
สรุปงาน “ลงทุนนอก 2026” วิธีสร้างความมั่งคั่ง ด้วยการลงทุนทั่วโลก
สรุปงาน “ลงทุนนอก 2026” วิธีสร้างความมั่งคั่ง ด้วยการลงทุนทั่วโลก/สัมมนาพิเศษจาก WealthX ร่วมกับลงทุนแมน
[คุณเอม KAsset]
“SESSION ชำแหละกองทุนหุ้นนอกตัว TOP”
-อย่ากังวลกับความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์มากเกินไป
เรื่องนี้เป็นปัจจัยระยะสั้น เจ้ามือที่แท้จริงคือผลประกอบการของบริษัท
[คุณเอม KAsset]
“SESSION ชำแหละกองทุนหุ้นนอกตัว TOP”
-อย่ากังวลกับความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์มากเกินไป
เรื่องนี้เป็นปัจจัยระยะสั้น เจ้ามือที่แท้จริงคือผลประกอบการของบริษัท
-ธีมที่ได้ไปต่อ คือ AI
แม้ว่าหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐจะดูแพง จริง ๆ แล้วถ้าดู Valuation ถูกกว่าปีที่แล้วอีก แปลว่าผลประกอบการเติบโตได้มากกว่ามูลค่าบริษัท
แม้ว่าหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐจะดูแพง จริง ๆ แล้วถ้าดู Valuation ถูกกว่าปีที่แล้วอีก แปลว่าผลประกอบการเติบโตได้มากกว่ามูลค่าบริษัท
-มองว่าเงินทุนกำลังไหลกลับมาที่ Real Economy หรือฝั่งฮาร์ดแวร์ที่จับต้องได้ในเอเชีย
เช่น ไต้หวัน, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น เพราะเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนสำคัญให้ AI
เช่น ไต้หวัน, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น เพราะเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนสำคัญให้ AI
ฐานการผลิต Semiconductor กว่า 3 ใน 4 ของโลกอยู่ในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็น TSMC จากไต้หวัน หรือ SK Hynix จากเกาหลีใต้ ซึ่งได้อานิสงส์จากคำสั่งซื้อจริง ไม่ใช่แค่ความคาดหวัง
-ปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นอินเดียให้ผลตอบแทนน้อยกว่าตลาดอื่น เพราะเงินไหลไปกลุ่ม AI หมด ทั้งที่พื้นฐานเศรษฐกิจดีมาก GDP ก็เติบโตกว่า 8% เงินเฟ้อต่ำ และรัฐบาลกำลังลดภาษีและดอกเบี้ย
[คุณเติร์ด Asset Plus]
“SESSION ชำแหละกองทุนหุ้นนอกตัว TOP”
-ดอลลาร์สหรัฐ เป็นกุญแจสำคัญ
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงไปเยอะ และมีแนวโน้มจะยังคงอ่อน เป็นผลดีต่อ ตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะในฝั่งเอเชีย
“SESSION ชำแหละกองทุนหุ้นนอกตัว TOP”
-ดอลลาร์สหรัฐ เป็นกุญแจสำคัญ
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงไปเยอะ และมีแนวโน้มจะยังคงอ่อน เป็นผลดีต่อ ตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะในฝั่งเอเชีย
-วิกฤติ = โอกาส
ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เพิ่มขึ้น 2 เท่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้มองเป็นแค่ความเสี่ยง แต่มองเป็นธีมการลงทุนในกลุ่มความมั่นคง เช่น กลุ่ม DEFENSE โดยเฉพาะในทวีปยุโรปที่อยู่ตรงกลางระหว่างความขัดแย้ง โลกตะวันตก ตะวันออก
ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เพิ่มขึ้น 2 เท่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้มองเป็นแค่ความเสี่ยง แต่มองเป็นธีมการลงทุนในกลุ่มความมั่นคง เช่น กลุ่ม DEFENSE โดยเฉพาะในทวีปยุโรปที่อยู่ตรงกลางระหว่างความขัดแย้ง โลกตะวันตก ตะวันออก
-มองว่าเวียดนาม ปีนี้จะยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
มีปัจจัยพื้นฐานเพอร์เฟกต์สำหรับการเติบโต ทั้ง GDP ที่โตระดับ 7 - 8% การขยายตัวของเมือง และโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังพัฒนา
มีปัจจัยพื้นฐานเพอร์เฟกต์สำหรับการเติบโต ทั้ง GDP ที่โตระดับ 7 - 8% การขยายตัวของเมือง และโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังพัฒนา
-อีกประเทศที่มองข้ามไม่ได้เลย คือ ญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคเงินฝืดเป็นเงินเฟ้อ ทำให้คนญี่ปุ่นเลิกเก็บเงินสดและหันมาลงทุนในตลาดหุ้น
ญี่ปุ่นกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคเงินฝืดเป็นเงินเฟ้อ ทำให้คนญี่ปุ่นเลิกเก็บเงินสดและหันมาลงทุนในตลาดหุ้น
บริษัทญี่ปุ่นมีเงินสดเยอะมากและเริ่มนำมาซื้อหุ้นคืนหรือจ่ายปันผล บวกกับค่าเงินเยนที่อ่อนช่วยหนุนการท่องเที่ยว
[คุณหลิน ต้นแบบนักลงทุนเน้นคุณค่า]
“SESSION ลงทุนกองทุน อย่างไร ผลตอบแทนดี ไม่แพ้นักลงทุน FULL-TIME”
-โลกการลงทุนเปลี่ยนไปแล้ว
แถมยังเปลี่ยนไปเร็วมาก และไม่เคยเห็นมาก่อน
เศรษฐกิจเกาหลีที่ดูแย่แต่หุ้นขึ้น หรือญี่ปุ่นที่ดอกเบี้ยต่ำมาตลอด ก็เปลี่ยนทิศทาง
“SESSION ลงทุนกองทุน อย่างไร ผลตอบแทนดี ไม่แพ้นักลงทุน FULL-TIME”
-โลกการลงทุนเปลี่ยนไปแล้ว
แถมยังเปลี่ยนไปเร็วมาก และไม่เคยเห็นมาก่อน
เศรษฐกิจเกาหลีที่ดูแย่แต่หุ้นขึ้น หรือญี่ปุ่นที่ดอกเบี้ยต่ำมาตลอด ก็เปลี่ยนทิศทาง
-การแข่งขันสูง
การมี AI เข้ามาช่วยลงทุน เหมือนการแจกดาบให้นักรบทุกคนในสนาม การต่อสู้เฉือนคมกันมากขึ้น การลงทุนแบบเดิมจึงชนะตลาดยากขึ้น
การมี AI เข้ามาช่วยลงทุน เหมือนการแจกดาบให้นักรบทุกคนในสนาม การต่อสู้เฉือนคมกันมากขึ้น การลงทุนแบบเดิมจึงชนะตลาดยากขึ้น
-เปรียบเทียบกองทุนเป็น “รถบัส”
การลงทุนผ่านกองทุนรวมเหมือนการขึ้นรถบัส มันช่วยทุ่นแรง แต่เราต้องเลือกให้ถูก
การลงทุนผ่านกองทุนรวมเหมือนการขึ้นรถบัส มันช่วยทุ่นแรง แต่เราต้องเลือกให้ถูก
Active Fund เหมือนรถบัสที่มีคนขับ เราต้องดูว่าคนขับ หรือผู้จัดการกองทุน เก่งไหม
Passive Fund เหมือนรถ Tesla ที่ขับเคลื่อนด้วยอัลกอริทึม เราต้องดูว่าระบบ และไส้ในของมันทำงานอย่างไร
-สิ่งที่ควบคุมไม่ได้ vs สิ่งที่ควบคุมได้
แน่นอนว่านักลงทุนหลายคน โฟกัสไปที่ผลตอบแทน
ซึ่งมันเป็นเรื่องของอนาคต คาดการณ์ยากนับเป็นสิ่งควบคุมไม่ได้
แน่นอนว่านักลงทุนหลายคน โฟกัสไปที่ผลตอบแทน
ซึ่งมันเป็นเรื่องของอนาคต คาดการณ์ยากนับเป็นสิ่งควบคุมไม่ได้
แต่มันยังมีสิ่งที่เราสามารถควมคุมได้อยู่ 3 อย่าง
1. ความเสี่ยง
ความผันผวนเป็นศัตรูของดอกเบี้ยทบต้น
หากพอร์ตแกว่งแรงมาก แม้ค่าเฉลี่ยผลตอบแทนดูดี
