Mixed Use หนึ่งคำตอบของนักลงทุน ที่ต้องการผลตอบแทนสม่ำเสมอ

Mixed Use หนึ่งคำตอบของนักลงทุน ที่ต้องการผลตอบแทนสม่ำเสมอ

10 มี.ค. 2022
สนับสนุนโดย.. LANDMARK @MRTA Station
หากพูดถึง โครงการ Mixed Use ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ไทย
แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ก็ยังรู้จักเพียงในแวดวงนักลงทุน หรือผู้ที่สนใจด้านอสังหาริมทรัพย์
จุดเด่นของโครงการ Mixed Use คือการรวบรวมสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ
เช่น Branded Residence, โรงแรม, ออฟฟิศให้เช่า และอื่น ๆ อีกมากมาย
เพื่อความสะดวกสบายของลูกบ้านในการใช้ชีวิตแบบจัดเต็ม
โครงการ Mixed Use ไม่เพียงแต่จะมีความน่าสนใจสำหรับลูกบ้าน
แต่โครงการประเภทนี้ ยังสามารถดึงดูดความสนใจของนักลงทุนอยู่ไม่น้อย
เพราะในปี 2565 เชื่อว่า อสังหาริมทรัพย์ จะเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่จะได้ผลประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ ที่จะช่วยลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอน
รวมถึง ค่าธรรมเนียมการจดจำนอง และมาตรการภาษีโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง
โดยศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ระบุว่าในปี 2565 ตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ
จะมียอดขายดีกว่าปี 2564 ถึง 17.4% ในครึ่งแรกของปี 2565 และจะขยายตัวอีก 26.9% ในครึ่งปีหลัง
นอกจากนี้ ผลสำรวจของ แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวชั้นนำอย่าง Airbnb และ Agoda ยังพบว่า
ถึงแม้ว่าจะมีการแพร่ระบาดของโควิด 19
ประเทศไทยก็ยังเป็นจุดมุ่งหมายของเหล่านักท่องเที่ยว และนักลงทุนทั่วโลก
ซึ่งหากการแพร่ระบาดมีการสิ้นสุดลง เราคงเห็นการท่องเที่ยวและการลงทุนที่เพิ่มมากขึ้น ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย นั่นเอง
มากไปกว่านั้น จากภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ได้ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปี 2565 และอีก 3 ครั้งในปี 2566
ปัจจัยเหล่านี้เอง ทำให้นักลงทุนหลายคน เริ่มชะลอการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น
แล้วได้หันมามองหาการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ที่เป็นทรัพย์สินที่สามารถจับต้องได้
ความน่าสนใจของเรื่องนี้เป็นอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ต้องบอกก่อนว่า ผลตอบแทนของการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
จะมาในรูปแบบ Capital Gain หรือส่วนต่างของราคาหลักทรัพย์
อีกรูปแบบก็คือ ผลตอบแทนจากการลงทุนแบบปล่อยเช่า หรือ Yield
โดยปัจจัยที่จะช่วยเสริมมูลค่าให้กับหลักทรัพย์ของเราคือ “ทำเลที่ตั้ง”
ซึ่งทำเลย่านพระราม 9 คือหนึ่งในทำเลทองของประเทศไทย ทำเลย่านพระราม 9 เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของถนนสายหลักอย่าง ถนนรัชโยธิน และถนนอโศก
และทำเลนี้ยังมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ที่ผ่านย่านเศรษฐกิจใจกลางกรุงเทพฯ เช่น อโศก และสีลม อีกด้วย
อีกทั้ง ทำเลย่านพระราม 9 ยังมีความพร้อมด้านสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่มากมาย
ไม่ว่าจะเป็น เซ็นทรัลพระราม 9 หรือเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ
ในแง่ของการทำธุรกิจ ทำเลย่านพระราม 9 เป็นที่ตั้งของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET), ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน, สถานทูตจีน รวมถึงสถานทูตเกาหลี
ส่งผลให้ ทำเลย่านพระราม 9 เป็นจุดศูนย์รวมของเหล่านักธุรกิจทั่วโลก รวมถึงนักท่องเที่ยวจีน-เกาหลีอีกด้วย
ซึ่งการลงทุนในคอนโดมิเนียมประเภทมิกซ์ยูส ที่มีทั้ง Branded Residence, พื้นที่สำนักงานให้เช่า (Office Space Rental) และคอนโดมิเนียม ได้กลายมาเป็นเทรนด์ที่นักลงทุนสายอสังหาริมทรัพย์ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก
จากข้อมูลของธนาคารไทยพาณิชย์พบว่า
Branded Residence คือที่อยู่อาศัยที่รวมแบรนด์อสังหาริมทรัพย์เข้ากับแบรนด์โรงแรมชั้นนำ เพื่อยกระดับการใช้ชีวิตของผู้บริโภค
โดย Branded Residence จะมีทีมงานมืออาชีพที่คอยดูแลตัวตึกและส่วนกลางอยู่ตลอดเวลา ทำให้ตึกมีความสะอาดและทันสมัย
ด้วยเหตุผลนี้ การขายต่อสินทรัพย์ประเภท Branded Residence จึงเป็นเรื่องที่ง่ายกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับคอนโดมิเนียมธรรมดา
สำหรับการลงทุนในคอนโดมิเนียมที่เป็น Branded Residence นั้น ยังเป็นการตอบโจทย์การใช้ชีวิต และความต้องการของคนในยุคปัจจุบัน อีกด้วย
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ คอนโดมิเนียมที่มี Office Space Rental จะเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยเพิ่มมูลค่าที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ของเราไปในตัว เพราะธุรกิจมักจะมีการขยายตัวอยู่ตลอดเวลา ในเวลาต่อมาก็อาจจะกลายมาเป็นย่านธุรกิจ CBD ได้ในอนาคต
ซึ่ง LANDMARK @MRTA Station ได้เปิดตัว Mega Project ที่เป็นการพลิกโฉม Siamese Rama 9 ให้กลายเป็นโครงการ “The Mega Mixed Use” แห่งปี ในย่านพระราม 9 ด้วยมูลค่าการลงทุนมากกว่า 10,000 ล้านบาท
LANDMARK @MRTA Station เป็นโครงการมิกซ์ยูส ที่มีทั้ง World Class Branded Residence, Hotel, Retails, Office Space Rental (ให้เช่าพื้นที่สำนักงาน) และคอนโดมิเนียม ที่ตั้งอยู่ในทำเลย่านพระราม 9 บนพื้นที่ทั้งหมด 13 ไร่
ในแง่ของ Branded Residence LANDMARK @MRTA Station ได้เป็นพาร์ตเนอร์กับผู้บริหารโรงแรมชั้นนำของโลก อย่าง Cassia แบรนด์ในเครือ Banyan Tree Group ทำให้นักลงทุนและผู้อยู่อาศัยสามารถวางใจในเรื่องการบริการ การบริหารดูแลโครงการ และการจัดหาผู้เช่า จากเครือ Banyan Tree Group ซึ่งเป็นเครือโรงแรม ที่มีกลุ่มลูกค้าอยู่ทั่วโลก
นอกจากนี้ ทุก ๆ ห้องพักอาศัย ยังถูกออกแบบให้สอดคล้องกับคนรุ่นใหม่​ ที่ชื่นชอบคอนโดมิเนียมที่มีห้องรูปแบบลอฟต์​ 2 ชั้น ให้ความรู้สึกคล้ายกับการอยู่​ในบ้านมากกว่าอาคารสูง
โดย Cassia Residences Rama 9 Bangkok มีโปรแกรมรูปแบบใหม่ ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน เรียกว่า “Leaseback Program” ที่จะช่วยสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนได้อย่างสม่ำเสมอ นั่นคือ
- Forever Leaseback Program
โดยจะการันตีผลตอบแทน 5% ต่อปี ตลอดระยะเวลา 3 ปี และสามารถต่อสัญญาทุก 30 ปีไปเรื่อย ๆ (30y + 30y + 30y) เหมาะสำหรับนักลงทุนสายสะสมมูลค่า
- Flexible Leaseback Program
โดยจะการันตีผลตอบแทน 5% ต่อปี ตลอดระยะเวลา 3 ปี และสามารถต่อสัญญาทุก 15 ปีไปเรื่อย ๆ (15y + 15y + 15y) เหมาะสำหรับนักลงทุนสายยืดหยุ่น
โดยการลงทุนใน Cassia Branded Residence นักลงทุนจะได้รับทั้งผลตอบแทนในรูปแบบเงินปันผลใน ทุก ๆ 3 เดือน อีกทั้งจะได้รับเงินจากส่วนต่าง หรือ Capital Gain เวลามีการซื้อขายสินทรัพย์ อีกด้วย
ที่น่าสนใจคือ นักลงทุนที่ชำระแบบจ่ายสด 100% จะได้รับผลตอบแทนคืนทันที นับจากวันที่โอน
ไม่ต้องรอให้ตึกสร้างเสร็จ ไม่ต้องรอผู้เช่า
โปรแกรมการลงทุนเหล่านี้ สะท้อนถึง ความเป็นผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ของแบรนด์ LANDMARK
ที่อยากจะสร้างผลตอบแทนให้แก่นักลงทุนได้อย่างสม่ำเสมอ
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ..
LANDMARK @MRTA Station ที่ตั้งอยู่บนทำเลพระราม 9 มีราคาเริ่มต้นที่ 4.7 ล้านบาท
ทำเลพระราม 9 ถือว่าเป็น CBD ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร ทำเลนี้ยังมีการเคลื่อนไหวในแง่ของการลงทุนอยู่เสมอ
อีกทั้ง โครงการที่เป็น Mixed Use อย่าง LANDMARK @MRTA Station
จะมาช่วยยกระดับให้ศักยภาพพื้นที่มากขึ้น เป็นที่น่าสนใจของนักลงทุน และนักธุรกิจ อีกด้วย..
© 2022 Longtunman. All rights reserved.