
ตลาดหุ้นไทย “เซียนตาย ควายล้ม” ปี 2026 จะซ้ำรอยปี 2025 หรือไม่ ?
สรุปเนื้อหา Talk ลงทุนแมน ตอน "วิเคราะห์รอบด้าน หุ้นไทยปี 2026 จะซ้ำรอยปี 2025 หรือไม่" จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน ได้แก่
ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ต้นแบบนักลงทุนเน้นคุณค่า
คุณประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.ทาลิส
และคุณกวี ชูกิจเกษม ประธานเจ้าหน้าที่ สายการบริหารพอร์ตการลงทุน บล.พาย
ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ต้นแบบนักลงทุนเน้นคุณค่า
คุณประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.ทาลิส
และคุณกวี ชูกิจเกษม ประธานเจ้าหน้าที่ สายการบริหารพอร์ตการลงทุน บล.พาย
1. นิยามตลาดหุ้นไทย
ทั้ง 3 ท่านได้นิยามสถานะของตลาดหุ้นไทย ที่ซบเซาต่อเนื่องมา 3 ปี ด้วยมุมมองที่สะท้อนถึงความผิดปกติเชิงโครงสร้าง
ทั้ง 3 ท่านได้นิยามสถานะของตลาดหุ้นไทย ที่ซบเซาต่อเนื่องมา 3 ปี ด้วยมุมมองที่สะท้อนถึงความผิดปกติเชิงโครงสร้าง
ดร.นิเวศน์ มองว่าตลาดหุ้นไทยปีที่ผ่านมา ทำให้ “เซียนตาย ควายล้ม”
เพราะไม่ใช่แค่หุ้นตกธรรมดา แต่เป็นภาวะที่นักลงทุน โดยเฉพาะสาย VI ทำการบ้านมาอย่างดี เลือกหุ้นที่งบการเงินสวย แข็งแกร่ง แต่พอประกาศงบออกมาดี หุ้นกลับถูกเทขายทันที (Sell on Fact)
สาเหตุเพราะ ต่างชาติรอจังหวะที่มี Volume เข้ามาเพื่อระบายของออก ทำให้คนที่เข้าไปรับเพราะเห็นงบดี กลายเป็นผู้ขาดทุนหนัก พอร์ตเสียหาย 50-80% จนเกิดอาการท้อแท้
คุณกวี มองว่าตลาดหุ้นไทยเสมือน “ถูกแต่ไร้คนสนใจ สวยแต่ไม่มีคนจีบ”
โดยหุ้นไทยราคาถูกมาก มี PBV ต่ำเกือบ 1 เท่า หากตัด DELTA ออก แต่ขาดแรงดึงดูดเมื่อเทียบกับตลาดโลกที่ทำ New High
ซึ่งปี 2022 หุ้นโลกตก หุ้นไทยบวก แต่นั่นเป็นอดีต ปัจจุบันหุ้นไทยถูกมองข้ามเพราะนักลงทุนต่างชาติเห็นโอกาสในตลาดอื่นดีกว่า แม้ผลประกอบการบริษัทไทยจะไม่ได้แย่ แต่ขาดเสน่ห์
ส่วนคุณประภาส บอกว่าตลาดหุ้นไทย "หมดหวัง แต่ยังไม่สิ้นหวัง"
โดยทฤษฎีเดิมใช้ไม่ได้แล้ว อย่างสถิติ 20 ปีบอกว่า ถ้ากำไรโต หรือค่าเงินบาทแข็ง = หุ้นขึ้น
แต่ปีนี้ กำไรโตและเงินบาทแข็ง ต่างชาติกลับเทขาย นี่คือสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่ามุมมองของต่างชาติต่อไทย เปลี่ยนไปในเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่วัฏจักรปกติ
2. วิกฤติเชิงโครงสร้าง "ต้นไม้แก่" และ "กาฝาก"
สาเหตุลึก ๆ ที่ทำให้หุ้นไทยไม่ไปไหน เกิดจากปัญหาที่ฝังรากลึก
สาเหตุลึก ๆ ที่ทำให้หุ้นไทยไม่ไปไหน เกิดจากปัญหาที่ฝังรากลึก
-เศรษฐกิจแบบ "ต้นไม้แก่ที่มีกาฝาก"
คุณประภาส เปรียบเศรษฐกิจไทยเหมือนต้นไม้แก่ ที่ดูดน้ำได้น้อยลงตามธรรมชาติ แต่มีกาฝาก เพิ่มขึ้น
กาฝากยุคใหม่ ไม่ใช่แค่นักการเมืองทุจริต แต่รวมถึงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Scammers), เว็บพนันออนไลน์ และการเรียกรับผลประโยชน์จากภาครัฐ ที่ดูดเงินออกจากระบบเศรษฐกิจฐานราก
คุณประภาส ได้ฟังเรื่องเล่าจริง จากผู้ประกอบการ SMEs ที่เล่าว่า ไม่อยากขยายกิจการ เพราะยิ่งโตยิ่งโดนหน่วยงานรัฐ เข้ามาตรวจสอบ และหาเรื่องเรียกรับเงิน จนต้อง "ถอดใจ" และบอกลูกหลานว่าอย่าขยายธุรกิจ..
คุณประภาส เปรียบเศรษฐกิจไทยเหมือนต้นไม้แก่ ที่ดูดน้ำได้น้อยลงตามธรรมชาติ แต่มีกาฝาก เพิ่มขึ้น
กาฝากยุคใหม่ ไม่ใช่แค่นักการเมืองทุจริต แต่รวมถึงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Scammers), เว็บพนันออนไลน์ และการเรียกรับผลประโยชน์จากภาครัฐ ที่ดูดเงินออกจากระบบเศรษฐกิจฐานราก
คุณประภาส ได้ฟังเรื่องเล่าจริง จากผู้ประกอบการ SMEs ที่เล่าว่า ไม่อยากขยายกิจการ เพราะยิ่งโตยิ่งโดนหน่วยงานรัฐ เข้ามาตรวจสอบ และหาเรื่องเรียกรับเงิน จนต้อง "ถอดใจ" และบอกลูกหลานว่าอย่าขยายธุรกิจ..
-คณิตศาสตร์ของความถดถอย
ดร.นิเวศน์ ชี้ว่าแรงงานหายไปปีละ 100,000 คน ทำให้ GDP โตยากมาก แค่ประคองตัวให้โตไม่ติดลบ ก็ถือว่าเหนื่อยแล้ว
ดร.นิเวศน์ ชี้ว่าแรงงานหายไปปีละ 100,000 คน ทำให้ GDP โตยากมาก แค่ประคองตัวให้โตไม่ติดลบ ก็ถือว่าเหนื่อยแล้ว
ส่วน SMEs ไทย สู้สินค้านำเข้าจากจีนไม่ได้ และปรับตัวไม่ทันเทคโนโลยี ต่างจาก SMEs ญี่ปุ่น ที่ยังส่งออกสินค้า High-tech ได้
-ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
หากเกิดสงครามการค้า หรือนโยบายสหรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษีไทย 20-40% ไทยจะลำบากมากเพราะพึ่งพาการส่งออกสูง
หากเกิดสงครามการค้า หรือนโยบายสหรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษีไทย 20-40% ไทยจะลำบากมากเพราะพึ่งพาการส่งออกสูง
3. "ความสวยงาม" ที่ยังเหลืออยู่ (Opportunities & Soft Power)
แม้ภาพรวมจะดูแย่ แต่ยังมีจุดแข็งที่ไทยได้เปรียบระดับโลก
แม้ภาพรวมจะดูแย่ แต่ยังมีจุดแข็งที่ไทยได้เปรียบระดับโลก
-ภูมิศาสตร์ทองคำ
ไทยอยู่กึ่งกลางระหว่างประชากรโลกฝั่งซ้าย (อินเดีย/ตะวันออกกลาง) และขวา (จีน/เอเชียตะวันออก) รวมกัน 4,000 ล้านคน
ไทยอยู่กึ่งกลางระหว่างประชากรโลกฝั่งซ้าย (อินเดีย/ตะวันออกกลาง) และขวา (จีน/เอเชียตะวันออก) รวมกัน 4,000 ล้านคน
เหมาะเป็นฐานการผลิต Green Energy/แบตเตอรี่ และศูนย์กระจายสินค้า เพื่อเลี่ยงความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ในช่องแคบอื่น
-การแพทย์และการท่องเที่ยว
ค่ารักษาพยาบาลไทยถูกมาก (20-30% ของราคาตะวันตก) แต่บริการดีเยี่ยม
เช่น ชาวต่างชาติบินมาทำฟันที่ไทย จ่ายค่าตั๋ว+ค่าเที่ยว+ค่าทำฟัน ยังคุ้มกว่าทำที่ประเทศตัวเอง
ซึ่งมีรีวิวใน YouTube จำนวนมากจากคนไข้จริง เป็น Soft Power ที่ดึงดูดลูกค้าใหม่
-5 กลุ่มอุตสาหกรรมผู้รอดชีวิต
ในประเทศสังคมสูงวัยทั่วโลก หน้าตาหุ้นที่จะไม่เปลี่ยน โดยมี 5 กลุ่มที่ยังไงก็อยู่รอด
ในประเทศสังคมสูงวัยทั่วโลก หน้าตาหุ้นที่จะไม่เปลี่ยน โดยมี 5 กลุ่มที่ยังไงก็อยู่รอด
1) ธนาคาร
2) ค้าปลีก (สินค้าจำเป็น)
3) บริการ เช่น โรงพยาบาล และกลุ่มท่องเที่ยว
4) สาธารณูปโภค เช่น โรงไฟฟ้า
5) สื่อสาร
2) ค้าปลีก (สินค้าจำเป็น)
3) บริการ เช่น โรงพยาบาล และกลุ่มท่องเที่ยว
