จันทบุรี และ ชุมพร 2 จังหวัด เครื่องจักรทำเงิน จากสินค้าเกษตร

จันทบุรี และ ชุมพร 2 จังหวัด เครื่องจักรทำเงิน จากสินค้าเกษตร

จันทบุรี และ ชุมพร 2 จังหวัด เครื่องจักรทำเงิน จากสินค้าเกษตร /โดย ลงทุนแมน
รู้ไหมว่า รายได้ทุก ๆ 100 บาท ของประเทศไทย จะมาจาก
- ภาคบริการ 59 บาท
- ภาคอุตสาหกรรม 32 บาท
- ภาคเกษตรกรรม 9 บาท
ที่เป็นแบบนี้เพราะว่า จังหวัดส่วนใหญ่ในไทย มีรายได้หลักมาจากภาคบริการและอุตสาหกรรม
แต่ที่น่าสนใจคือ มีเพียง 2 จังหวัดเท่านั้น ที่มีรายได้หลักมาจากเกษตรกรรมคือ ชุมพร และจันทบุรี
โดยรายได้ของทั้ง 2 จังหวัดนี้ ทุก ๆ 100 บาท จะมาจากเกษตรกรรม 55 บาท และ 51 บาท ตามลำดับ
แล้ว 2 จังหวัดนี้ มีความพิเศษอย่างไร
ทำไมเป็นแค่ 2 จังหวัดในไทย ที่มีรายได้หลักจากเกษตรกรรม ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
เหตุผลแรกเลย ก็เพราะว่า
“ทั้ง 2 จังหวัดคือ แดนสวรรค์ของการทำเกษตร”
ที่พูดแบบนี้ได้ ก็เพราะที่ตั้งของจังหวัดชุมพรและจันทบุรี มีอาณาเขตติดกับทะเล ทำให้รับลมมรสุมได้อย่างเต็มที่
ส่งผลให้ฝนตกค่อนข้างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง เหมาะกับการทำการเพาะปลูก
อย่างจันทบุรี มีทั้งพื้นที่ชายฝั่งทะเล ที่ราบ และภูเขา
ส่งผลให้สภาพดินและสภาพภูมิอากาศ เหมาะสำหรับการปลูกพืชสวน มากกว่าพืชชนิดอื่น ๆ
จันทบุรี เลยเป็นแหล่งเพาะปลูกชั้นดี ซึ่งปัจจุบันมีการปลูกพืชต่าง ๆ ได้แก่
- มังคุด 27%
- ลำไย 25%
- ยางพารา 17%
- ทุเรียน 15%
- อื่น ๆ 16%
ส่วนชุมพร เป็นจังหวัดที่มีลักษณะเรียวยาวและแคบ มีแนวเทือกเขาทางทิศตะวันตกขนาบข้าง
มีพื้นที่ราบลุ่ม และที่ราบชายฝั่งทะเล ซึ่งรับลมมรสุมได้อย่างเต็มที่
ทำให้พื้นที่ของชุมพร เหมาะกับการทำเกษตรกรรมอย่างมาก โดยพืชที่ปลูกในจังหวัดนี้ ได้แก่
- ปาล์มน้ำมัน 55%
- ยางพารา 23%
- ทุเรียน 10%
- อื่น ๆ 12%
จะเห็นได้ว่า ทั้ง 2 จังหวัดนี้ สามารถปลูกพืชได้หลายชนิด เพราะดินและอากาศ มีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะกับการเติบโตทั้งพืชไร่และพืชสวน
โดยเฉพาะทุเรียน จันทบุรีมีผลผลิต 496,760 ตัน ตามมาด้วยชุมพร 261,232 ตัน ซึ่งทั้ง 2 จังหวัดนี้ ผลิตทุเรียนรวมกันกว่า 60% ของทั้งประเทศ
หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ทุเรียน 100 ลูกในไทย จะมาจากชุมพรและจันทบุรี 60 ลูกเลยทีเดียว
นอกจากทุเรียนแล้ว จันทบุรียังเป็นแหล่งปลูกลำไย อันดับ 2 รวมไปถึงมังคุด ที่เป็นอันดับ 1 ของประเทศ
ส่วนชุมพร ก็ยังเป็นแหล่งปลูกกาแฟ อันดับ 1 ของประเทศ คิดเป็น 30% ของผลผลิตทั้งหมด รวมไปถึงปาล์มน้ำมัน ที่มีผลผลิตอันดับ 3 ของประเทศ
ดังนั้นเรียกได้ว่าทั้ง 2 จังหวัดนี้ เป็นดินแดนสวรรค์ของการทำเกษตร ก็คงไม่ผิดนัก
อย่างไรก็ตาม ดินแดนสวรรค์ก็คงไม่มีประโยชน์อะไร
