ทำไมบางคน ชอบลงทุน ในหุ้นขนาดเล็ก มากกว่า หุ้นขนาดใหญ่

ทำไมบางคน ชอบลงทุน ในหุ้นขนาดเล็ก มากกว่า หุ้นขนาดใหญ่

13 ก.ย. 2022
ทำไมบางคน ชอบลงทุน ในหุ้นขนาดเล็ก มากกว่า หุ้นขนาดใหญ่ /โดย ลงทุนแมน
หลายคนที่อยู่ในตลาดหุ้น น่าจะเคยได้ยินว่า
ถ้าอยากทำผลตอบแทนให้ได้สูง ๆ ควรจะลงทุนในหุ้นขนาดกลางและหุ้นขนาดเล็ก
อย่างไรก็ตาม การลงทุนในหุ้นประเภทนี้ ก็ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงที่สูงเช่นกัน
แล้วหุ้นขนาดกลางและหุ้นขนาดเล็ก น่าสนใจอย่างไร ?
มีความเสี่ยงเรื่องอะไรบ้าง ?
ลงทุนแมนจะสรุปให้ฟัง
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
ตลาดหุ้นไทยจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ตลาดหลัก คือ SET และ mai
โดยที่ตลาด SET เป็นแหล่งระดมทุนของบริษัทที่มีขนาดใหญ่
ขณะที่ตลาด mai เป็นแหล่งระดมทุนของบริษัทที่มีขนาดกลางและขนาดเล็ก
หากเราลองมาดูผลตอบแทนในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
ตลาด SET
ปี 2019 ผลตอบแทน 1.0%
ปี 2020 ผลตอบแทน -8.3%
ปี 2021 ผลตอบแทน 14.4%
ตลาด mai
ปี 2019 ผลตอบแทน -13.1%
ปี 2020 ผลตอบแทน 8.6%
ปี 2021 ผลตอบแทน 73.1%
จากข้อมูล ก็พอจะเห็นภาพว่า หุ้นขนาดกลางและหุ้นขนาดเล็ก มีความผันผวนมากกว่า หุ้นขนาดใหญ่พอสมควร แม้จะสร้างผลตอบแทนได้มหาศาล แต่ก็มีโอกาสที่จะขาดทุนสูงเช่นกัน
โดยปีเตอร์ ลินช์ อดีตผู้จัดการกองทุนระดับโลกเคยพูดว่า ถ้านักลงทุนมีความอดทนต่อความผันผวน จากการลงทุนในหุ้นขนาดกลางและหุ้นขนาดเล็กได้ หลายครั้งก็ให้ผลตอบแทนได้ดีกว่าหุ้นขนาดใหญ่
แล้วความน่าสนใจของหุ้นขนาดกลางและหุ้นขนาดเล็ก มีอะไรบ้าง ?
- การเติบโตของกำไรที่อยู่ในระดับสูง
โดยปกติแล้ว หุ้นขนาดกลางและหุ้นขนาดเล็ก มักอยู่ในช่วงการเติบโตที่สูง มีฐานของกำไรที่ยังเล็ก ทำให้มีโอกาสการเติบโตของกำไรสูง ต่างจากหุ้นขนาดใหญ่ ที่มักอยู่ในช่วงของการเติบโตน้อยลงแล้ว หรือช่วงอิ่มตัว และมีฐานกำไรใหญ่แล้ว
จะไปเติบโตมาก ๆ ก็ทำได้ยากกว่า
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ โดยเปรียบเทียบ 2 บริษัท
บริษัท A มีกำไร 1,000 ล้านบาท
ในปีต่อมา ทำกำไรเพิ่มขึ้น 100 ล้านบาท
เท่ากับว่าบริษัท A มีอัตราการเติบโตของกำไร 10%
บริษัท B มีกำไร 500 ล้านบาท
ในปีต่อมา ทำกำไรเพิ่มขึ้น 100 ล้านบาทเท่ากัน
แต่อัตราการเติบโตของกำไรของบริษัท B จะเพิ่มขึ้นถึง 20%
- ธุรกิจเข้าใจง่าย
หุ้นขนาดกลางและหุ้นขนาดเล็ก มักมีการโฟกัสไปที่ธุรกิจเดียว หรือมีธุรกิจเพียงไม่กี่อย่าง ซึ่งการทำความเข้าใจธุรกิจสามารถทำได้ง่าย
ขณะที่หุ้นขนาดใหญ่ มักจะมีการกระจายไปในธุรกิจที่หลากหลาย การทำความเข้าใจธุรกิจ จึงต้องอาศัยการวิเคราะห์มากกว่า
- งบการเงินไม่ซับซ้อน
โดยหุ้นขนาดกลางและหุ้นขนาดเล็ก มักไม่มีบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม หรืออาจจะมีไม่มากนัก
เพราะด้วยโครงสร้างของธุรกิจที่ไม่ซับซ้อน ทำให้การอ่านงบการเงินสามารถทำได้ง่าย
ขณะที่หุ้นขนาดใหญ่ จะมีบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วมจำนวนมาก เพื่อให้การดำเนินธุรกิจมีความคล่องตัว
ซึ่งจะมีงบการเงินที่ซับซ้อนมากกว่า
อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีประเด็นความเสี่ยงอื่น ๆ โดยเฉพาะเรื่องสภาพคล่อง ของหุ้นขนาดกลางและหุ้นขนาดเล็ก ที่มักจะอยู่ในระดับต่ำ ทำให้การซื้อขายทำได้ยาก รวมถึงอาจเกิดการร่วมกันปั่นราคาหุ้นได้ง่าย ซึ่งบิดเบือนไปจากพื้นฐานของบริษัท
ดังนั้น ก่อนที่เราจะตัดสินใจลงทุนในหุ้นขนาดกลางและหุ้นขนาดเล็ก เราต้องชั่งน้ำหนักระหว่างผลตอบแทน กับความเสี่ยงด้วย
เพราะถ้าเราลงทุน โดยไม่ได้วิเคราะห์ให้ดีเสียก่อน ไม่ว่าหุ้นตัวนั้นจะเป็นหุ้นขนาดกลาง หุ้นขนาดเล็ก หรือหุ้นขนาดใหญ่ เราก็สามารถขาดทุนได้เหมือนกัน..
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
TikTok - tiktok.com/@longtunman
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงทุนแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
References
-https://www.setinvestnow.com/th/knowledge/article/221-the-attractiveness-of-middle-and-small-stock
-https://classic.set.or.th/th/faqs/listing_p1.html
-https://acquirersmultiple.com/2021/10/peter-lynch-invest-in-small-cap-stocks-if-you-have-the-stomach/
© 2022 Longtunman. All rights reserved.