E-Book ยังขายได้เฉพาะกลุ่ม และไม่ได้มาทดแทนหนังสือ

E-Book ยังขายได้เฉพาะกลุ่ม และไม่ได้มาทดแทนหนังสือ

E-Book ยังขายได้เฉพาะกลุ่ม และไม่ได้มาทดแทนหนังสือ /โดย ลงทุนแมน
การอ่านของผู้คน ได้ย้ายขึ้นมาอยู่บนจอโทรศัพท์มือถือมากขึ้น ทั้งบทความ หรือเนื้อหาข่าวสารต่าง ๆ ที่ถูกขับเคลื่อนโดยแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
แม้แต่การอ่านหนังสือแบบเดิม ๆ ก็เริ่มขยับมาเป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Book จนหลาย ๆ คนอาจคิดว่า E-Book จะเข้ามาแทนที่ หนังสือแบบดั้งเดิม
แต่รู้หรือไม่ว่า หนังสือ E-Book ยังไม่สามารถแทนที่หนังสือแบบดั้งเดิมได้ แม้จะสะดวกสบายกว่าก็ตาม และดูเหมือนว่าเรื่องนี้ จะเป็นเหมือนกันทั้งโลก
E-Book ที่เป็นหนังสือดิจิทัล เจอปัญหาอะไร ถึงอาจแทนที่หนังสือแบบดั้งเดิมไม่ได้
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
Brighton College Bangkok จัดแคมป์ ระหว่างวันที่ 13-17 กุมภาพันธ์ 2566 สำหรับเด็กอายุ 4-16 ปี ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://bit.ly/3XmCXRz
╚═══════════╝
ในปี 2564 ประเทศไทยมีหนังสือที่ถูกตีพิมพ์กว่า 18,291 เรื่อง มีมูลค่าตลาด เท่ากับ 13,000 ล้านบาท
และถ้าเรามาดูมูลค่าตลาด E-Book ในไทย จะพบว่า
ปี 2561 มูลค่า 2,817 ล้านบาท
ปี 2562 มูลค่า 3,321 ล้านบาท
ปี 2563 มูลค่า 3,439 ล้านบาท
ในปี 2564 มูลค่าตลาด E-Book ในไทย มีมูลค่าเท่ากับ 3,753 ล้านบาท คิดเป็น 29% ของตลาดหนังสือในไทย และมีการเติบโตเฉลี่ย 8% ต่อปี
สอดคล้องกับประเทศอื่น ๆ ซึ่งในปี 2564 มียอดขาย E-Book เป็นครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับหนังสือแบบรูปเล่ม
อย่างเช่น
- สหรัฐอเมริกา มีคนที่ซื้อ E-Book 23.4% และซื้อหนังสือแบบรูปเล่ม 44.6%
- ญี่ปุ่น มีคนที่ซื้อ E-Book 18.6% และซื้อหนังสือแบบรูปเล่ม 40.1%
ในขณะที่จีน มีตัวเลขสูงกว่าชาติอื่น โดยมีคนที่ซื้อ E-Book 26% และซื้อหนังสือแบบรูปเล่ม 33%
เนื่องจากรัฐบาลผลักดันและรณรงค์ให้โรงเรียนหันมาใช้ E-Book เป็นสื่อการสอนมากขึ้น จึงเป็นตัวขับเคลื่อนตลาด E-Book ในประเทศ
ซึ่งถึงแม้การอ่านหนังสือในรูปแบบ E-Book จะมีการเติบโตมาโดยตลอด ตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป
แต่ดูเหมือนว่า สำหรับในประเทศไทย E-Book จะยังไม่สามารถเข้ามาแทนที่การอ่านหนังสือแบบปกติได้
เหตุผลก็คือ การเติบโตของ E-Book ที่มีฐานลูกค้าเฉพาะกลุ่มเท่านั้น
โดยหากเราไปดูผลประกอบการปี 2564 ของ 5 บริษัทในไทยที่ทำ E-Book พบว่า บริษัทเหล่านี้ มีรายได้มาจาก การขาย E-Book ประเภทนิยายและการ์ตูนเป็นหลัก
ไม่ว่าจะเป็น
- บริษัท เมพ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ Meb
- บริษัท อุ๊คบี จำกัด และ บริษัท อุ๊คบี ยู จำกัด หรือ Ookbee
- บริษัท เอ็นเอชเอ็น (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ Comico
- บริษัท เด็กดี อินเตอร์แอคทีฟ จำกัด หรือ Dekdee
- บริษัท รุ่งเรืองตลอดไป จำกัด (มหาชน) หรือ Kawebook
ซึ่งทั้ง 5 บริษัทเป็นเจ้าใหญ่ในตลาด E-Book ของไทย
มีรายได้รวมกันสูงถึง 2,492 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 66% ของสัดส่วน E-Book ในไทย
และถ้าลองไปดูสัดส่วนรายได้ของ Meb ซึ่งมีรายได้
กว่า 1,444 ล้านบาท กำไร 275 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในตลาด E-Book จะพบว่า
- 76% จาก E-Book ประเภทนิยาย
- 16% จาก E-Book ประเภทอื่น ๆ
- 5% จาก แพลตฟอร์ม readAwrite
- 3% อื่น ๆ
เราจะเห็นว่า บริษัทที่เป็นมีรายได้อันดับ 1 ในตลาด มีการขาย E-Book ประเภทนิยายเป็นหลัก
ในขณะที่อีก 4 บริษัทที่ยกตัวอย่างมานั้น สินค้าขายดีก็เป็นนิยายและการ์ตูน เช่นกัน
นั่นแสดงว่า ความนิยมในการอ่าน E-Book ยังเกิดขึ้นกับหนังสือบางประเภทเท่านั้น ในขณะที่หนังสือประเภทอื่น ๆ อีกหลากหลายหมวด ผู้อ่านยังนิยมอ่านแบบเป็นเล่มปกติมากกว่า
อย่างเช่น หนังสือพัฒนาตนเอง หนังสือด้านการศึกษา หนังสือศาสนา หนังสือประวัติศาสตร์ หนังสือการลงทุนและธุรกิจ
ทำให้การที่ E-Book จะเข้ามาแทนที่หนังสือรูปแบบเดิมได้นั้น อาจเป็นไปได้ยากหรือช้ากว่าที่คิด
แล้วทำไม E-Book ที่ดูจะอ่านได้สะดวกกว่า ถึงยังแทนที่หนังสือรูปแบบเดิมไม่ได้ ?