ถ้าไม่มีการต่อยอดที่ตามมา ซึ่งเรื่องนี้ทั้งชุมพรและจันทบุรี ก็สามารถต่อยอดได้ดี
เมื่อมีผลผลิตทางการเกษตรเกิดขึ้นแล้ว ล้งหรือโรงรับซื้อผลไม้ และโรงงานอุตสาหกรรมที่นำไปแปรรูป เพื่อนำไปสร้างมูลค่าต่อยอด ก็ต้องมีพร้อม
ซึ่งทั้ง 2 จังหวัดนี้มี “อุตสาหกรรมเกษตรแบบครบวงจร”
ปัจจุบัน ชุมพร มีโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร แหล่งรับซื้อ และสหกรณ์การเกษตร 38 แห่ง แบ่งออกเป็น
- โรงงานผลิตน้ำมันปาล์ม 19 แห่ง
- โรงงานแปรรูปไม้ยางพารา 15 แห่ง
- อื่น ๆ เช่น โรงแปรรูปยางแผ่น อาหารสัตว์ ลานตาก ลานรับซื้อ 4 แห่ง
ส่วนจันทบุรี ก็มีโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร แหล่งรับซื้อ และสหกรณ์การเกษตรเช่นกัน โดยมีกว่า 58 แห่ง กระจายอยู่ทั่วจังหวัด
นอกจากนี้ จันทบุรียังมีล้งหรือพ่อค้าคนกลาง รับซื้อผลไม้กว่า 800 แห่ง ซึ่งเป็นสะพานส่งออกผลไม้ เช่น ทุเรียนไปประเทศจีน ที่เป็นลูกค้าหลักของการบริโภค
และไม่เพียงแค่อุตสาหกรรมเกษตรแบบครบวงจรเท่านั้น แต่จันทบุรีและชุมพร ยังมีการเติบโตจากภาคบริการอื่น ๆ อีกด้วย
อย่างธุรกิจขนส่งและจัดเก็บ ที่จำเป็นสำหรับการส่งออกสินค้าเกษตร ซึ่งในช่วงก่อนปี 2563 ชุมพรมีการเติบโตสูงถึง 23% ต่อปี ส่วนจันทบุรีนั้น ก็มีการเติบโตกว่า 13% ต่อปี
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงในอนาคตของทั้ง 2 จังหวัดนี้
คงหนีไม่พ้นการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ที่ทำให้ฝนตกน้อยลงได้ และอาจส่งผลให้พืชสวนที่ต้องใช้น้ำมาก เจอปัญหาเหล่านี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ถึงตรงนี้ก็ไม่น่าแปลกใจว่า ทำไม 2 จังหวัดนี้
ถึงมีรายได้หลักมาจากเกษตรกรรมเกินครึ่งหนึ่ง
โดยภาคเกษตรกรรมถือเป็นเครื่องยนต์ที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัด ซึ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ชุมพรและจันทบุรี มีการเติบโตเฉลี่ยปีละ 7% เลยทีเดียว
เมื่อเทียบกับเศรษฐกิจไทย ที่โตเพียงประมาณ 2-3%
ซึ่งก็คงพูดได้อย่างเต็มปากว่า ชุมพรและจันทบุรี กำลังเป็นเครื่องจักรทำเงินสินค้าเกษตรของประเทศ
โดยเฉพาะทุเรียนที่มาจาก 2 จังหวัดนี้ คิดเป็นกว่า 60% ของทั้งประเทศ ที่สามารถสร้างรายได้จากการส่งออกเข้าประเทศ ปีละกว่าแสนล้านบาท..
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
TikTok - tiktok.com/@longtunman
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงทุนแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
References
-https://agri-map-online.moac.go.th
-https://www.nesdc.go.th/main.php?filename=gross_regional
-https://mis-app.oae.go.th/product

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2024 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon