กสทช. สั่งให้ TRUE DTAC ลดค่าบริการ 12% หลังควบรวม

กสทช. สั่งให้ TRUE DTAC ลดค่าบริการ 12% หลังควบรวม

21 ต.ค. 2022
กสทช. สั่งให้ TRUE DTAC ลดค่าบริการ 12% หลังควบรวม /โดย ลงทุนแมน
โดยหลังจากเมื่อคืนนี้ กสทช. ได้มีมติเสียงข้างมากว่า TRUE และ DTAC สามารถควบรวมกันได้ ไม่เป็นการผูกขาด และได้มีการระบุเงื่อนไขหลายข้อ สำหรับการควบรวมออกมา
หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญ ที่น่าจับตามอง และก็น่าจะเกี่ยวข้องกับคนไทยทั้งประเทศเลย
ก็คือ กสทช. สั่งให้มีการกำหนดเพดานราคาของอัตราค่าบริการเฉลี่ยลดลง 12% ภายใน 90 วันหลังมีการควบรวม
โดยใช้วิธีการเฉลี่ยราคาใหม่ ด้วยการถ่วงน้ำหนักตามจำนวนผู้ใช้บริการ ในแต่ละรายการส่งเสริมการขาย
ประเด็นมันอยู่ตรงที่ ตอนนี้ยังไม่แน่ชัดว่าที่ กสทช. สั่งให้ลดค่าบริการ 12% นั้น มีผลกับค่าบริการเดิม หรือจากเพดานเดิม
แล้วเรื่องนี้มันจะออกมาเป็นกรณีไหนได้บ้าง
ลงทุนแมน จะเล่าให้ฟัง
สิ่งที่เกิดขึ้นจากการตีความของประกาศ
สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กรณี ก็คือ
กรณีที่ 1 คือ ต้องลด 12% จากค่าบริการเดิม
เท่ากับว่า TRUE และ DTAC จะมีรายได้จากค่าบริการลดลงทันที 12%
หากเราลองนำผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของทั้ง TRUE และ DTAC
มาคำนวณว่าการลดค่าบริการลง 12% ส่งผลกระทบกับแต่ละบริษัทขนาดไหน
เริ่มจาก TRUE ไตรมาสที่ 2 ปี 2565
มีรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่อยู่ที่ 19,927 ล้านบาท
หากลดลง 12% แปลว่า TRUE จะมีรายได้จากธุรกิจกลุ่มนี้ เหลือเพียง 17,536 ล้านบาท
เท่ากับว่าจากเดิมที่ TRUE ในไตรมาสนี้ ขาดทุนอยู่ 761 ล้านบาท
TRUE ก็จะขาดทุนเพิ่มขึ้นเป็น 2,452 ล้านบาท
ในขณะที่ DTAC ไตรมาสที่ 2 ปี 2565
มีรายได้จากการให้บริการ 13,921 ล้านบาท
หากลดลง 12% แปลว่า DTAC จะมีรายได้จากธุรกิจกลุ่มนี้ เหลือเพียง 12,243 ล้านบาท
เท่ากับว่าจากเดิมที่ DTAC ในไตรมาสนี้ กำไร 1,004 ล้านบาท
DTAC ก็จะมีกำไรลดลงเหลือ 674 ล้านบาท
จากตรงนี้ จะเห็นได้ว่าถ้าต้องลดราคาจากค่าบริการเดิมลง ทั้ง 2 บริษัทนี้ ก็จะมีรายได้ลดลงทันที (ถ้าทั้ง 2 บริษัทยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จากการควบรวม ในการลดต้นทุน)
แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าปัจจุบัน ค่าโทร และค่าอินเทอร์เน็ต ไม่ต่างอะไรไปจากปัจจัย 4
และเป็นเหมือนกับสินค้าโภคภัณฑ์ ไม่ได้มีอำนาจในการขึ้นราคาใด ๆ อยู่แล้ว
สะท้อนให้เห็นจากปีนี้ ที่เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นตลอดทั้งปี แต่เราจะสังเกตได้ว่าค่าบริการสัญญาณโทรศัพท์มือถือของเราไม่ได้เพิ่มตาม
หมายความว่าการที่ TRUE และ DTAC ต้องคิดค่าบริการลดลง มันก็จะทำให้ผู้เล่นที่เหลือในอุตสาหกรรมจำเป็นต้องปรับลดราคาลงตามไปด้วย AIS จึงจำเป็นต้องลดค่าบริการลงด้วย เพื่อรักษาฐานลูกค้าเอาไว้
สำหรับ ADVANC เจ้าของ AIS มีรายได้จากการให้บริการอยู่ที่ 36,486 ล้านบาท
หากลดลง 12% แปลว่า ADVANC จะมีรายได้จากธุรกิจกลุ่มนี้ เหลือเพียง 32,107 ล้านบาท
ซึ่งกำไรของ ADVANC ก็จะลดลงด้วย ในลักษณะเดียวกันกับ TRUE และ DTAC..
กรณีที่ 2 คือ ลด 12% จากเพดานค่าบริการ
ถ้าเป็นในกรณีนี้ ทั้ง 3 บริษัท ก็จะไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย เพราะว่าเพดานค่าบริการเดิมที่ กสทช. ตั้งเอาไว้สูงอยู่แล้ว และค่าบริการในปัจจุบันก็อยู่ต่ำกว่าเพดานที่ตั้งไว้หลายเท่า
ซึ่งก็ไม่รู้ว่า กสทช. จะออกเงื่อนไขนี้มาทำไม ถ้าตีความเงื่อนไขให้เป็นแบบกรณีที่ 2 จริง
สรุปได้ว่าตอนนี้ ต้องติดตามกันต่อไปว่า การลดเพดานค่าบริการ 12% นั้น จะตีความว่าเป็นอย่างไร
หากผู้ให้บริการเครือข่าย ต้องปรับค่าบริการลง 12% จากค่าบริการเดิม
ทั้ง TRUE DTAC รวมถึง ADVANC ก็อาจจะได้รับผลกระทบ จากการถูกบังคับให้มีราคาบริการที่ต่ำลง
และทำให้ ทั้ง 3 บริษัทอาจมีรายได้ และกำไรที่ลดลง
ซึ่งผู้บริโภคก็จะได้รับประโยชน์ คือจ่ายค่าสัญญาณโทรศัพท์ที่ถูกลงไปอีก แต่ถ้าเป็นแบบนี้จริง TRUE และ DTAC ก็อาจบอกว่าไม่ควบรวมแล้วดีกว่า เพราะรวมไปแล้วต้องถูกกดค่าบริการลง ก็อาจยิ่งแย่กว่า การอยู่แยกกัน เสียอีก..
© 2022 Longtunman. All rights reserved.