5 Megatrends น่าลงทุน ประเดิมครั้งแรกที่เราจะ “ซื้อขายกองทุนโดยตรง” ได้ทั่วโลก

5 Megatrends น่าลงทุน ประเดิมครั้งแรกที่เราจะ “ซื้อขายกองทุนโดยตรง” ได้ทั่วโลก

27 ก.ย. 2021
5 Megatrends น่าลงทุน ประเดิมครั้งแรกที่เราจะ “ซื้อขายกองทุนโดยตรง” ได้ทั่วโลก
FinVest x ลงทุนแมน
หลายประเทศเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ผู้คนใช้ชีวิตปกติมากขึ้น
เป็นสัญญาณสะท้อนภาวะเศรษฐกิจ และธุรกิจต่าง ๆ เริ่มฟื้นตัว
ขณะที่โลกการลงทุน ยังเป็นสิ่งที่นักลงทุนต่างเฝ้าจับตา
แน่นอนว่า กลุ่มเทคโนโลยีและนวัตกรรมในต่างประเทศกำลังเติบโตโดดเด่น
เช่น Blockchain, Healthcare Innovation, Smart Mobility, Long Term Global Growth, Clean Energy
ซึ่งธุรกิจเหล่านี้ คงหาได้ยากในประเทศไทย
จังหวะนี้เอง คือโอกาสกระจายการลงทุนที่ดีไปสู่ต่างประเทศ ในช่วงที่เศรษฐกิจในประเทศยังไม่ฟื้นตัวมากนัก
แล้วจะดีอย่างไร.. หากเราสามารถลงทุนกองทุนต่างประเทศโดยตรง
โดยไม่ต้องผ่านกองทุนรวมคนกลางใด ๆ
ความน่าสนใจของเรื่องนี้เป็นอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ก่อนหน้านี้ หากเราต้องการลงทุนในกองทุนต่างประเทศ
มักจะเป็นการลงทุนผ่านกองทุนรวมตัวกลางที่มีนโยบายการลงทุนในกองทุนต่างประเทศอีกทีหนึ่ง
ซึ่งก็อาจจะไม่ได้เป็นไปตามใจที่นักลงทุนต้องการเสียทีเดียว
และที่หลายคนอาจลืมไป ก็คือการลงทุนผ่าน Feeder Fund จะมีค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการกองทุนที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน อีกด้วย
ด้วยเหตุนี้ ธนาคารกสิกรไทย, ลู อินเตอร์เนชันแนล และ กลุ่มโรโบเวลธ์
จึงได้ร่วมพัฒนาฟีเจอร์ใหม่บนแอปพลิเคชัน “FinVest” ที่ทำให้เป็นแอปพลิเคชันการลงทุนแรกในประเทศไทยที่มีฟีเจอร์ Offshore
เพื่อให้ลูกค้าสามารถลงทุนในกองทุนทั่วโลกได้โดยตรงจากบลจ. ชั้นนำระดับโลก ไม่ต้องผ่านกองทุนรวมคนกลาง
แล้วการลงทุนกองทุนรวมต่างประเทศโดยตรง (Offshore) ผ่านแอปพลิเคชัน FinVest ดีอย่างไร ?
1. ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน รับกำไรเต็ม ๆ
เนื่องจากจะไม่มีค่าบริหารจัดการกองทุน 1-1.5% เหมือนกับกองทุนรวม Feeder Fund ที่มีนโยบายลงทุนผ่านกองทุนต่างประเทศ
2. เพิ่มโอกาสลงทุนกองทุนทั่วโลก ช่วยกระจายความเสี่ยง
เนื่องจากรองรับการลงทุนจากบลจ. ชั้นนำทั่วโลก
เช่น Baillie Gifford, Schroders, BlackRock, Invesco ฯลฯ
จึงครอบคลุมหลากหลาย Theme การลงทุนและ Megatrends ของโลกที่เราสนใจ
นอกจากนี้ FinVest ยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อีกด้วย
3. ลงทุนง่าย สะดวกทุกขั้นตอน ครบ จบในแอปพลิเคชันเดียว
เช่น
- ลงทุนกองทุนทั่วโลกโดยตรง ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 30,000 บาท
- ลงทุนกองทุนต่างประเทศได้ด้วยสกุลเงินบาท โดยไม่ต้องแลกเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศ
- แอปพลิเคชันใช้งานง่าย เพราะคำนึงถึง User Experience
- เปิดบัญชีได้ทันทีผ่านสมาร์ตโฟน และเลือกผูกบัญชีได้หลายธนาคาร
4. มีทีมผู้เชี่ยวชาญ ช่วยแนะนำการลงทุน ชี้เป้าทุกสัปดาห์
โดยจะมีบริการสรุปข้อมูลที่อ่านเข้าใจง่าย และมีข้อมูลอัปเดตแนะนำการลงทุนอย่างเป็นกลาง
ที่น่าสนใจก็คือ ภายในแอปพลิเคชัน FinVest ยังมีตัวช่วยคัดเลือกกองทุนรวมที่น่าสนใจ
ในรูปแบบ Thematic Investment เข้าถึงการลงทุนที่หลากหลายทั่วโลก
และตอนนี้ FinVest ได้แนะนำ 5 กองทุนเด่นที่สอดคล้องกับ Megatrends ของอุตสาหกรรมระดับโลก 5 ด้าน นั่นคือ
1. ด้าน Global Energy Transition
ด้วยกองทุน Global Energy Transition จาก Schroder ISF
เน้นลงทุนในบริษัทชั้นนำด้านธุรกิจและเทคโนโลยีพลังงานสะอาดระดับโลก
ซึ่งสอดคล้องกับเมกะเทรนด์รูปแบบพลังงานที่จะช่วยแก้ภาวะโลกร้อน
โดยในปี 2050 จะมีเม็ดเงินลงทุน 120 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อแก้ปัญหา Climate Change
และยังมีนโยบายลดมลภาวะที่กำลังถูกผลักดันโดยภาครัฐอย่างจริงจัง โดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกา
ปี 2563 กองทุน Global Energy Transition เติบโต 91.9%
2. ด้าน Smart Mobility
ด้วยกองทุน Robeco Smart Mobility จาก UOBAM
