ส่องเส้นทางความสำเร็จ GWM หลังครบรอบ 1 ปีในไทย จากเจ้าแห่ง SUV สู่ผู้นำรถยนต์ไฟฟ้า

ส่องเส้นทางความสำเร็จ GWM หลังครบรอบ 1 ปีในไทย จากเจ้าแห่ง SUV สู่ผู้นำรถยนต์ไฟฟ้า

22 ก.พ. 2022
ส่องเส้นทางความสำเร็จ GWM หลังครบรอบ 1 ปีในไทย
จากเจ้าแห่ง SUV สู่ผู้นำรถยนต์ไฟฟ้า
GWM x ลงทุนแมน
ในวันนี้ เชื่อว่าใครหลายคนคงจะเริ่มคุ้นกับชื่อ
เกรท วอลล์ มอเตอร์ (Great Wall Motor) หรือ GWM กันบ้างแล้ว
จากความสำเร็จมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ SUV อย่าง HAVAL H6
หรือเจ้าเหมียวไฟฟ้า ORA Good Cat ที่สร้างความฮือฮาอย่างมากในโลกโซเชียล
รู้หรือไม่ว่า ?
เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา GWM ได้ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย มาครบ 1 ปีแล้ว
ซึ่งใน 1 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์เกิดการหดตัว
แต่ Great Wall Motor ที่เพิ่งเข้าไทยได้เพียงไม่กี่เดือน
กลับสามารถส่งมอบไปแล้วเกือบ 4,000 คันในระยะเวลาเพียง 6 เดือน
วันนี้ลงทุนแมนจะพาทุกคนไปย้อนดูความสำเร็จของ Great Wall Motor ว่าใน 1 ปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร
แล้วตอนนี้ Great Wall Motor กำลังวางแผนจะทำอะไรต่อไป ?
นับตั้งแต่ที่เราเริ่มรู้จักกับโควิด 19 กันมาจนถึงตอนนี้ ก็กินเวลาไปเกือบ 3 ปีแล้ว
ส่งผลให้เศรษฐกิจทั่วโลกและประเทศไทยต่างได้รับผลกระทบเป็นอย่างหนัก
ไม่เว้นแม้แต่อุตสาหกรรมยานยนต์ ที่ในปี 2021 ที่ผ่านมา
ตลาดรถยนต์ไทยมียอดขายลดลงถึง 4%
แม้ตลาดโดยรวมจะมีการหดตัวลง
แต่ Great Wall Motor หรือ GWM ที่เพิ่งเข้ามาบุกตลาดไทยได้เพียง 1 ปี กลับสามารถส่งมอบรถยนต์จาก 3 รุ่น ซึ่งประกอบด้วย HAVAL H6, HAVAL JOLION และ ORA Good Cat รวมกันทั้งหมดได้เกือบถึง 4,000 คัน
เริ่มจาก HAVAL H6 Hybrid SUV
ที่สามารถครองยอดขายอันดับ 1 ในรถยนต์ประเภทคอมแพกต์ SUV ตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคมของปี 2564 ที่ผ่านมา หรือพูดง่าย ๆ คือ เป็นอันดับ 1 ถึง 3 เดือนซ้อนเลยทีเดียว
นอกจากนี้ ยังมีเจ้าเหมียว ORA Good Cat ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ได้ทำสถิติยอดจองทะลุหลัก 10,000 คัน ภายใน 7 วันหลังจากวันเปิดจองเช่นกัน
รวมไปถึง All New HAVAL JOLION Hybrid SUV ที่ก้าวเข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์ในกลุ่ม เอสยูวี บี
รวมถึงยังคงได้รับยอดสั่งจองเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งหมดนี้เรียกได้ว่า เป็นการเริ่มต้นที่ดีเลยทีเดียว สำหรับแบรนด์รถที่เพิ่งเข้ามาทำการตลาดได้เพียง 1 ปี
คำถามต่อมาคือ แล้วในปีนี้ GWM จะเติบโตต่อไปในทิศทางใด ?
สำหรับในปีนี้ ทาง GWM ยังคงมุ่งหน้าเดินเครื่องรุกตลาดอย่างต่อเนื่อง
โดยจะเน้นไปที่การต่อยอดความสำเร็จของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า
หลังจาก GWM ทำได้ค่อนข้างดีในปีที่ผ่านมา จากแบรนด์ ORA Good Cat รวมไปถึงการสร้างประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ ให้กับลูกค้ามากขึ้น
ซึ่งกลยุทธ์ที่ GWM จะใช้เดินเครื่องในครั้งนี้
ประกอบไปด้วย 4 ด้านหลัก ๆ ด้วยกัน เราลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง ?
1. ด้านผลิตภัณฑ์
GWM จะทยอยนำรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาเปิดตัวในไทยเพิ่มขึ้นอีก 5 รุ่น จาก 3 แบรนด์ ด้วยกัน
โดยมีตัวชูโรงอย่าง All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid เป็นรถประเภท SUV ที่เพิ่งเผยโฉมครั้งแรกในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 เมื่อปลายปีที่ผ่านมา
ซึ่งต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่สัญชาติจีน การันตีด้วยยอดขายทั่วโลกมากกว่า 1.28 ล้านคันในปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 15.2% จากปีก่อนหน้า
และยังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยยอดขายมากกว่า 1 ล้านคันเป็นเวลา 6 ปีติดต่อกัน โดยเป็นยอดขายยานยนต์พลังงานใหม่ถึง 137,000 คัน
2. ด้านช่องทางจำหน่าย
ในปีนี้จะเพิ่มช่องทางทั้ง Direct Store และ Partner Store อีก 50 แห่ง
ภายในสิ้นปี 2022 ซึ่งจะทำให้ GWM มีช่องทางทั้งหมดรวมกันเป็น 80 แห่งด้วยกัน ครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั้งหมด ซึ่งก็จะส่งผลให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น
3. ด้านสถานีชาร์จประจุไฟฟ้า
นอกจากตัวรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว “สถานีชาร์จ” ก็ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ ที่จะเข้ามาเติมเต็มระบบนิเวศของรถยนต์ไฟฟ้า
โดยทาง GWM ตั้งเป้าจะเปิดสถานีชาร์จรถไฟฟ้าให้ได้ 55 แห่ง ภายในปี 2565
ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท นั่นคือ
- G-Charge Supercharging Station
สถานีชาร์จขนาดใหญ่ที่ทาง GWM ดำเนินการเอง
ล่าสุดมีเปิดให้บริการแห่งแรกแล้วที่ สยามสแควร์ ซอย 7
ซึ่งเป็นสถานีชาร์จเร็ว ให้บริการชาร์จเร็วด้วยเครื่องอัดประจุไฟฟ้าแบบ DC จำนวน 3 เครื่องชาร์จ หัวชาร์จแบบ CCS Type 2 เครื่องละ 2 หัวจ่าย รวม 6 หัวจ่าย กำลังสูงสุดขนาด 160kW รองรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้พร้อมกันถึง 6 ช่องจอด โดยสถานีแห่งนี้ยังนับว่าเป็นสถานีชาร์จไฟฟ้าแบบ DC ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศอีกด้วย
- Partner DC Charging Station
จะเป็นการต่อยอดร่วมมือกับ Partner Store ของ GWM
ในการติดตั้งจุดชาร์จแบบชาร์จเร็ว (DC Charge) ในกรุงเทพฯ และจังหวัดสำคัญต่าง ๆ โดยเปิดให้ใช้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั้ง 7 วัน
- Destination Charging Station
โดยจับมือกับพันธมิตรในการขยายจุดชาร์จตามโรงแรม, ร้านอาหาร และห้างสรรพสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าตามสถานที่ไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ
4. ด้านประสบการณ์ลูกค้า
หลังจากที่ GWM เริ่มสร้างฐานลูกค้าได้แล้ว จากยอดการส่งมอบรถเกือบกว่า 4,000 คันในปีที่ผ่านมา
ในปีนี้ GWM เดินหน้าต่อยอดสร้างประสบการณ์ที่หลากหลายให้กับลูกค้ามากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น
- สร้างความเข้าใจ ทั้งในตัวรถยนต์ไฟฟ้าและตัวแบรนด์ GWM
โดยผ่านการจัดกิจกรรมกว่า 200 กิจกรรมให้กับลูกค้าที่ GWM Experience Center รวมถึงการจัดโรดโชว์ตามสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งยังช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้มากขึ้นอีกด้วย
- เพิ่มความสะดวกสบายในการเข้าถึง
โดยนำเทคโนโลยีอย่าง Virtual Reality มาใช้ในการพัฒนาทางเว็บไซต์เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ในการเลือกซื้อรถและค้นหาข้อมูลต่าง ๆ
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องบริการหลังการขาย เช่น ลูกค้าสามารถค้นหาสถานีชาร์จไฟฟ้าได้จากแอปพลิเคชันของ GWM
ซึ่งมีทั้งสถานีของ GWM เอง รวมไปถึงสถานีอื่น
โดยทาง GWM ได้รวบรวมข้อมูลจากทั้ง PEA, EGAT, MEA มาให้แล้ว
จนตอนนี้เรียกได้ว่าครอบคลุม 80% ของสถานีชาร์จไฟฟ้าทั้งหมด
และอีกเรื่องที่น่าสนใจคือ GWM ได้ทำการเปลี่ยนโลโกใหม่
เพื่อสื่อถึงความเป็นสากลและความเป็นกันเองมากขึ้น
ด้วยดีไซน์ “G” สไตล์โมเดิร์นสองตัวประกบเข้าหากันอย่างสมมาตร
แสดงถึงความสัมพันธ์ที่สมดุลและความเท่าเทียมกันระหว่างแบรนด์ GWM กับผู้บริโภค
จากแผนการทั้งหมดนี้ ก็เรียกได้ว่า GWM กำลังเดินเครื่องบุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มกำลัง
ซึ่งเราคงต้องติดตามกันต่อไปว่า
ในปีนี้รถยนต์ไฟฟ้าของ GWM จะเข้ามาครองพื้นที่บนถนนได้มากน้อยเพียงใด
แต่ที่แน่ ๆ ในตอนนี้ เราก็เริ่มได้เห็นเจ้าเหมียว ORA Good Cat วิ่งอยู่บนถนนกันบ้างแล้ว..
© 2022 Longtunman. All rights reserved.