แต่เงินปลายทางจะน้อยกว่าพอร์ตที่โตนิ่ง ๆ เช่น 10% ต่อปี อย่างมหาศาล
1. ความเสี่ยง
ความผันผวนเป็นศัตรูของดอกเบี้ยทบต้น
หากพอร์ตแกว่งแรงมาก แม้ค่าเฉลี่ยผลตอบแทนดูดี
แต่เงินปลายทางจะน้อยกว่าพอร์ตที่โตนิ่ง ๆ เช่น 10% ต่อปี อย่างมหาศาล
2. เวลา
การลงทุนระยะยาวช่วยลดความเสี่ยง แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานความผันผวนที่ไม่สูงเกินไป
การลงทุนระยะยาวช่วยลดความเสี่ยง แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานความผันผวนที่ไม่สูงเกินไป
3. ต้นทุน
ค่าธรรมเนียมเพียงเล็กน้อย เช่น ต่างกัน 1 - 2.5%
แต่เมื่อผ่านไป 30 - 50 ปี สามารถทำให้เงินปลายทางหายไปได้ถึง 70%
เช่น จากควรได้ 20 ล้าน อาจเหลือแค่ 6 ล้าน ดังนั้นต้องใส่ใจเรื่องค่าธรรมเนียมด้วย
ค่าธรรมเนียมเพียงเล็กน้อย เช่น ต่างกัน 1 - 2.5%
แต่เมื่อผ่านไป 30 - 50 ปี สามารถทำให้เงินปลายทางหายไปได้ถึง 70%
เช่น จากควรได้ 20 ล้าน อาจเหลือแค่ 6 ล้าน ดังนั้นต้องใส่ใจเรื่องค่าธรรมเนียมด้วย
-กลยุทธ์การลงทุน เปลี่ยนจาก "หมากรุก" เป็น "หมากล้อม"
เน้นการวางหมากสร้างพื้นที่ มองภาพรวมทั้งกระดาน
เราสามารถเสียบางจุดเพื่อชนะในภาพใหญ่ และค่อย ๆ วางหมากในจุดที่ได้เปรียบ
และต้องต้องกระจายความเสี่ยงแบบ Core & Satellite เหมือน Ray Dalio ที่มีการกระจายสินทรัพย์ทั่วโลก
เน้นการวางหมากสร้างพื้นที่ มองภาพรวมทั้งกระดาน
เราสามารถเสียบางจุดเพื่อชนะในภาพใหญ่ และค่อย ๆ วางหมากในจุดที่ได้เปรียบ
และต้องต้องกระจายความเสี่ยงแบบ Core & Satellite เหมือน Ray Dalio ที่มีการกระจายสินทรัพย์ทั่วโลก
-วัดความถูกแพง
1. CAPE Ratio การดู PE ย้อนหลังเฉลี่ย 10 ปี เพื่อตัดความผันผวนระยะสั้น
เช่น ปัจจุบันสหรัฐฯ ดูแพงเมื่อเทียบอดีต แต่โครงสร้างเศรษฐกิจเปลี่ยนไปเป็น Tech และ AI มากขึ้น อาจยอมรับความแพงได้บ้าง
เช่น ปัจจุบันสหรัฐฯ ดูแพงเมื่อเทียบอดีต แต่โครงสร้างเศรษฐกิจเปลี่ยนไปเป็น Tech และ AI มากขึ้น อาจยอมรับความแพงได้บ้าง
จีน เคยแพงมากช่วงก่อนโอลิมปิก แต่ตอนนี้ลงมาต่ำมาก ถือว่า "ถูก" ในเชิง Valuation
2. Buffett Indicator หรือการเทียบ Market Cap ต่อ GDP
ยังใช้ได้ แต่ต้องประยุกต์ เช่น เทียบ Market Cap ของอุตสาหกรรมนั้น ๆ กับ GDP หรือเทียบขนาดกลุ่มนั้นกับตลาดโลก แทนที่จะดูแค่ตลาดหุ้นทั้งประเทศเทียบ GDP
ยังใช้ได้ แต่ต้องประยุกต์ เช่น เทียบ Market Cap ของอุตสาหกรรมนั้น ๆ กับ GDP หรือเทียบขนาดกลุ่มนั้นกับตลาดโลก แทนที่จะดูแค่ตลาดหุ้นทั้งประเทศเทียบ GDP
การวิเคราะห์ไส้ในดัชนี ก่อนลงทุนกองทุนดัชนี ต้องดูการเปลี่ยนแปลงของไส้ใน
ตัวอย่างเช่น CSI 300 ของประเทศจีน
ตัวอย่างเช่น CSI 300 ของประเทศจีน
ปี 2005 เต็มไปด้วยธนาคารและอสังหาฯ
ปัจจุบัน เปลี่ยนเป็น Tech AI และ Consumer มากขึ้น ซึ่งถือเป็นพัฒนาการที่ดีและน่าสนใจลงทุนระยะยาว
ปัจจุบัน เปลี่ยนเป็น Tech AI และ Consumer มากขึ้น ซึ่งถือเป็นพัฒนาการที่ดีและน่าสนใจลงทุนระยะยาว
-คำแนะนำต่อการจัดพอร์ตกองทุน
อย่างไล่ตามธีมร้อนแรง
Core Port ควรเป็นสินทรัพย์หลักของโลก เช่น สหรัฐ หรือ จีน
อย่างไล่ตามธีมร้อนแรง
Core Port ควรเป็นสินทรัพย์หลักของโลก เช่น สหรัฐ หรือ จีน
และการลงทุน อย่า BET กับเงินก้อนใหญ่ลงทุนตูมเดียว ให้ค่อยๆ ทยอยลงเพื่อสร้าง Position เหมือนวางหมากล้อม แต่ถ้าเป็นเงินก้อนเล็กเริ่มต้น สามารถลงได้เลย
ที่สำคัญสุดเลยคือเราหมดยุคของการลงทุน และถือลืมแล้ว
เราควรรีวิวพอร์ต หรือ ปรับหมาก อย่างน้อยก็ทุก ๆ 6 เดือน
เราควรรีวิวพอร์ต หรือ ปรับหมาก อย่างน้อยก็ทุก ๆ 6 เดือน
[คุณกี๋ GEE MONEY]
“SESSION INSIGHTS จัดพอร์ตกองทุนรวมหุ้นนอก จากเศรษฐีระดับโลก”
“ไม่มี Asset Class ใด ที่จะชนะตลอด หรือแพ้ตลอดเวลา การจัดพอร์ต หรือ Asset Allocation ที่ดี เป็นสิ่งที่พอร์ตของเศรษฐี หรือ Private Banking มุ่งเน้นในส่วนนี้มาก” และก็ได้สรุปเป็น 5 ธีมหลักการลงทุน
“SESSION INSIGHTS จัดพอร์ตกองทุนรวมหุ้นนอก จากเศรษฐีระดับโลก”
“ไม่มี Asset Class ใด ที่จะชนะตลอด หรือแพ้ตลอดเวลา การจัดพอร์ต หรือ Asset Allocation ที่ดี เป็นสิ่งที่พอร์ตของเศรษฐี หรือ Private Banking มุ่งเน้นในส่วนนี้มาก” และก็ได้สรุปเป็น 5 ธีมหลักการลงทุน
1.การกดดันทางการเงิน
โลกจะไม่ได้อยู่ในยุคดอกเบี้ยสูงอีกต่อไป สหรัฐมีหนี้ 120% ของ GDP
หากดอกเบี้ยสูงเศรษฐกิจจะพัง เลยมองว่าดอกเบี้ยยังคงต้องลดลงเพื่อประคองระดับหนี้ และเงินสดจะด้อยค่าลงเรื่อย ๆ ไม่ควรถือเยอะ ให้ถือเป็นทองคำหรือหุ้น
โลกจะไม่ได้อยู่ในยุคดอกเบี้ยสูงอีกต่อไป สหรัฐมีหนี้ 120% ของ GDP
หากดอกเบี้ยสูงเศรษฐกิจจะพัง เลยมองว่าดอกเบี้ยยังคงต้องลดลงเพื่อประคองระดับหนี้ และเงินสดจะด้อยค่าลงเรื่อย ๆ ไม่ควรถือเยอะ ให้ถือเป็นทองคำหรือหุ้น
2.จุดจบของการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐสกุลเงินเดียว
ธนาคารกลางทั่วโลกกำลังลดการถือครองดอลลาร์สหรัฐ และหันไปถือทองคำเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ธนาคารกลางทั่วโลกกำลังลดการถือครองดอลลาร์สหรัฐ และหันไปถือทองคำเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
มีการใช้สกุลเงินอื่น เช่น หยวน หรือ Stablecoin ในการชำระเงินมากขึ้น และทองคำกำลังกลับมาเป็น "สกุลเงินกลาง" อีกครั้ง
3.ภาษีนำเข้าสหรัฐ และสงครามการค้า
การขึ้นภาษีของสหรัฐ กระทบกลุ่มที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบ ซึ่งมีต้นทุนสูงขึ้นและส่งต่อราคาให้ผู้บริโภคยาก ควรหลีกเลี่ยงกลุ่มนี้
การขึ้นภาษีของสหรัฐ กระทบกลุ่มที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบ ซึ่งมีต้นทุนสูงขึ้นและส่งต่อราคาให้ผู้บริโภคยาก ควรหลีกเลี่ยงกลุ่มนี้
4.ธุรกิจจีนเก่า vs ธุรกิจจีนใหม่
ธุรกิจจีนเก่า
ธุรกิจดั้งเดิมที่เน้นต้นทุนต่ำ และอสังหาริมทรัพย์ ไม่น่าดึงดูด
ธุรกิจจีนเก่า
ธุรกิจดั้งเดิมที่เน้นต้นทุนต่ำ และอสังหาริมทรัพย์ ไม่น่าดึงดูด
ธุรกิจจีนใหม่
เช่น EV, Robotics, AI, Clean Energy, Biotech น่าสนใจ เพราะจีนถูกบีบให้พัฒนาเทคโนโลยีเองตั้งแต่ปี 2018 ทำให้กลุ่มนี้เติบโตก้าวกระโดด