4) สาธารณูปโภค เช่น โรงไฟฟ้า
5) สื่อสาร
4. เจาะลึกกลยุทธ์การลงทุนปี 2026
ผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 ท่าน แนะนำกลยุทธ์เพื่อความอยู่รอดในสภาวะ New Normal ดังนี้
ดร.นิเวศน์ จะเน้น "กระจายความเสี่ยง หนีตายไปหาปันผล"
ใช้ Asset Allocation สูตร 33-33-33
-หุ้นไทย (33%)
เลิกหวังกำไรจากราคา (Capital Gain) เน้นหุ้นที่ไม่เจ๊ง และปันผลดี ที่มากว่า 5% ต่อปี เพื่อถือรับเงินสดมาใช้จ่าย
เลิกหวังกำไรจากราคา (Capital Gain) เน้นหุ้นที่ไม่เจ๊ง และปันผลดี ที่มากว่า 5% ต่อปี เพื่อถือรับเงินสดมาใช้จ่าย
-หุ้นเวียดนาม (33%)
ยังเลือกหุ้นรายตัวได้ เพราะตลาดยังไม่โตเต็มที่ เหมือนไทยในอดีต
-หุ้นโลก (33%)
ยอมแพ้การเลือกหุ้นรายตัว เพราะตาม Tech ไม่ทัน ให้ลงทุนผ่านกองทุนรวมหรือ ETF ในธีมใหญ่หรือหุ้นบิ๊กแคปโลก
ยังเลือกหุ้นรายตัวได้ เพราะตลาดยังไม่โตเต็มที่ เหมือนไทยในอดีต
-หุ้นโลก (33%)
ยอมแพ้การเลือกหุ้นรายตัว เพราะตาม Tech ไม่ทัน ให้ลงทุนผ่านกองทุนรวมหรือ ETF ในธีมใหญ่หรือหุ้นบิ๊กแคปโลก
ซึ่งตอนนี้ ยังเก็บเงินสดไว้ เพื่อรอจังหวะวิกฤติ แล้วเข้าช้อน
คุณกวี เน้นการ “บริหารต้นทุน และดักทางทองคำ”
-Cost Management ซื้อหุ้นดีเมื่อราคาถูกเท่านั้น เช่น หุ้นโรงพยาบาล (BH) ตอน 200 บาทไม่ซื้อ รอให้ร่วงมา 130-140 บาทค่อยเก็บ เพื่อให้ต้นทุนได้เปรียบ
-โฟกัส 5 กลุ่มอมตะ ซื้อหุ้นในกลุ่ม Bank, Retail, Services, Utilities, Communication เมื่อ Valuation เหมาะสม
-ทองคำ มองว่าปีหน้า ทองคำจะยังแรงต่อเนื่อง และใช้ป้องกันความเสี่ยงหากเกิดฟองสบู่แตกในต่างประเทศ
สำหรับคุณประภาส “ปรับลด P/E และเน้นกระแสเงินสด"
-New Valuation ยอมรับความจริงว่า P/E ตลาดหุ้นไทยที่เหมาะสมอาจไม่ใช่ 20 เท่าอีกต่อไป แต่อาจต้องลงมาเหลือเลขหลักเดียว (Single Digit หรือ 8-9 เท่า) เพื่อให้มี Margin of Safety
-Stock Picking เลือกบริษัทขนาดกลาง-ใหญ่ ที่มีงบดุลแข็งแกร่งและกระแสเงินสดดี สามารถจ่ายปันผลได้สูงขึ้นเรื่อย ๆ
โดยบทสรุปภาพรวมของปี 2026 คือการยอมรับความจริงว่า ”เราแก่และช้าลง" เราไม่สามารถคาดหวังการเติบโตแบบก้าวกระโดดได้อีกต่อไป
และอย่าประเมินสถานการณ์ต่ำเกินไป หากภาครัฐไม่เปลี่ยนโครงสร้างขนานใหญ่ ไทยอาจกำลัง "ลงเหว" แบบช้า ๆ
ทางรอดคือ
ตอนนี้เศรษฐกิจไทย เปรียบเสมือนการอยู่ในบ้านที่โครงสร้างเก่า เราอาจซ่อมบ้านทั้งหลังไม่ได้ แต่เราเลือก "เฟอร์นิเจอร์ที่แข็งแรง" เช่น หุ้นปันผล หุ้น Defensive มาใช้ได้ และควรมองหา "บ้านหลังอื่น" เช่น หุ้นต่างประเทศ, ทองคำ เพื่อกระจายความเสี่ยง..
ตอนนี้เศรษฐกิจไทย เปรียบเสมือนการอยู่ในบ้านที่โครงสร้างเก่า เราอาจซ่อมบ้านทั้งหลังไม่ได้ แต่เราเลือก "เฟอร์นิเจอร์ที่แข็งแรง" เช่น หุ้นปันผล หุ้น Defensive มาใช้ได้ และควรมองหา "บ้านหลังอื่น" เช่น หุ้นต่างประเทศ, ทองคำ เพื่อกระจายความเสี่ยง..