ปฏิเสธหัวหน้าอย่างไร ไม่ให้กระทบกับการทำงาน

ปฏิเสธหัวหน้าอย่างไร ไม่ให้กระทบกับการทำงาน

8 ก.ย. 2021
ปฏิเสธหัวหน้าอย่างไร ไม่ให้กระทบกับการทำงาน | THE BRIEFCASE
ในชีวิตของการทำงาน เราคงได้มีโอกาสปฏิเสธการทำงานกับเพื่อนร่วมงานกันมาบ้าง ในกรณีที่เราไม่สะดวก หรือมองว่างานนั้นไม่สมเหตุสมผล แต่สำหรับ “หัวหน้า” แล้ว คงไม่ค่อยมีใครอยากปฏิเสธกันสักเท่าไรนัก ด้วยเหตุผลว่า กลัวจะมีปัญหาเกิดขึ้นตามมา หรือกลัวว่าจะถูกมองไม่ดี
แต่เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นหัวหน้าแล้ว แน่นอนว่าเขาย่อมมีสิทธิ์ที่จะสั่งให้เราทำงาน หรือทำในสิ่งต่าง ๆ ที่เขาต้องการ
ซึ่งถ้าหากเราเต็มใจที่จะทำ ก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่เมื่อไรก็ตามที่เรารู้สึกไม่เต็มใจ หรือกำลังติดงานในส่วนอื่นอยู่ เราอาจจะไม่สามารถทำตามที่หัวหน้าต้องการได้
แล้วเราจะใช้วิธีอะไร ในการปฏิเสธหัวหน้า แล้วไม่กระทบกับการทำงาน ?
วันนี้ THE BRIEFCASE จะพาไปหาคำตอบ
ในชีวิตการทำงานนั้น คงเป็นเรื่องยากที่เราจะปฏิเสธคำสั่งของหัวหน้า แต่ถ้าจะให้เราตอบรับและทำตามทุกอย่างที่หัวหน้าต้องการไปหมดทุกเรื่อง ในบางครั้งก็ดูจะไม่เป็นผลดีต่อตัวเราได้เช่นกัน
นอกจากนี้ การพยายามสร้างความประทับใจในการทำงานให้หัวหน้านั้น บางครั้งเราอาจไม่จำเป็นต้องยินยอม หรือตอบรับที่จะทำตามคำสั่งของหัวหน้าไปเสียทุกอย่าง แต่เราควรเรียนรู้วิธีการปฏิเสธให้ถูกวิธี ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นทักษะสำคัญอย่างหนึ่งในการทำงานเลยทีเดียว
และนี่คือ 4 สเต็ปสำคัญ ที่เราสามารถนำไปปรับใช้ เพื่อปฏิเสธหัวหน้า
1. ก่อนตัดสินใจปฏิเสธ ตั้งใจรับฟังหัวหน้าให้จบก่อน
เมื่อหัวหน้าเริ่มสั่งให้เราทำงานบางอย่าง แม้ว่าเราจะไม่เห็นด้วยกับความคิดของเขาตั้งแต่ต้น หรือแม้แต่เรารู้มาล่วงหน้าแล้วว่าหัวหน้าต้องการอะไร เราควรตั้งใจรับฟังให้จบก่อน อย่าเพิ่งรีบไปแสดงออก หรือรีบปฏิเสธในสิ่งที่เขาต้องการ
บางครั้งเราอาจขอเวลากลับมานั่งพิจารณา แล้วค่อยกลับมาคุยรายละเอียดอีกครั้งก็ได้
เพราะก่อนที่เราจะตอบปฏิเสธกลับไป เราจำเป็นต้องมีความเข้าใจอย่างละเอียดถ่องแท้เกี่ยวกับสิ่งที่หัวหน้าต้องการเสียก่อน เพราะการปฏิเสธ โดยที่ยังไม่รู้ว่าหัวหน้าต้องการอะไร อาจทำให้หัวหน้ามองเราว่าเป็นคนเกี่ยงงาน ซึ่งจะส่งผลให้หัวหน้ามีมุมมองด้านลบในตัวเรา
2. ปฏิเสธหัวหน้า โดยสนับสนุนข้อมูลด้วยข้อเท็จจริงและตัวเลขต่าง ๆ
หลังจากที่เราได้ฟังคำสั่งหรือความต้องการของหัวหน้า พร้อมทั้งตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ทำตามสิ่งที่หัวหน้าต้องการ ก่อนที่เราจะเดินไปบอกหัวหน้าว่า “เราไม่เห็นด้วย” กับเขา เราจำเป็นต้องเตรียมข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้เหตุผลของเรามันมีน้ำหนักมากขึ้น
โดยข้อมูลควรเป็นข้อเท็จจริง หรือตัวเลขให้เห็นชัด ๆ ว่า การที่เราไม่ทำนั้นมันมีผลต่อภาพรวมการทำงานอย่างไรบ้าง
เพราะในความเป็นจริง คงไม่มีหัวหน้าคนไหนอยากรับฟังคำปฏิเสธของเรา เพียงแค่พูดว่า “ไม่” โดยไม่มีข้อมูลหรือเหตุผลรองรับ
นอกจากนี้ ตอนที่เรากล่าวคำปฏิเสธหัวหน้า เราควรเลือกใช้คำพูดที่สุภาพ ไม่ฟังแล้วดูห้วนจนเกินไป จนคนฟังรู้สึกไม่ประทับใจ แต่ทั้งนี้ คำปฏิเสธก็ต้องชัดเจน สั้นกระชับ ตรงไปตรงมา มีน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง
3. ควรเสนอทางเลือก หรือทางออกให้แก่หัวหน้าด้วย
หลังจากที่เราหาข้อมูลและเหตุผลมาสนับสนุนข้อเท็จจริง พร้อมกับพูดปฏิเสธกับหัวหน้าไปแล้ว
สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันต่อมาก็คือ เราควรเสนอทางเลือกให้แก่หัวหน้าด้วย ซึ่งการเสนอทางเลือกนี้ อาจรวมไปถึงการแนะนำคนอื่น ๆ ที่เราคิดว่าเหมาะสมกว่าเรา ในการมาทำหน้าที่ตรงนี้แทน
เพราะมันคงดูไม่ดี ถ้าเราปฏิเสธความคิดของคนอื่น โดยไม่ได้เสนอทางเลือกหรือทางออกให้กับเขา แม้ว่าตอนที่เราปฏิเสธหัวหน้า หัวหน้าจะยอมรับกับการปฏิเสธ แต่เขาก็อาจจะมีคำถามกลับมาว่า “หากคุณไม่สะดวกที่จะทำงานนี้ แล้วคุณมีทางเลือกหรือทางออกให้ผมไหม” ก็เป็นไปได้

ซึ่งการใช้วิธีนี้ถือว่าได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย และโอกาสในการกระทบกระทั่งระหว่างกันก็จะลดน้อยลง
4. กล่าวขอบคุณที่หัวหน้าเสนองานนี้ให้เรา
หลังจากปฏิเสธหัวหน้า ด้วยเหตุผลจากข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงการเสนอทางเลือกหรือทางออกให้แก่หัวหน้าไปเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะจบการสนทนา เราก็ควรที่จะกล่าวขอบคุณหัวหน้าที่ไว้วางใจให้เราทำงานนี้
เพราะการที่หัวหน้าต้องการให้เราทำงานให้ เพราะเขาเชื่อมั่นในความสามารถของเรา
ดังนั้นความเชื่อมั่นของหัวหน้า ก็ควรได้รับการขอบคุณอย่างจริงใจจากตัวเราด้วยเช่นกัน
อ่านมาถึงตรงนี้ เราก็น่าจะพอได้ไอเดียในการปฏิเสธหัวหน้า โดยไม่ให้กระทบกับการทำงานไปบ้างแล้ว แต่ทั้งนี้ ก็ต้องยอมรับว่า แนวทางดังกล่าวเราควรเลือกนำมาใช้ในสถานการณ์และเวลาที่เหมาะสม
แน่นอนว่าในชีวิตจริง การปฏิเสธคำสั่งของหัวหน้าอาจเป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ สำหรับใครหลายคน
แต่อย่าลืมว่าการอยู่ในตำแหน่งหัวหน้า ไม่ได้หมายความว่า ความคิดของเขานั้นถูกต้องไปหมดทุกอย่าง หรือเราจำเป็นต้องยอมรับ หรือเห็นด้วยกับเขาไปหมดเสียทุกเรื่อง
เพราะบางครั้งหัวหน้าก็อาจมองข้ามบางเรื่อง บางประเด็นที่สำคัญไป ซึ่งการที่เราปฏิเสธ พร้อมด้วยข้อมูลสนับสนุนและเหตุผลที่ดีเพียงพอ ในทางกลับกันอาจเป็นเรื่องดีแก่ตัวหัวหน้าเองก็เป็นได้
อีกทั้งยังช่วยให้เราและหัวหน้าสามารถหาทางออกที่ดีกว่าเดิมร่วมกันด้วย
ดังนั้นทุกครั้งที่หัวหน้าสั่งให้เราทำงาน เราควรไตร่ตรองให้ดีก่อนว่า จริง ๆ แล้วงานดังกล่าวเราสามารถทำได้หรือไม่ ถ้าทำได้ มีเหตุผลอะไรที่เราเลือกจะปฏิเสธ แล้วหลังการปฏิเสธมันมีผลกระทบอะไรตามมาบ้าง
ไม่ว่าเราจะเลือกปฏิเสธคำสั่งของหัวหน้า หรือเลือกรับปากที่จะทำให้ทุกครั้ง
ไม่ว่าทางไหนก็คงมีผลกระทบต่อชีวิตการทำงานของเราทั้งหมด
เพียงแต่เราต้องพยายามหาจุดสมดุลให้พอดี เพื่อให้ชีวิตการทำงานของเราราบรื่นต่อไป นั่นเอง..
© 2022 Longtunman. All rights reserved.