เช่น EV, Robotics, AI, Clean Energy, Biotech น่าสนใจ เพราะจีนถูกบีบให้พัฒนาเทคโนโลยีเองตั้งแต่ปี 2018 ทำให้กลุ่มนี้เติบโตก้าวกระโดด
5. ทองคำ
ทองคำไม่มีความเสี่ยงคู่สัญญา และไม่ถูกแทรกแซงด้วยการเมือง
ทองคำไม่มีความเสี่ยงคู่สัญญา และไม่ถูกแทรกแซงด้วยการเมือง
จุดเปลี่ยนสำคัญคือ กฎ Basel จะเริ่มให้ธนาคารนับทองคำเป็นทุนสำรองได้ 100% จากเดิมได้แค่ครึ่งเดียว ทำให้ธนาคารทั่วโลกแย่งกันซื้อทองเพื่อเสริมความแข็งแกร่งงบดุล
-สินทรัพย์แนะนำ
มองว่า AI ยังไปต่อ แต่อาจจะต้องเลือกมากขึ้น และให้มองหาหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานของ AI เช่น ไฟฟ้า สายส่ง หรือวัตถุดิบแบบทองแดง
มองว่า AI ยังไปต่อ แต่อาจจะต้องเลือกมากขึ้น และให้มองหาหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานของ AI เช่น ไฟฟ้า สายส่ง หรือวัตถุดิบแบบทองแดง
นอกจากนั้น ยังมองว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สร้างกระแสเงินสดได้ เช่น ETF ประเภท Convered Call เช่น JEPI JEPQ จะเป็นกลุ่มที่มาแรงในช่วงนี้
ในขณะที่กลุ่มสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันพอร์ตเราได้ช่วงสงคราม ก็จะเป็นทองคำ บิตคอยน์ กลุ่มหุ้นชิป และกลุ่มหุ้น DEFENSE
-วิธีจัดพอร์ตฉบับ PRIVATE BANKING จาก UBS
ยังคงคำแนะนำเป็น Core Port มากกว่า 50% ขึ้นไป เน้นหุ้นโลกคุณภาพ และตราสารหนี้ป้องกันเงินเฟ้อ
และที่เหลือเป็น Satellite Port เพื่อเร่งผลตอบแทน เช่น ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ หรือจีนยุคใหม่
ยังคงคำแนะนำเป็น Core Port มากกว่า 50% ขึ้นไป เน้นหุ้นโลกคุณภาพ และตราสารหนี้ป้องกันเงินเฟ้อ
และที่เหลือเป็น Satellite Port เพื่อเร่งผลตอบแทน เช่น ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ หรือจีนยุคใหม่
และก็ได้ฝาก Action Plan ไว้ทั้งหมด 3 ข้อ ได้แก่
1.รีวิวพอร์ตการลงทุน
2.ทยอยปรับพอร์ต ตามธีมที่เปลี่ยนไป
3.ให้คิดล่วงหน้าว่าถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เราจะมีแผนสำรองอย่างไร
1.รีวิวพอร์ตการลงทุน
2.ทยอยปรับพอร์ต ตามธีมที่เปลี่ยนไป
3.ให้คิดล่วงหน้าว่าถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เราจะมีแผนสำรองอย่างไร
และย้ำด้วยว่า อย่าถือเงินสดเยอะ อย่าถือแค่ดอลลาร์สหรัฐสกุลเงินเดียว และอย่าไล่ราคาตามกระแส
สรุปสั้น ๆ เป็นคอนเซ็ปต์ DAD ย่อมาจาก Diversify, Allocation และ Discipline
สรุปสั้น ๆ เป็นคอนเซ็ปต์ DAD ย่อมาจาก Diversify, Allocation และ Discipline
[คุณโต นักลงทุนเน้นคุณค่า]
“SESSION เลือกกองทุน RMF ผลตอบแทนดี ลดหย่อนสูง ฉบับคนงานเยอะ ไม่มีเวลา”
เป็นตัวแทนของนักลงทุนที่มีประสบการณ์ ลงทุนหุ้นรายตัวด้วยตัวเอง
และปัจจุบันยังคงทำงานประจำ มาพูดเรื่องการเลือก RMF
“SESSION เลือกกองทุน RMF ผลตอบแทนดี ลดหย่อนสูง ฉบับคนงานเยอะ ไม่มีเวลา”
เป็นตัวแทนของนักลงทุนที่มีประสบการณ์ ลงทุนหุ้นรายตัวด้วยตัวเอง
และปัจจุบันยังคงทำงานประจำ มาพูดเรื่องการเลือก RMF
-กลยุทธ์การจัดพอร์ต 70:30
Core Port 70% เน้น Passive Fund กลุ่มกองทุนอิงดัชนี เลือก S&P 500 เป็นหลัก
Core Port 70% เน้น Passive Fund กลุ่มกองทุนอิงดัชนี เลือก S&P 500 เป็นหลัก
เพราะเชื่อมั่นว่าใน 10 - 20 ปีข้างหน้า สหรัฐ จะยังคงเป็นเบอร์ 1 หรือ 2 ของโลก
ข้อดีของดัชนี S&P 500 คือมีกลไกคัดกรองตามธรรมชาติ คือบริษัทไหนแย่หรืองบไม่ดีจะหลุดออก บริษัทที่ดีจะเข้ามาแทนที่
Satellite Port 30%เน้น Active Fund เจาะจงรายธีม เช่น จีน AI และ Healthcare
แต่ก็มีเทคนิคในการเลือก เช่น การดูไส้ในกองทุนเพื่อดูว่าผู้จัดการกองทุนถือหุ้นอะไร มีนโยบายการเลือกหุ้นอย่างไร
-มุมมองต่อการจ่ายค่าประกันค่าเงิน
เลือกแบบ Unhedged หรือไม่จ่ายประกัน
เพราะเชื่อว่าค่าเงินก็แกว่งอยู่ในกรอบจากประสบการณ์ลงทุนมานาน จึงไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายส่วนนี้
เลือกแบบ Unhedged หรือไม่จ่ายประกัน
เพราะเชื่อว่าค่าเงินก็แกว่งอยู่ในกรอบจากประสบการณ์ลงทุนมานาน จึงไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายส่วนนี้
-จังหวะการซื้อ
Core Port เนื่องจากปีนี้ราคาขึ้นมาเยอะ อาจใช้วิธี DCA ตลอดทั้งปี
Satellite: รอจังหวะที่ราคาลงแรง ๆ หรือมูลค่าน่าสนใจแล้วค่อยเข้าซื้อ
Thai ESG ปีที่แล้วซื้อเต็มโควตา เพราะมองว่าหุ้นไทยลงมาหลายปีแล้ว น่าจะมีจุดกลับตัว
Core Port เนื่องจากปีนี้ราคาขึ้นมาเยอะ อาจใช้วิธี DCA ตลอดทั้งปี
Satellite: รอจังหวะที่ราคาลงแรง ๆ หรือมูลค่าน่าสนใจแล้วค่อยเข้าซื้อ
Thai ESG ปีที่แล้วซื้อเต็มโควตา เพราะมองว่าหุ้นไทยลงมาหลายปีแล้ว น่าจะมีจุดกลับตัว
[ปิดท้ายด้วยคุณอัพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LTMH]
“SESSION WealthX จะช่วยเรา บริหารความมั่งคั่งได้อย่างไร”
เรื่องวิธีการเลือก RMF
-เน้นภาพรวมของสถานการณ์โลกที่ไม่แน่นอน
“SESSION WealthX จะช่วยเรา บริหารความมั่งคั่งได้อย่างไร”
เรื่องวิธีการเลือก RMF
-เน้นภาพรวมของสถานการณ์โลกที่ไม่แน่นอน
ปี 2026 เป็นปีที่ "เดายาก" แถมเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วมาก ดังนั้นการกระจายความเสี่ยงจึงสำคัญที่สุด อย่าไปเดาว่าอะไรจะเกิด
-กลยุทธ์การลงทุน
เน้นกระจายไปทั่วโลก ผ่านกองทุนที่ Feed เข้า ETF ที่มีค่าธรรมเนียมที่ต่ำ
เน้นกระจายไปทั่วโลก ผ่านกองทุนที่ Feed เข้า ETF ที่มีค่าธรรมเนียมที่ต่ำ
สาเหตุที่เลือกเครื่องมือกองทุนรวมเพราะว่าได้รับการยกเว้นภาษีเมื่อขายทำกำไร
เมื่อไหร่ที่มีการปรับตัวลงแรง อาจเพิ่มน้ำหนักไปที่กองทุนที่โฟกัสที่รู้หน้าพอร์ตชัดเจนได้
-มุมมองเรื่องค่าเงิน
เลือกแบบ Unhedged เพราะมองว่าระยะยาว Unhedged ชนะ Hedged
ซึ่งจริง ๆ แล้ว การ Hedge ค่าเงินมีต้นทุนจาก "ส่วนต่างดอกเบี้ย" (Interest Rate Differential) ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันอาจสูงถึง 2 - 3% ต่อปี ถือเป็นต้นทุนมหาศาลในระยะยาว
เลือกแบบ Unhedged เพราะมองว่าระยะยาว Unhedged ชนะ Hedged
