รู้จัก “Sandwich Generation” กลุ่มคนที่กำลังรับภาระ ทั้งเรื่องงาน ทั้งเรื่องครอบครัว

รู้จัก “Sandwich Generation” กลุ่มคนที่กำลังรับภาระ ทั้งเรื่องงาน ทั้งเรื่องครอบครัว

21 ธ.ค. 2021
รู้จัก “Sandwich Generation” กลุ่มคนที่กำลังรับภาระ ทั้งเรื่องงาน ทั้งเรื่องครอบครัว | THE BRIEFCASE
สำหรับคนที่ทำงานมาสักพักหรืออาจอยู่ในช่วงของวัยกลางคน เราอาจเริ่มมีภาระที่ต้องรับผิดชอบหลายอย่าง ด้านหนึ่งเนื่องจากเป็นวัยที่กำลังสร้างรากฐานให้ตนเอง สร้างครอบครัว
ขณะที่อีกด้านหนึ่งคนจำนวนไม่น้อยในกลุ่มนี้ อาจต้องเริ่มมาดูแลพ่อแม่ของตนเองที่เริ่มเกษียณ
พูดง่าย ๆ คือภาระและความกังวลกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต มาจากทั้ง 2 ด้าน จนทำให้คนในวัยนี้มักถูกเรียกว่า “Sandwich Generation”
Sandwich Generation อธิบายง่าย ๆ คือ เป็นกลุ่มคนที่กำลังแบกภาระต่าง ๆ ไว้กับตัวเอง ซึ่งมีทั้งเรื่องเงิน เรื่องงาน ครอบครัว
ลองนึกภาพตามว่า ตัวเรากำลังอยู่ตรงกลาง ที่ด้านหนึ่งเรามีภาระที่ต้องดูแลรับผิดชอบพ่อแม่และคนในครอบครัว ขณะที่อีกด้านหนึ่ง คนที่อยู่ในวัยนี้ ก็มักจะมีงานต้องรับผิดชอบมาก ๆ ในที่ทำงาน
ซึ่งคล้าย ๆ กับ Sandwich ที่ตรงกลางถูกบีบอัดจากทั้ง 2 ด้านนั่นเอง
และปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย
อย่างกรณีของสหรัฐอเมริกานั้น ทุก 1 ใน 7 คนของชาวอเมริกัน จะเจอกับสถานการณ์ดังกล่าว จนสร้างความกดดันและความเครียด ซึ่งส่งผลต่อชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวอย่างมากในปัจจุบัน
คำถามที่หลายคนอยากรู้ต่อมาคือ อะไรที่ทำให้เกิด Sandwich Generation ?
ประเด็นแรกคือ การที่คนส่วนใหญ่มีอายุที่ยืนยาวขึ้น
รู้ไหมว่าในช่วงทศวรรษ 1950 ประชากรโลกมีอายุขัยเฉลี่ยเพียง 45.7-48.0 ปี ขณะที่ในปัจจุบัน อายุขัยเฉลี่ยของประชากรโลกนั้นอยู่ที่ 72.6-73.2 ปี

โดยปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมาจากหลายปัจจัย
เช่น ความเจริญก้าวหน้าของระบบสาธารณสุข ทำให้คนส่วนใหญ่ได้รับการรักษาเมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยได้ดีกว่าในอดีต
นอกจากนี้ การศึกษาและฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชากร จากการเติบโตของเศรษฐกิจ ทำให้ประชากรมีความรู้ มีศักยภาพที่สามารถดูแลตัวเองและครอบครัวได้ดีกว่าเดิม
แม้แต่ในประเทศไทยของเราเอง ที่คนส่วนใหญ่มีอายุที่ยืนยาวขึ้น จากในปี 2005 ที่คนสูงอายุมีสัดส่วนประมาณ 10% ของจำนวนประชากร มาวันนี้กลับเพิ่มเป็น 20% ของจำนวนประชากร
สัดส่วนประชากรที่อายุมากขึ้น ยังมาจากคนรุ่น Baby Boomer ซึ่งเกิดในช่วงปี 1946-1964 ซึ่งเคยเป็นแรงงานอยู่ทยอยเกษียณกันมาอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยดังกล่าวทำให้ค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้สูงอายุนั้นมากขึ้น
ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องท้าทายระบบประกันสังคม และการจัดหาสวัสดิการของรัฐบาลในหลายประเทศที่ต้องจัดสรรงบประมาณจำนวนมากมาดูแลกลุ่มคนสูงอายุ
แต่ยังรวมไปถึงรุ่นลูกของกลุ่มคนดังกล่าวที่กำลังอยู่ในวัยทำงานที่ต้องจัดสรรทรัพยากรมาดูแลกลุ่มคนดังกล่าวมากขึ้นตามไปด้วย
ประเด็นที่สอง ราคาสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับในอดีต
รู้ไหมว่า อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐอเมริกาในช่วงระหว่างปี 1914-2021 ปรับตัวขึ้นเฉลี่ยแล้ว ปีละ 3.24% หรือพูดง่าย ๆ ว่าราคาสินค้าและบริการแพงขึ้นปีละ 3.24%
เราคงเคยได้ยินคนรุ่นพ่อแม่หรือคนในอดีตพูดกันว่า “สมัยก่อนก๋วยเตี๋ยวชามละไม่กี่บาท”..
ตัดกลับมาที่ปัจจุบัน ต้องยอมรับว่า ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่คนสมัยนี้พบเจอนั้น ปรับตัวสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับในอดีต
ค่าเทอมลูก ค่าอาหาร ค่ารถ ราคาน้ำมัน ราคาบ้านและที่ดิน ราคาสินค้าและบริการต่าง ๆ เหล่านี้ถีบตัวสูงขึ้น
พอเรื่องเป็นแบบนี้ จึงทำให้เป็นเรื่องที่ท้าทายของคนวัยทำงานหลายคน ที่ต้องมีหน้าที่เลี้ยงดูผู้สูงวัย ภาระหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบ การเลี้ยงดูลูกและครอบครัวตัวเอง
ยังไม่รวมการที่ตัวเองก็ต้องพยายามเก็บเงินให้เพียงพอ เพื่อรองรับให้ชีวิตของตัวเองหลังเกษียณ ซึ่งต้องยอมรับว่า การจัดสรรเงิน โดยเฉพาะเงินตัวเองหลังเกษียณ มีความยากมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่มีภาระที่ต้องรับผิดชอบหลายอย่าง
ซึ่งถ้ากลุ่มคนทำงานที่อยู่ในประเภท Sandwich Generation ในปัจจุบัน เตรียมเงินสำหรับเกษียณไม่เพียงพอ ก็จะทำให้ลูกหลานของคนกลุ่มนี้ ต้องเข้ามาดูแลพวกเขาต่อไป จนทำให้ลูกหลานของพวกเขากลายมาเป็น Sandwich Generation ในอนาคตอีก วนลูปแบบนี้ไปเรื่อย ๆ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าวันนี้เรากำลังอยู่ในกลุ่มที่ถูกเรียกว่า Sandwich Generation ซึ่งกำลังต้องเจอความท้าทายต่าง ๆ ในชีวิต เราก็อย่าเพิ่งท้อแท้ หดหู่ หรือเครียดมากเกินไป
ลองหาเวลาคิดในการบริหารจัดการรายได้ ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
รวมทั้งวางแผนจัดสรรการใช้เงินตั้งแต่เนิ่น ๆ
เพื่อดูแลพ่อแม่ ครอบครัว รวมทั้งตัวเองในอนาคต เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยลดหรือหลีกเลี่ยงปัญหาของการเป็น Sandwich Generation ไปได้ ไม่มากก็น้อย..
© 2022 Longtunman. All rights reserved.