ทำความรู้จัก ประเภทของสินทรัพย์ ก้าวแรกสู่ อิสรภาพทางการเงิน

ทำความรู้จัก ประเภทของสินทรัพย์ ก้าวแรกสู่ อิสรภาพทางการเงิน

9 ก.ย. 2021
ทำความรู้จัก ประเภทของสินทรัพย์ ก้าวแรกสู่ อิสรภาพทางการเงิน | THE BRIEFCASE
อิสรภาพทางการเงิน จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อฐานะการเงินเป็นไปตามเป้าหมายที่เราได้วางไว้
เช่น มีรายได้เพียงพอ สำหรับใช้จ่ายได้โดยที่ไม่ต้องกังวลอะไร
แน่นอนว่า เป้าหมายเหล่านี้ ล้วนเป็นปลายทางที่หลายคนอยากจะไปให้ถึง
ซึ่งหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่จะไปสู่อิสรภาพทางการเงินได้ ก็คือ “การลงทุน”
แต่การลงทุนก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย แบบที่ใคร ๆ ลงทุนไปแล้วจะการันตีว่าได้ผลตอบแทนยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน
และในขณะเดียวกัน ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป ที่เราจะเริ่มศึกษาเรื่องราวในโลกการลงทุนให้เข้าใจ
ซึ่งการที่เราเข้าใจในสิ่งที่เรากำลังลงทุน หรือที่กำลังจะไปลงทุน ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญมาก ที่จะต่อยอดการลงทุนของเรา ให้สร้างอิสรภาพทางการเงินตามที่เราต้องการได้ในอนาคต
ลองมาทำความเข้าใจ ตัวอย่างประเภทของสินทรัพย์ที่สำคัญ ๆ กันแบบคร่าว ๆ ว่า ถ้าเราลงทุนในสิ่งเหล่านี้ไปแล้ว เราจะได้อะไรเป็นผลตอบแทน ?
1. เงินฝากธนาคาร
ผู้ลงทุนที่นำเงินไปฝากไว้กับธนาคาร จะได้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยเงินฝากจากธนาคาร ซึ่งผลตอบแทนนั้น จะขึ้นอยู่กับนโยบายของธนาคาร และประเภทของบัญชีเงินฝาก
โดยเงินที่เราเอาไปฝากไว้กับธนาคาร ธนาคารก็สามารถนำเงินของเราไปสร้างรายได้ได้ เช่น นำไปปล่อยสินเชื่อ ส่วนเราที่เป็นผู้ฝากเงินในธนาคาร ก็จะได้ผลตอบแทนเป็น “ดอกเบี้ย” ตามที่ธนาคารระบุไว้ และเราจะได้รับดอกเบี้ยเมื่อถึงกำหนดเวลา เช่น ได้รับดอกเบี้ยทุก ๆ 6 เดือน หรือทุก ๆ 1 ปี
2. ตราสารหนี้
การลงทุนในตราสารหนี้ หรือ พันธบัตรรัฐบาล ผู้ลงทุนจะได้ผลตอบแทนจาก ดอกเบี้ยตามที่ได้ตกลงกับเจ้าหนี้ไว้
ตราสารหนี้ คือ สินทรัพย์ถือครองที่เรามีสถานะเป็น “เจ้าหนี้” ของผู้ที่ออกตราสารนั้น ๆ
โดยเราจะได้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย ตามที่ตกลงกันบนหน้าตราสารหนี้ใบนั้น
หรือบางครั้งอาจได้รับผลตอบแทนเป็นส่วนลดในการซื้อตราสารหนี้
ตราสารหนี้จะมีระยะเวลาระบุชัดเจน ว่าคนที่ขอกู้ยืมเรา จะคืนเงินต้นให้เราภายในกี่ปี
ตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล จะเรียกว่า “พันธบัตรรัฐบาล”
ส่วนถ้าออกโดยภาคเอกชน จะเรียกว่า “หุ้นกู้”
โดยพันธบัตรรัฐบาล หรือ Government Bond เป็นหนึ่งตราสารหนี้ที่ได้รับความนิยมในการถือครองเนื่องจากมีความเสี่ยงในการผิดชำระหนี้ต่ำ เพราะลูกหนี้เราก็คือ “รัฐบาล” ซึ่งโอกาสที่รัฐบาลจะผิดนัดชำระหนี้เรา เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก
3. หุ้น / สินทรัพย์ทางเลือกอื่น ๆ
