“นิสสัน เทอร์ร่า” หนึ่งในรถ SUV ที่คุ้มค่าแก่การลงทุนมากที่สุด

“นิสสัน เทอร์ร่า” หนึ่งในรถ SUV ที่คุ้มค่าแก่การลงทุนมากที่สุด

12 พ.ย. 2021
“นิสสัน เทอร์ร่า” หนึ่งในรถ SUV ที่คุ้มค่าแก่การลงทุนมากที่สุด
นิสสัน x ลงทุนแมน
หากพูดถึงรถยนต์อเนกประสงค์ ที่สามารถขับได้ทั้งในเมืองในวันทำงาน
หรือขับไปยังสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อพาครอบครัวไปพักผ่อนในช่วงวันหยุด
หลายคนคงนึกถึงรถยนต์ประเภท SUV ที่มีจุดเด่นในการขับขี่
ในสภาพถนนที่หลากหลาย ได้มากกว่ารถยนต์ทั่วไป
โดยจุดเด่นของรถ SUV คือ มีความสามารถในการขับขี่ในสภาพถนนที่หลากหลาย ได้มากกว่ารถยนต์ทั่วไป หรือสามารถบรรทุกสัมภาระในการเดินทางได้มากขึ้น
รวมไปถึงเทคโนโลยี และสิ่งอำนวยความสะดวกสบายที่ครบครันมากกว่า
ซึ่งรถ SUV ที่มีความสมบูรณ์แบบและน่าจับตามองมากที่สุดในเวลานี้ คือ “นิสสัน เทอร์ร่า”
ด้วยความพร้อมในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น การขับขี่ ความปลอดภัย ระบบเสียง รวมถึงเทคโนโลยีที่ช่วยสร้างความสะดวกสบาย
คำถามคือ คุ้มหรือไม่ ?
หากจะลงทุนกับรถ SUV สำหรับครอบครัวอย่าง นิสสัน เทอร์ร่า
แน่นอนว่าหากพูดถึง “ความคุ้มค่า” 2 สิ่งที่เราต้องคำนึงถึงคือ
1. สิ่งที่เราได้รับ
2. สิ่งที่เราจ่าย
เราลองมาดู สิ่งที่เราได้รับจาก นิสสัน เทอร์ร่า กัน
1. ระบบความปลอดภัย มั่นคง อุ่นใจในทุกเส้นทาง
มี “ระบบเทคโนโลยีความปลอดภัย 360 องศา”
ซึ่งเป็นระบบความปลอดภัยที่ดีที่สุดในกลุ่มรถประเภทเดียวกัน
มั่นใจกับการขับขี่ในเมืองที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย
โดยเฉพาะในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนที่ท้องถนนเต็มไปด้วยความเร่งรีบ
มีระบบการเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ เป็นระบบช่วยวิเคราะห์ระยะห่างและความเร็วของรถคันด้านหน้า ซึ่งจะช่วยในการชะลอความเร็วหรือทำการหยุดรถอัตโนมัติ หากประเมินว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะชน
รวมถึงกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง ช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในมุมอับสายตา
อุ่นใจแม้ขับทางไกลเพียงลำพัง
มีเทคโนโลยีช่วยเตือนผู้ขับ เมื่อระบบรู้สึกถึงการขาดสมาธิหรือเหนื่อยล้า
ซึ่งระบบความปลอดภัยทั้งหมดนี้ ไม่สามารถไปติดตั้งจากร้านด้านนอกได้
แต่ทางนิสสันมีมาให้อย่างครบครัน
2. ระบบเสียงจาก BOSE เพิ่มความบันเทิงและสุนทรียภาพตลอดทุกเส้นทาง
ไม่ว่าจะเป็นเพลงเบา ๆ ในวันสบาย ๆ หรือจะเป็นเพลงที่มีจังหวะสนุกสนานในวันที่ออกทริป
ด้วยระบบเสียงจาก BOSE Premium Audio System ที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพเสียงระดับโลก
ซึ่งเป็นระบบเสียงรอบทิศทาง จากการจัดวางลำโพง 8 ตำแหน่งทั่วคัน ทำให้มีความพร้อมสำหรับทุกแนวเพลง ปรับเปลี่ยนได้ทุกอารมณ์ในการเดินทาง
นอกจากนี้ยังมีหน้าจอ Display Audio แสดงผลแบบสัมผัส
ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี NissanConnect ทำให้เชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนได้แบบไร้สาย
โดยมีทั้ง Apple CarPlay สำหรับระบบ iOS และ Android Auto สำหรับระบบ Android
ซึ่งทางนิสสันมีมาให้พร้อม ทำให้ไม่จำเป็นต้องไปติดตั้งจากร้านด้านนอก ซึ่งนอกจากทำให้เกิดความยุ่งยากและเกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแล้ว บางครั้งอาจเกิดปัญหาการทำงานที่ไม่เสถียร
3. ความสะดวกสบายที่มาพร้อมกับความเรียบง่าย