ซึ่งจริง ๆ แล้ว การ Hedge ค่าเงินมีต้นทุนจาก "ส่วนต่างดอกเบี้ย" (Interest Rate Differential) ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันอาจสูงถึง 2 - 3% ต่อปี ถือเป็นต้นทุนมหาศาลในระยะยาว
บวกกับธุรกิจที่ขายให้คนทั่วโลก เช่น Google และ Netflix มีรายได้หลายสกุลเงินอยู่แล้ว เป็นการป้องกันความเสี่ยงในตัวอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้อง Hedge ซ้ำซ้อน
-จังหวะการซื้อ
ชอบลงทุนตอน "ตลาดตกใจ" เช่นช็อตจีนในปี 2024 หรือสหรัฐเมื่อ ปี 2022 ลงตูมเดียว หรืออาจจะใช้วิธีแบ่งเงินเป็นไม้ ๆ เช่น 3 ไม้ แล้วรอช้อนซื้อตอนหุ้นลงหนัก ๆ ก็ได้ เช่นปีที่แล้วซื้อ Thai ESG ตอนลงหนักจนหมดโควตาในช่วงเวลาสั้น ๆ
ชอบลงทุนตอน "ตลาดตกใจ" เช่นช็อตจีนในปี 2024 หรือสหรัฐเมื่อ ปี 2022 ลงตูมเดียว หรืออาจจะใช้วิธีแบ่งเงินเป็นไม้ ๆ เช่น 3 ไม้ แล้วรอช้อนซื้อตอนหุ้นลงหนัก ๆ ก็ได้ เช่นปีที่แล้วซื้อ Thai ESG ตอนลงหนักจนหมดโควตาในช่วงเวลาสั้น ๆ
นอกจากนั้น คุณอัพก็ยังได้แชร์เพิ่มเติมเกี่ยวกับแอป WealthX
ว่าแอปนี้ โฟกัสกับในเรื่องกองทุนจริง ๆ และต้องการแก้ไขปัญหาของวงการกองทุน
ว่าแอปนี้ โฟกัสกับในเรื่องกองทุนจริง ๆ และต้องการแก้ไขปัญหาของวงการกองทุน
เพราะมองว่าการเลือกคัดสรรกองทุนรวมในตอนนี้ทำได้ยาก ต้องเปิด Fact Sheet ทีละใบ และมักมีเรื่อง "ผลประโยชน์แอบแฝง" เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ผู้แนะนำการลงทุนอาจเชียร์กองที่ได้ค่าคอมมิชชันเยอะ ไม่ใช่กองที่ดีสุด
บวกกับกฎหมายภาษีเปลี่ยน กำไรจากต่างประเทศต้องเสียภาษี ทำให้ต้องมองหาเครื่องมือใหม่ที่ช่วยลดภาระภาษี ซึ่งคำตอบคือ "กองทุนรวม"
WealthX มีกลุ่มเป้าหมายหลักคือ คนวัยทำงานอายุ 30 - 40 ปีขึ้นไป จนถึง 60 ปี ที่มีกำลังซื้อและต้องการเครื่องมือช่วยจัดการความมั่งคั่งอย่างจริงจัง
-เทคโนโลยีหลักของ WealthX ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาคนลงทุนกองทุน
1. PickTech การคัดเลือกกองทุน
ใช้โมเดลทางสถิติและข้อมูลย้อนหลัง 24 เดือน มาคัดเลือกกองทุนที่ "เด่น" ที่สุดในแต่ละธีม โดยตัดเรื่องผลประโยชน์ทิ้งไป
ใช้โมเดลทางสถิติและข้อมูลย้อนหลัง 24 เดือน มาคัดเลือกกองทุนที่ "เด่น" ที่สุดในแต่ละธีม โดยตัดเรื่องผลประโยชน์ทิ้งไป
เราสามารถดูกราฟเปรียบเทียบกองทุนในธีมเดียวกันได้ทันที ว่ากองไหนอยู่ "บนสุด" คือดีสุด หรือ "ล่างสุด" คือแย่สุด ช่วยให้เห็นความจริงว่ากองทุนที่เราถืออยู่ หรือที่คนอื่นเชียร์ ผลงานดีกว่าหรือแย่กว่ากองทุนอื่น
2. PortTech การจัดพอร์ตอัตโนมัติ
นำหลักการ Core & Satellite ที่วันนี้วิทยากรท่านอื่นพูดถึงแทบทุกคน มาทำให้เป็นจริงในแอป โดยระบบจะจัดสัดส่วนให้ตามความเสี่ยงและธีมที่เลือก
นำหลักการ Core & Satellite ที่วันนี้วิทยากรท่านอื่นพูดถึงแทบทุกคน มาทำให้เป็นจริงในแอป โดยระบบจะจัดสัดส่วนให้ตามความเสี่ยงและธีมที่เลือก
Core Port เน้นกองทุนหุ้นทั่วโลก หรือหุ้นสหรัฐ ที่กระจายความเสี่ยงสูง เป็นแกนหลัก
