Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium รถ Super Luxury ที่ดีที่สุดในตระกูล S-Class

Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium รถ Super Luxury ที่ดีที่สุดในตระกูล S-Class

27 มิ.ย. 2022
Mercedes-Benz X ลงทุนแมน
ถ้าพูดถึง แบรนด์รถยนต์ ที่สะท้อนถึงความสำเร็จในชีวิตให้แก่ผู้ครอบครอง
หลายคนน่าจะนึกถึงแบรนด์ที่มีโลโก 3 แฉกอย่าง Mercedes-Benz
พอพูดถึง Mercedes-Benz เราก็มักจะนึกถึง รถที่นั่งหรูหรา ที่เรียงลำดับ Class
ตามตัวอักษร A C E S ส่วนรหัสที่นอกเหนือจากนั้น ก็จะอยู่ในรถประเภทอื่น ๆ
นั่นแปลว่า S-Class ถือเป็น รถที่นั่งซีดานหรูหราระดับเรือธง ของ Mercedes-Benz นั่นเอง
โดยความเคลื่อนไหวล่าสุดก็คือ การเปิดตัว S-Class รุ่นใหม่ Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium ขับเคลื่อนในระบบ Plug-In Hybrid
โดยรถรุ่นนี้ประกอบในประเทศไทยมีราคาขายที่ 7,190,000 บาท
เมื่อจัดอยู่ในตระกูล S-Class สิ่งที่ลูกค้าคาดหวัง คือการเป็นรถซีดานขนาดใหญ่ที่มีความหรูหรา มอบประสบการณ์ในการขับขี่ และการนั่งโดยสารที่เหนือชั้น ซึ่งหาไม่ได้จากรถคันอื่น ๆ
ตรงนี้ถือเป็นจุดขายที่ทำให้ S-Class กลายเป็นรถซีดานหรูที่ขายดีที่สุด รุ่นหนึ่งของโลก
แล้วรถรุ่นใหม่อย่าง Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium จะตอกย้ำความเป็น S-Class จากที่ดีอยู่แล้ว ให้ดีกว่าเดิมได้อย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า S-Class มีที่มาจากภาษาเยอรมัน
ตัวอักษร S มาจากคำว่า Sonderklasse ที่แปลว่า ความพิเศษ
ก็เลยทำให้ทุกครั้งที่ตระกูล S-Class เปิดตัวรถรุ่นใหม่จะมีการติดตั้งอุปกรณ์พิเศษ ที่หาไม่ได้จากรถหรูคันอื่น ๆ
หรือแม้แต่เทคโนโลยีล้ำ ๆ ที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นในรถยนต์ S-Class ก็จะบรรจุสิ่งที่เกินคาดเหล่านี้มาลงในรถรุ่นใหม่ของตัวเอง
ซึ่งก็ต้องบอกว่า รุ่น S 580 e AMG Premium ก็ทำเรื่องนี้ได้ดีเกินคาด
ทั้งระบบขับเคลื่อนที่ทรงพลัง และดีไซน์ระดับ Super Luxury ที่สะกดทุกสายตา จนถึงฟังก์ชันในตัวรถที่สะท้อนถึงการเป็น รถระดับเรือธง ของ Mercedes-Benz
เรามาดูในเรื่องดีไซน์ของรถรุ่นนี้กันก่อน ในอดีตเมื่อพูดถึง Mercedes-Benz คนทั่วไปมักจะนึกถึงรถที่ถูกออกแบบมาอย่างภูมิฐาน และสง่างาม
แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Mercedes-Benz มีการผสมดีไซน์โมเดิร์นเข้าไปในตัวรถทุกรุ่นที่วางขาย
รุ่น S 580 e AMG Premium ก็เช่นกัน ที่มีดีไซน์หรูหรา และโมเดิร์นกว่า S-Class รุ่นเก่า ๆ ในอดีต
ตัวอย่างเช่น การใช้โค้งหลังคา Catwalk line ที่กดองศาหลังคาให้ต่ำลง
ทำให้รถดูหรูหราแต่แอบแฝงไปด้วยความสปอร์ตที่ลงตัว โดยพื้นที่ในห้องโดยสารไม่ลดลง แต่กลับเพิ่มขึ้น
ส่วนเรื่องที่เป็นกระแส นับตั้งแต่ที่มีการเปิดตัวรถรุ่นนี้ในเมืองไทยก็คือ การออกแบบที่นั่งในห้องโดยสาร
ที่มองดูก็จะรู้ได้ทันที ถึงการตกแต่งอย่างประณีตเสมือนงานศิลปะชั้นเลิศ
โดยจะใช้วัสดุหนังคุณภาพดีที่สุด ของ Mercedes-Benz
ที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือ เบาะหลังของรถคันนี้ นอกจากปรับแต่งที่นั่งได้แล้ว
ก็ยังมีจอภาพ OLED ขนาด 12.8 นิ้ว และแสงบนหน้าจอที่ช่วยให้มองเห็นได้ชัด แม้เจอแสงแดด
ที่นั่งก็ยังมีฟังก์ชันการนวดให้เลือกถึง 6 ระบบ อีกทั้งยังมีระบบ Energizing Air Control Plus
ตรวจวัดฝุ่นละออง PM2.5 ในอากาศ และกรองอากาศในห้องโดยสารให้บริสุทธิ์ได้
ทีนี้ก็มาถึง สิ่งที่เป็นไฮไลต์ของรถคันนี้ก็คือ ระบบขับเคลื่อน Plug-In Hybrid
ที่สามารถเสียบปลั๊กชาร์จไฟฟ้า เข้าไปเก็บในแบตเตอรี่ในตัวรถ และสามารถเติมน้ำมัน เพื่อใช้เป็นพลังงานขับเคลื่อนในคันเดียวกัน

ทำให้ผู้ขับสามารถเลือกขับด้วยระบบที่หลากหลาย เช่น ขับด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างเดียว หรือใช้พลังงานไฟฟ้าควบคู่กับน้ำมันในการขับเคลื่อน

รู้หรือไม่ว่า Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium ใช้เครื่องยนต์เบนซินแบบ 6 สูบเรียง ขนาดเครื่องยนต์ 3 ลิตรเทอร์โบ และมีมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ถึง 28.6 kWh
ให้กำลังสูงสุดถึง 510 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดถึง 750 นิวตันเมตร

เมื่อเครื่องยนต์เบนซินขนาดใหญ่ 6 สูบเรียงทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดใหญ่
ก็เลยทำให้รถคันนี้มีการขับเคลื่อนที่ทรงพลังเกินคาด

โดยมีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาแค่ 5.2 วินาที
และทำความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยใช้เครื่องยนต์เบนซิน และมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานร่วมกันในการขับเคลื่อน

และหากใช้พลังงานไฟฟ้าเพียว ๆ ด้วยการขับใน EV Mode สามารถขับได้ไกลสูงสุดถึง 94-113 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง
ซึ่งก็เป็นระยะทางที่มากพอ สำหรับการเดินทางเฉพาะในตัวเมืองในแต่ละวัน
ทำให้รถแทบจะไม่ต้องเติมน้ำมัน และไม่ปล่อยก๊าซ CO2 ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้โลกร้อน


เรื่องสุดท้ายที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือ Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium ไม่ได้ใช้แค่ศาสตร์และศิลป์ในการดีไซน์รถเพียงอย่างเดียว
แต่ยังนำแนวคิดนี้ มาคิดค้นเทคโนโลยีล้ำ ๆ ใส่เข้ามาในตัวรถ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้ามั่งคั่งที่ครอบครองรถคันนี้ได้อย่างลงตัว ตัวอย่างเช่น

- MBUX Interior Assistant ระบบจับความเคลื่อนไหวของผู้โดยสารในรถ
สมมติเราก้มตัวลงไปใต้เบาะที่นั่ง เพื่อหยิบของ ระบบจะเปิดไฟบริเวณนั้นให้ทันที

- Fingerprint sensor ระบบจดจำผู้ใช้งานผ่านการสแกนลายนิ้วมือ
โดยจดจำพฤติกรรมของผู้ใช้รถ เช่น เส้นทางที่ใช้เดินทางเป็นประจำ, โหมดขับขี่ที่ใช้บ่อย ข้อมูลการทำงานต่าง ๆ
อีกทั้งข้อมูลเหล่านี้ยังสามารถตั้งค่าความเป็นส่วนตัว หมดกังวลในเรื่องความปลอดภัยด้านข้อมูล

ด้านเทคโนโลยี และด้านความปลอดภัย ก็ถูกใส่เข้ามาในรถหรูคันนี้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น
- Active Lane Keeping Assist ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องจราจร
- Active Emergency Stop Assist ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติในกรณีฉุกเฉิน
- Exit Warning ระบบที่จะทำงานหากมือของผู้โดยสารมีการขยับไปใกล้ที่จับประตูด้านใน
จริง ๆ แล้วยังมีอีกหลายฟังก์ชัน และหลาย Material ที่แสดงถึงการเป็นรถหรูในตระกูล S-Class
ที่อาจไม่ได้พูดถึง
อย่างไรก็ตาม คงจะมีคำถามต่อมาว่าแล้ว Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium กับราคาขาย 7,190,000 บาท คุ้มค่ามากแค่ไหน..
เรื่องนี้ ก็อยู่ที่มุมมองของแต่ละคน แต่ที่แน่ ๆ Mercedes-Benz ตั้งใจผลิตรถคันนี้ให้เป็นรถ Luxury Car ที่สมบูรณ์แบบที่สุด เท่าที่เคยมีมาในตระกูล S-Class
เพื่อทำให้เจ้าของรถรู้สึกภูมิใจที่ได้ครอบครองรถที่ทรงคุณค่า
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม..

References
-https://www.primecarsrentalthailand.com/รถเบนซ์รุ่นต่างๆ/
-การทดสอบรถขับเคลื่อนด้วย EV Mode WLTP : Worldwide Harmonised Light Vehicle Test Procedure)
-https://th.wikipedia.org/wiki/เมอร์เซเดส-เบนซ์_เอส-คลาส
-https://www.thairath.co.th/news/auto/news/2279512
© 2022 Longtunman. All rights reserved.