การลงทุนในหุ้นคือการ เข้าไปเป็น “เจ้าของกิจการ” บริษัทนั้น
โดยผลตอบแทนที่นักลงทุนจะได้ จะมาจาก เงินปันผลจากกำไรของบริษัท ในกรณีที่บริษัทมีกำไรในปีนั้น ๆ และมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้ผู้ลงทุน
ผลตอบแทนอีกรูปแบบหนึ่งของการลงทุนในหุ้นคือ กำไร (หรือขาดทุน) จากการขายหุ้นที่มีอยู่ออกไป
ถ้าเราขายหุ้นที่มีอยู่ออกไปด้วยมูลค่าสูงกว่าต้นทุนที่เราซื้อมา เราก็จะได้กำไร (Capital Gain) แต่ถ้าเราขายออกไปด้วยมูลค่าที่ต่ำกว่าต้นทุนที่ได้มาก เราก็จะขาดทุน (Capital Loss)
ส่วนการลงทุนสินทรัพย์ทางเลือก เช่น คริปโทเคอร์เรนซี หรือทองคำนั้น ผู้ลงทุนจะได้ผลตอบแทนเป็น กำไร (หรือขาดทุน) จากการขายสินทรัพย์ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเราขายสินทรัพย์นั้นออกไปได้สูงกว่าหรือต่ำกว่าต้นทุนที่เราได้มา คล้ายกับกรณีของ Capital Gain/Loss ของหุ้น
ซึ่งต้องบอกว่า ทั้งหุ้นและสินทรัพย์ทางเลือกอื่น ๆ มีความผันผวนและมีความเสี่ยงสูงกว่าสินทรัพย์ประเภทตราสารหนี้และเงินฝาก ดังนั้นผู้ลงทุนควรศึกษาเรื่องการลงทุนในสินทรัพย์เหล่านี้ให้เข้าใจในระดับหนึ่ง ก่อนตัดสินใจลงทุน
4. กองทุนรวม
การลงทุนผ่านกองทุนรวมนั้น เป็นหนึ่งในตัวเลือกเริ่มต้นที่ดี สำหรับคนที่ไม่มีความรู้ในด้านการลงทุน หรือมีแต่ไม่มาก หรือไม่มีเวลามาโฟกัสกับการลงทุนมากนัก แต่อยากลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ เช่น ตราสารหนี้, ตราสารทุน, อสังหาริมทรัพย์
เพราะกองทุนรวมจะมีผู้จัดการกองทุนที่ต้องได้รับคุณวุฒิด้านการเงิน และมีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการเงิน การลงทุน คอยดูแลบริหารการลงทุนของกองทุนให้
ปัจจุบันมีกองทุนหลายประเภท เช่น กองทุนอสังหาริมทรัพย์, กองทุนหุ้น, กองทุนพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งแต่ละกองทุน ก็จะมีความเสี่ยงมากน้อยแตกต่างกันไปตามชนิดของสินทรัพย์ที่กองทุนไปลงทุน
โดยผู้ที่ลงทุนในกองทุนรวม จะได้ผลตอบแทนเป็นเงินปันผลจากกองทุน (ในกรณีที่กองทุนรวมนั้นมีนโยบายจ่ายเงินปันผล) และจะได้ผลตอบแทน เป็นกำไรจากการขายหน่วยลงทุนที่ถือครองออกไป หากมูลค่าตอนขายนั้น สูงกว่า มูลค่าตอนที่ผู้ลงทุนซื้อหน่วยลงทุนมา
ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนของเส้นทางนักลงทุน ที่ควรศึกษาในเบื้องต้นให้เข้าใจ เพื่อให้เป็นก้าวแรกสู่การสร้างอิสรภาพทางการเงินจากโลกการลงทุน ได้อย่างถูกวิธี..
-----------------------
Sponsored by JCB
ออมเงินได้มากขึ้น กับสิทธิประโยชน์จาก JCB กว่า 100 ร้านค้าได้ทุกวันตลอดทั้งปี ที่ร้านอาหารชั้นนำ แพลตฟอร์มการสั่งอาหาร ส่วนลดการจองที่พัก การชำระเงินรูปแบบ e-wallet บริการรถเช่า ประกันการเดินทาง Pocket WiFi และส่วนลดจากร้านค้าชั้นนำอีกมายมายทั้งหน้าร้านและแพลตฟอร์มออนไลน์ พิเศษสำหรับลูกค้าบัตรเครดิต JCB เท่านั้น สนใจคลิก https://www.facebook.com/JCBCardThailandTH
© 2021 Longtunman. All rights reserved.