นอกจากเรื่องของความคุ้นชินของนักอ่าน ที่เจอกับหนังสือแบบเป็นรูปเล่ม โดยเฉพาะแบบเรียนที่เจอกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว
เหตุผลแรก คือ การอ่านแบบรูปเล่ม ช่วยให้จดจำได้ดีกว่าการอ่านแบบ E-Book
จากงานวิจัยของ Norway's Stavanger University ที่ได้ให้ผู้อ่าน 50 คน อ่านเรื่องสั้นเรื่องเดียวกัน โดยครึ่งหนึ่งอ่านแบบรูปเล่ม และอีกครึ่งหนึ่งอ่านแบบ E-Book
ได้ผลสรุปว่า การอ่านแบบเป็นรูปเล่ม ช่วยให้ผู้อ่านจดจำ และเรียงลำดับเรื่องราว ได้ดีกว่า E-Book
นี่จึงอาจเป็นอีกเหตุผล ที่ทำให้หนังสือแบบเรียน เนื้อหาวิชาการ หรือเรื่องราวที่ค่อนข้างซับซ้อน และเน้นการจดจำ ยังคงเติบโตได้ดีในตลาดหนังสือแบบเป็นรูปเล่ม มากกว่าแบบ E-Book
อีกเหตุผล คือ เรื่องของความรู้สึกทางด้านอารมณ์ และความชื่นชอบส่วนบุคคล
เนื่องจากผู้อ่านบางคนมีความนิยมในการเก็บสะสมหนังสือ หรือเก็บเป็นคอลเลกชันของผู้แต่งที่ชื่นชอบ
และในบางครั้ง หนังสือแบบรูปเล่ม ยังช่วยในเรื่องของการตกแต่งบ้าน อย่างการวางเรียงบนชั้นหนังสือ ซึ่งช่วยให้ห้องดูดีขึ้น
โดยเฉพาะเรื่องของการออกแบบรูปเล่มและปก ที่ดูเหมือนว่าหนังสือแบบรูปเล่มจะทำได้ดี และดึงดูดนักอ่านได้มากกว่าแบบ E-Book
ในขณะที่ผู้อ่านบางกลุ่มยังบอกว่า ชื่นชอบการอ่านหนังสือแบบรูปเล่มและรู้สึกสบายตามากกว่า เมื่อต้องจ้องผ่านจอโทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ตเมื่ออ่านแบบ E-Book
จากทั้งหมดนี้ ก็จะทำให้เข้าใจได้ว่า ทำไม E-Book ถึงยังเข้ามาแทนที่หนังสือเป็นเล่ม รูปแบบเดิมไม่ได้
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าตลาด E-Book จะไม่เติบโต
เพียงแต่หนังสือทั้ง 2 ประเภท เริ่มแสดงจุดเด่นของตัวเองออกมามากขึ้น และเริ่มหาตลาดเป็นของตัวเองได้ชัดเจนขึ้นนั่นเอง..
╔═══════════╗
Brighton College Bangkok จัดแคมป์ ระหว่างวันที่ 13-17 กุมภาพันธ์ 2566 สำหรับเด็กอายุ 4-16 ปี ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://bit.ly/3XmCXRz
╚═══════════╝
References
-https://datawarehouse.dbd.go.th/company/profile/5/0105557166059
-https://www.statista.com/outlook/dmo/digital-media/epublishing/ebooks/thailand
-https://www.statista.com/outlook/dmo/digital-media/epublishing/ebooks/worldwide
-รายงานประจำปี บริษัท รุ่งเรืองตลอดไป จำกัด (มหาชน)
-https://pubat.or.th/best-printing-of-2021/
-http://bit.ly/3XWSAiA
-https://www.theguardian.com/books/2014/aug/19/readers-absorb-less-kindles-paper-study-plot-ereader-digitisation
https://www.statista.com/chart/24709/e-book-and-printed-book-penetration/
© 2024 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon