค่าตอบแทนมหาศาล
แม้ว่าการทำงานฟรีแลนซ์ จะได้รับค่าตอบแทนที่ไม่แน่นอน แต่ก็มีโอกาสที่คนทำงานฟรีแลนซ์จะได้รับค่าตอบแทนมหาศาลได้เช่นกัน ถ้าได้รับงานมูลค่าสูง ๆ จากลูกค้า หรือทำงานหลายอย่าง ซึ่งเมื่อเทียบกับคนที่ทำงานประจำ ไม่ว่าจะทำมาก ทำน้อยแค่ไหน ก็จะได้รับค่าตอบแทนคงที่ในระดับหนึ่ง ในช่วงเวลาหนึ่ง

- มีโอกาสได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์มากกว่า
แม้ว่าผู้ที่ทำงานฟรีแลนซ์ ต้องทำตามความต้องการของลูกค้า แต่ลูกค้าจำนวนไม่น้อย ก็มักกำหนดเพียงแค่คอนเซปต์ในการทำงานแบบกว้าง ๆ
เรื่องนี้ทำให้ผู้ที่ทำงานฟรีแลนซ์ มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็นและใช้ความคิดสร้างสรรค์มากกว่าคนที่ทำงานประจำ ที่ส่วนใหญ่มักต้องรับฟังคำสั่งจากหัวหน้า และมีสิทธิ์ออกความคิดเห็นและใช้ความคิดสร้างสรรค์น้อยกว่าผู้ที่ทำงานฟรีแลนซ์

- สามารถโฟกัสกับการทำงานได้ง่าย เพราะไม่ต้องยุ่ง หรือติดต่อกับใครมากนัก
เนื่องจากคนที่ทำงานฟรีแลนซ์ หลายครั้งเขาสามารถทำงานได้เอง แม้กระทั่งด้วยตัวคนเดียว ตั้งแต่ต้นจนจบ โดยไม่ต้องยุ่งกับใครมากนัก ซึ่งจุดนี้ทำให้เขาสามารถที่จะโฟกัส และทุ่มเทกับการทำงานได้ง่ายมากขึ้น

อ่านมาถึงตรงนี้ เราคงเห็นแล้วว่า ไม่ว่าจะเป็นการทำงานประจำหรือการทำงานฟรีแลนซ์นั้น ก็จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป
และคำถามที่ว่า ระหว่างทำงานประจำกับงานฟรีแลนซ์ อย่างไหนดีกว่ากัน คงไม่มีใครสามารถฟันธงตอบได้แบบ 100%

บางคนชอบงานอิสระ ไม่อยากทำตามกฎเกณฑ์ต่าง ๆ มากนัก ก็อาจที่จะเลือกทำงานฟรีแลนซ์
บางคนชอบงานที่มีรายได้แน่นอนทุกเดือน เจอคนหลากหลาย การทำงานประจำก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
บางคนอาจทำทั้งงานประจำ พร้อมทั้งหาเวลาว่างไปทำงานฟรีแลนซ์ เพื่อหารายได้เสริมอีกทางก็มี
หรือบางคนอาจเริ่มต้นจากงานฟรีแลนซ์ และไปทำงานประจำ หรือเริ่มต้นจากงานประจำ และไปทำงานฟรีแลนซ์ ก็มี

เพราะเงื่อนไขในชีวิตของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน แต่ไม่ว่าเราจะทำงานแบบไหน
สิ่งสำคัญก็คือ ขอให้เป็นงานที่เราทำแล้วมี “ความสุข” เป็นงานที่ช่วยให้ตัวเราสามารถ “พัฒนาตัวเอง” รวมทั้งสามารถตอบสนองต่อความต้องการในชีวิตตัวเราเองได้..

References
-https://www.bangkokbanksme.com/en/freelance
-https://th.jobsdb.com/th-th/articles/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3/
-https://mover.in.th/m-article/freelancer-vs-officer/
-https://www.krungsri.com/th/plearn-plearn/salaryman-still-interesting
-http://www.thaismescenter.com/7-%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B5-6-%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%9F%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B9%8C-freelance/
© 2021 Longtunman. All rights reserved.