ยกระดับการลงทุน ด้วยเครื่องมือเทรดอัตโนมัติ  Algorithmic Trading

ยกระดับการลงทุน ด้วยเครื่องมือเทรดอัตโนมัติ Algorithmic Trading

2 มิ.ย. 2022
SET X ลงทุนแมน
หากพูดถึงเครื่องมือที่ช่วยให้การลงทุนเป็นเรื่องที่ง่าย
คนส่วนใหญ่จะนึกถึงระบบการออมเงินอัตโนมัติอย่าง DCA
ด้วยฟังก์ชันที่สร้างความสะดวกสบาย สร้างวินัยในการลงทุน รวมถึงลดความผันผวน
จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ ที่นักลงทุนบางส่วนให้ความนิยมกัน
รู้หรือไม่ว่า จริง ๆ แล้ว Streaming ไม่ได้มีเพียงการ DCA เท่านั้น
แต่ยังมีคำสั่งรูปแบบอื่นที่จะช่วยให้ผู้ลงทุนซื้อขายได้ตามแผนที่วางไว้
เช่น Stop Order, Trailing Stop หรือ Bracket Order สำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการส่งคำสั่งแบบที่ซับซ้อน และมีความรวดเร็วในการส่งคำสั่งซื้อขายในรูปแบบอัตโนมัติ หรือต้องการสร้างกลยุทธ์การลงทุนตามสไตล์ของตนเอง
ว่าแต่จะมีเครื่องมือใดที่เหมาะสมกับการลงทุนของเราบ้างนั้น
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
โดยก่อนอื่น เรามาเช็กตัวเองกันก่อนว่า เรากำลังเป็นนักลงทุนระดับไหน
1. ระดับ Beginner
นักลงทุนกลุ่มนี้ จะพอเข้าใจหรือรู้จักการวิเคราะห์ทางเทคนิคบ้าง
แต่ยังต้องการคำแนะนำ และกำลังมองหาเครื่องมือที่เป็นตัวช่วย
เครื่องมือที่มีความเหมาะสมจึงต้องใช้งานง่าย และช่วยสร้าง Logic ในการเป็นนักลงทุนที่ดี
เครื่องมือแรกที่แนะนำคือ Stock Screening ฟังก์ชันที่จะช่วยคัดเลือกหุ้นให้ตรงตามสไตล์การลงทุนของแต่ละคน ซึ่งช่วยลดระยะเวลา และความผิดพลาด
โดยฟังก์ชันนี้ มีเกณฑ์ในการจัดกลุ่มหุ้น ทั้งหมด 3 แบบ
- หุ้น Value (V) หุ้นที่มีราคาถูกกว่ามูลค่าที่แท้จริงของบริษัท
- หุ้น Growth (G) หุ้นที่บริษัทมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
- หุ้น Momentum (M) หุ้นที่มีทิศทางของราคาและปริมาณการซื้อขายที่ดี
เครื่องมือต่อมาคือ DCA Order ฟังก์ชันที่จะช่วยลงทุนอัตโนมัติในแต่ละเดือน โดยไม่ต้องกดซื้อซ้ำ
เหมาะกับนักลงทุนสายปัจจัยพื้นฐาน ที่ต้องการลงทุนระยะยาว
โดยประโยชน์ของฟังก์ชันนี้คือ ช่วยให้ผู้ลงทุนสร้างวินัยในการออมและการลงทุน
รวมถึงช่วยลดต้นทุน ในช่วงเวลานั้น ๆ หากหลักทรัพย์มีราคาลดลง
การใช้งานก็ง่ายดาย ด้วย 4 ขั้นตอนเท่านั้น
1. เลือกหุ้นที่ต้องการลงทุน
2. เลือกจำนวนเงินที่ลงทุนในแต่ละเดือน
3. เลือกวันและระยะเวลาที่ต้องการลงทุน
4. ใส่ Pin และกด Submit เพื่อยืนยันคำสั่ง
เพียงเท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย โดยเงินก็จะถูกตัด เพื่อนำไปลงทุนหุ้นที่ต้องการ
2. ระดับ Intermediate
พอมาระดับนี้ นักลงทุนจะต้องสามารถใช้อินดิเคเตอร์บนกราฟเทคนิคได้ มีพื้นฐานความรู้ใส่สูตรบน MS Excel รวมถึงเข้าใจและใช้ฟีเจอร์การส่งคำสั่งแบบมีเงื่อนไขในการส่งคำสั่งพื้นฐาน