Tax Planning รองรับการจัดพอร์ตสำหรับกองทุนลดหย่อนภาษี
Tax Planning รองรับการจัดพอร์ตสำหรับกองทุนลดหย่อนภาษี
3. Shopping Basket ระบบตะกร้ากองทุน
แก้ปัญหาการซื้อกองทุนทีละตัวที่เสียเวลา ใน WealthX สามารถเลือกกองทุน 10 ตัวใส่ตะกร้า แล้ว "กดจ่ายเงินทีเดียว" เหมือนซื้อของใน Shopee และยังสามารถ Rebalancing หรือสั่งขายหรือปรับสัดส่วนทั้งพอร์ตได้ในคำสั่งเดียว
แก้ปัญหาการซื้อกองทุนทีละตัวที่เสียเวลา ใน WealthX สามารถเลือกกองทุน 10 ตัวใส่ตะกร้า แล้ว "กดจ่ายเงินทีเดียว" เหมือนซื้อของใน Shopee และยังสามารถ Rebalancing หรือสั่งขายหรือปรับสัดส่วนทั้งพอร์ตได้ในคำสั่งเดียว
4. NavTech การวัดผลพอร์ต
WealthX สามารถแสดงผลตอบแทนจะคำนวณจากเงินลงทุนจริง ตัดปัญหา "เส้นกราฟพุ่งหลอก ๆ" เวลาเติมเงิน หรือ "กราฟดิ่งเกินจริง" เวลาถอนเงิน ทำให้รู้ฝีมือการลงทุนที่แท้จริงเทียบกับค่าเฉลี่ยตลาดในแต่ละช่วงเวลา
WealthX สามารถแสดงผลตอบแทนจะคำนวณจากเงินลงทุนจริง ตัดปัญหา "เส้นกราฟพุ่งหลอก ๆ" เวลาเติมเงิน หรือ "กราฟดิ่งเกินจริง" เวลาถอนเงิน ทำให้รู้ฝีมือการลงทุนที่แท้จริงเทียบกับค่าเฉลี่ยตลาดในแต่ละช่วงเวลา
นอกจากนั้น WealthX มีกองทุน Exclusive ค่าธรรมเนียมต่ำมากเพียง 0.1% ที่ออกมาแล้ว คือกองทุนอิงดัชนี S&P 500 และ Nasdaq 100 และกำลังจะออกมาเรื่อย ๆ อีก
กองทุนเหล่านี้จะไม่มีขั้นต่ำในการลงทุน เหมาะสำหรับคนพอร์ตใหญ่ที่ต้องการประหยัดค่าธรรมเนียมระยะยาว
และปิดท้ายด้วยฟีเจอร์ใหม่ “YieldTech” การสร้างเครื่องจักรผลิตเงินสดรายเดือน
ให้เราขายคืนหน่วยลงทุนได้เพื่อรับกระแสเงินสดประจำทุกเดือน
ออกมาเพื่อแก้ปัญหาภาษีของเงินปันผล เพราะปกติกองทุนปันผลจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10%
ให้เราขายคืนหน่วยลงทุนได้เพื่อรับกระแสเงินสดประจำทุกเดือน
ออกมาเพื่อแก้ปัญหาภาษีของเงินปันผล เพราะปกติกองทุนปันผลจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10%
โดยเราก็สามารถกำหนดได้เองเลยว่าต้องการได้เงินสด ต่อเดือนเท่าไร เช่น เดือนละ 25,000 บาท
แถมยังเลือกได้ว่าจะให้กินทุนเพื่อรับเงินแน่นอน หรือจะได้ขายเฉพาะส่วนที่เป็นกำไร เพื่อรักษาเงินต้นไว้ ถ้าเดือนไหนขาดทุนก็ไม่ขาย ก็ได้เหมือนกันตามความชอบของนักลงทุน
หากเป็นไปตามแผนงานของ WealthX
คาดว่า YieldTech จะเปิดให้ใช้ภายในไตรมาสแรก ของปีนี้..
คาดว่า YieldTech จะเปิดให้ใช้ภายในไตรมาสแรก ของปีนี้..
--
เปิดบัญชีอนุมัติ กดสร้างพอร์ตกองทุนอิงดัชนี S&P500 ค่าจัดการ 0.1% ภายใน 5 นาที ง่าย ๆ ที่ WealthX ไม่มีภาษีหุ้นนอก ซื้อได้ไม่จำกัด พร้อม Feature มากมายที่จะช่วยให้คุณสร้างความมั่งคั่งได้ง่ายขึ้น โหลดแอป WealthX ที่ wealthx.co/getapp
เปิดบัญชีอนุมัติ กดสร้างพอร์ตกองทุนอิงดัชนี S&P500 ค่าจัดการ 0.1% ภายใน 5 นาที ง่าย ๆ ที่ WealthX ไม่มีภาษีหุ้นนอก ซื้อได้ไม่จำกัด พร้อม Feature มากมายที่จะช่วยให้คุณสร้างความมั่งคั่งได้ง่ายขึ้น โหลดแอป WealthX ที่ wealthx.co/getapp