สะดวกสบายในวันช็อปปิง
ด้วยประตูท้าย ที่มาพร้อมกับระบบเซนเซอร์
เมื่อยื่นเท้าเข้าไปเซนเซอร์จะตรวจจับและ เปิดประตูท้ายให้อัตโนมัติ
ทำให้สามารถเก็บของได้อย่างสะดวก หมดกังวลเวลาของเต็มสองมือ
ขึ้นลงรถได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก
เพียงกดปุ่มก็สามารถพับเบาะแถวสองลงได้ ไม่ต้องลำบากในการพับเบาะ
ทำให้สามารถ ขึ้น-ลง รถ ได้อย่างง่ายดาย
กระจกมองหลัง ที่สามารถเปลี่ยนมุมมองจากกระจกมองหลังปกติเป็นกระจกมองหลังอัจฉริยะด้วยกล้องที่ติดตั้งบริเวณประตูหลัง แม้มีผู้โดยสารเต็มที่นั่งหรือมีสัมภาระเต็มคันรถก็เห็นด้านหลังได้ชัดเจน
หมดปัญหาเรื่องพกพาสายชาร์จ
มี Wireless Charger ภายในรถ เพียงแค่วางสมาร์ตโฟนหรืออุปกรณ์ที่รองรับก็ชาร์จได้ทันที พร้อมแสดงสถานะการชาร์จ หมดปัญหาสายชาร์จพันกันรุงรังในรถ
หลังจากดูสิ่งที่ได้รับจาก นิสสัน เทอร์ร่า กันไปแล้ว
เราลองมาดูราคาที่เราต้องจ่ายกันบ้าง ซึ่งก็คงหนีไม่พ้นเรื่องราคา
โดย นิสสัน เทอร์ร่า มีด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่นด้วยกัน คือ
- รุ่น 2.3 E 2WD 7AT 1,199,000 บาท
- รุ่น 2.3 VL 2WD 7AT 1,449,000 บาท
- รุ่น 2.3 VL 4WD 7AT 1,499,000 บาท
ซึ่งถือเป็นราคาที่ไม่แพงเลย หากเทียบกับความครบครันที่ได้รับ
นอกจากนี้ ทางนิสสันยังมีข้อเสนอพิเศษด้วยอัตราดอกเบี้ยเพียง 1.49%
ในกรณีที่วางเงินดาวน์ 25% และผ่อนชำระอีก 48 เดือน ซึ่งถือว่าต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยการเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ที่ 4.5%
หรือพูดง่าย ๆ คือ “ต่ำเกินกว่าครึ่ง” ของดอกเบี้ยทั่วไป
หากเรามองในแง่ของอัตราการสิ้นเปลือง, เครื่องยนต์, สเปก
หรือฟังก์ชันบางอย่างอาจใกล้เคียงกับรถยนต์แบรนด์อื่น
แต่หากเทียบกับ ฟังก์ชันที่ให้มา รวมถึงคุณภาพ และชื่อเสียงของนิสสัน
ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 1,199,000 บาท ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก
และนอกจากความคุ้มค่าด้านราคาแล้ว สิ่งที่เรายังได้รับจาก นิสสัน เพิ่มเติมคือ
1. หมดห่วงเรื่องค่าดูแลรักษา
เนื่องจากทางนิสสันมีโปรแกรม “นิสสัน พรีเมียม วารันตี” ที่ให้มาฟรี ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับการขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ จาก 3 ปี เป็น 5 ปี
หรือ 150,000 กิโลเมตร
ซึ่งแผนที่ครอบคลุมมากที่สุดคือ Maxi โดยมีรายละเอียด คือ
- ครอบคลุมรายการอะไหล่มากถึง 17 กลุ่ม ซึ่งใกล้เคียงกับการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่จากผู้ผลิต
- ไม่จำกัดจำนวนครั้งในการเคลม
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้เรารู้สึกปลอดภัยในทุกเส้นทาง
- ยังคงคุ้มครองต่อเนื่องแม้เปลี่ยนชื่อเจ้าของรถ ทำให้สามารถเพิ่มมูลค่ารถยนต์ได้เมื่อขายต่อ
นอกจากนี้ยังฟรีค่าแรงในการเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
2. แถมฟรี อุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ สำหรับรุ่น 2.3 VL 2WD และรุ่น 2.3 VL 4WD 7AT
หากเราลองมองในมุมของการลงทุน ตามที่ วอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนระดับโลก
เคยบอกไว้ว่า “ราคาคือสิ่งที่เราจ่าย มูลค่าคือสิ่งที่เราได้รับ”
คงต้องบอกว่า
“ความสมบูรณ์แบบ” ที่เราได้รับจาก นิสสัน เทอร์ร่า คันนี้
เทียบกับราคาที่เราจ่ายไป คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดแล้ว..
© 2022 Longtunman. All rights reserved.