เครื่องมือที่ตอบโจทย์นักลงทุน ได้แก่ Conditional Order ฟังก์ชันที่จะช่วยให้การซื้อขายเป็นไปตามแผน โดยไม่ต้องนั่งเฝ้าหน้าจอ
ซึ่งสามารถแบ่งแยกย่อยเครื่องมือได้อีก 3 คำสั่ง
- Stop Order มักนิยมใช้สำหรับการตัดขาดทุน ก่อนที่ราคาหุ้นจะลดลง จนขาดทุนอย่างหนัก
- Trailing Stop คำสั่งสำหรับซื้อหรือขายหุ้นในช่วงที่กำลังกลับตัวจากทิศทางเดิม
หากราคากลับตัวเป็นขาขึ้น นักลงทุนจะมีโอกาสได้ซื้อหุ้นในต้นทุนที่ต่ำ
ขณะเดียวกัน หากราคากลับตัวเป็นขาลง นักลงทุนจะได้ขายทำกำไร ขณะที่ราคาลดน้อยลง
- Bracket Order สามารถใช้ตั้งเงื่อนไขคำสั่งได้ทั้งขาขึ้นและขาลง
จะเห็นได้ว่า เครื่องมือเหล่านี้เหมาะกับนักลงทุนสายเทคนิคอล ที่ไม่มีเวลาในการติดตามหน้าจอ
หรือนักลงทุนที่ต้องการสร้างวินัย โดยไม่ให้อารมณ์มาเกี่ยวข้อง
เครื่องมืออีกอย่างที่น่าสนใจไม่แพ้กันนั่นคือ Technical Chart กราฟเทคนิคที่ช่วยให้นักลงทุนวิเคราะห์หุ้นได้อย่างง่าย ๆ
ซึ่งภายใน Streaming จะมีอินดิเคเตอร์ครบครันกว่า 50 ตัว ทั้ง ADX, MACD, Ichimoku และอื่น ๆ รวมถึง Drawing Tools กว่า 50 แบบ
3. ระดับ Advance
นักลงทุนกลุ่มนี้จะคิดกลยุทธ์การลงทุนเป็นของตัวเอง สามารถปรับแต่งค่าอินดิเคเตอร์ หรือสามารถผสมอินดิเคเตอร์ต่าง ๆ ได้
รวมถึงส่งคำสั่งซื้อขายแบบมีเงื่อนไขที่ซับซ้อนได้ด้วย
เครื่องมือที่เหมาะสม จึงต้องมีความยืดหยุ่นสูง อย่างเช่น Algorithm Trading หรือ Robot Trade
หรือก็คือชุดคำสั่งคอมพิวเตอร์ที่ส่งคำสั่งซื้อขายหุ้นได้โดยอัตโนมัติและทันที นั่นเอง
โดยในปัจจุบันบริษัทหลักทรัพย์ได้นำเสนอโปรแกรมให้ผู้ลงทุนกลุ่มนี้ได้เลือกใช้มากมาย
ซึ่งรองรับทั้งผู้ที่ต้องการเขียน Robot Trade ด้วยตนเอง หรืออยากมี Robot Trade แต่ไม่ต้องการเขียน หรือไม่มีความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมก็สามารถใช้งานได้
เช่น โปรแกรม MT4, MT5, Amibroker หรือส่งคำสั่งผ่าน Settrade Open API
โดย Settrade Open API สามารถเพิ่มโอกาสให้ผู้ลงทุนที่มีความสามารถในการเขียนโปรแกรม นำแนวคิดในการซื้อขายหลักทรัพย์ของตนเอง มาประยุกต์ใช้ทั้งในส่วนของหุ้น และอนุพันธ์ รองรับการเขียน 3 ภาษา ได้แก่ Python, Amibroker และ VBA
ทั้งหมดนี้ จะเห็นได้ว่า เครื่องมือแต่ละแบบ ก็มีความเหมาะสมที่แตกต่างกันไป
ขึ้นอยู่กับว่าเราเป็นนักลงทุนระดับไหน และมีแนวทางการลงทุนอย่างไร
ทีนี้ หากเราอยากรู้ว่า เครื่องมือไหนที่เหมาะกับเรา และจะช่วยเพิ่มความสามารถในการลงทุนได้
คำตอบที่ดีที่สุดคือ เราต้องเข้าใจสไตล์การลงทุนของตนเอง พร้อมเปิดใจลองใช้เครื่องมือใหม่ ๆ เพื่อยกระดับการลงทุนต่อไป นั่นเอง..
© 2022 Longtunman. All rights reserved.