เน้นลงทุนในบริษัทชั้นนำทางด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์ไร้คนขับ
ซึ่งจะเป็นเมกะเทรนด์เกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้าที่จะปฏิวัติการเดินทางในอนาคตตลอดทั้ง Supply Chain
จากเครื่องยนต์สันดาปไปสู่การใช้ไฟฟ้า (Electrification) มากขึ้น
ปี 2563 กองทุน Robeco Smart Mobility เติบโต 61.3%
3. ด้าน Blockchain Innovation
ด้วยกองทุน Blockchain Innovation จาก BNY Mellon
เน้นลงทุนในบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชนในหลากหลายอุตสาหกรรม
เช่น บริการทางการเงิน, การแพทย์, ความปลอดภัยทางอาหาร, การจัดการโลจิสติกส์
ซึ่งในปี 2030 คาดการณ์ไว้ว่า มูลค่าธุรกิจที่ถูกสร้างขึ้นโดยนวัตกรรมบล็อกเชน
จะมีมูลค่าสูงถึง 3.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
ปี 2563 กองทุน Blockchain Innovation เติบโต 46.2%
4. ด้าน Healthcare Innovation
ด้วยกองทุน Healthcare Innovation จาก Schroder ISF
เน้นลงทุนในบริษัทชั้นนำด้านอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์
ทั้งในด้านการรักษาโดยเทคนิคพิเศษ, เทคโนโลยีทางการแพทย์อย่างหุ่นยนต์ผ่าตัด, การบริการทางการแพทย์อย่าง Telehealth และการนำข้อมูลดิจิทัลเพื่อวิเคราะห์ร่างกาย
รวมทั้งธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์ยาและวัคซีนต่าง ๆ เช่น Johnson & Johnson, AstraZeneca, Pfizer
ปี 2563 กองทุน Healthcare Innovation เติบโต 42.5%
5. ด้าน Long Term Global Growth
ด้วยกองทุน Long Term Global Growth จาก Baillie Gifford
เน้นการแสวงหาบริษัทที่เติบโตอย่างโดดเด่นจากทั่วโลก ได้เปรียบในการแข่งขัน และด้วยความสามารถของผู้บริหารยอดเยี่ยมในช่วงเวลามากกว่า 5 ปี
เพื่อที่จะสะท้อนถึงศักยภาพออกมาในมูลค่าหุ้นและเป็นที่รับรู้ของตลาดได้อย่างแท้จริง
ปี 2563 กองทุน Long Term Global Growth เติบโต 95.6%
ซึ่งถ้าถามว่าในอนาคตข้างหน้า เราจะได้เห็นการเติบโตของกลุ่มธุรกิจใดบ้าง
หนึ่งในนั้นก็คงจะเป็นธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานสะอาด, ยานยนต์ไฟฟ้า, เทคโนโลยีบล็อกเชน, เฮลธ์แคร์
สอดคล้องกับ 5 ตัวอย่างกองทุนเกาะติด Megatrends ที่กล่าวไปข้างต้น นั่นเอง
มาถึงตรงนี้ สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนใน 5 กองทุนต่างประเทศแนะนำที่พูดถึงนี้
จะได้รับสิทธิพิเศษฟรี! ค่าธรรมเนียมจากการซื้อหน่วยลงทุน (Front-end-fee) แบบไม่มีเพดานใด ๆ ในช่วงเปิดตัวฟีเจอร์ซื้อขายกองทุนรวมต่างประเทศโดยตรงบนแอปพลิเคชัน FinVest
ระหว่างวันนี้ ถึง 15 พฤศจิกายน 2564 เท่านั้น
• ดาวน์โหลดและลงทะเบียนใช้งานแอปพลิเคชัน FinVest App ได้แล้ววันนี้ ที่ https://finvest.onelink.me/CoWV/b25ebb88
• ติดตามความรู้ด้านการลงทุนและเทรนด์เด่น กองทุนที่ไม่ควรพลาดได้ที่ Facebook FinVest และเว็บไซต์ https://bit.ly/3Ev8A2p
• และสามารถลงทะเบียนเพื่อรับ Link เข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ “ติดปีกการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ” ที่จัดโดย FinVest ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วันที่ 5 ตุลาคม 2564 เวลา 19.00-20.20 น. เพื่อรับฟังโอกาสทำกำไรช่วงเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ได้ที่ https://finvest.onelink.me/CoWV/43b242b3 (ลงทะเบียนได้ถึง 3 ตุลาคม 2564)
คำเตือน
- การลงทุนมิใช่การฝากเงินและมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับเงินลงทุนคืนเต็มจำนวนเมื่อไถ่ถอน (ไม่คุ้มครองเงินต้น)
- ผู้ลงทุนต้องศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า ข้อมูลสำคัญ นโยบายการลงทุน เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนการตัดสินใจลงทุน
- กองทุนที่มีการลงทุนในต่างประเทศมิได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด ทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ดังนั้นผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในกองทุนดังกล่าว หรืออาจได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
Reference
-เอกสารประสัมพันธ์ FinVest
© 2021 Longtunman. All rights reserved.