กลยุทธ์ไต้หวัน แก้เศรษฐกิจนอกระบบ รัฐเก็บภาษีได้มากขึ้น

กลยุทธ์ไต้หวัน แก้เศรษฐกิจนอกระบบ รัฐเก็บภาษีได้มากขึ้น

กลยุทธ์ไต้หวัน แก้เศรษฐกิจนอกระบบ รัฐเก็บภาษีได้มากขึ้น /โดย ลงทุนแมน
เราทุกคนต่างคุ้นเคยกับการซื้อ “ความหวัง” ในรูปแบบของสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือ “หวย” เป็นอย่างดี เพราะเป็นสิ่งที่อยู่คู่สังคมไทยมานาน
ซึ่งไม่ว่าจะราคา 80 บาท หรือ 120 บาท ถ้าหากถูกรางวัล ชีวิตของเราก็อาจเปลี่ยนไป แต่ถ้าไม่ถูก เงินนั้นก็จะหายวับไป..
แต่ลองจินตนาการดูว่า จะดีแค่ไหน.. ถ้าทุกครั้งที่เราซื้อข้าวกะเพรา ซื้อกาแฟ หรือซื้อของในร้านสะดวกซื้อ
เราได้รับสิทธิ์ลุ้นเงินล้านฟรี โดยไม่ต้องจ่ายค่าหวยเพิ่ม แม้แต่บาทเดียว
เรื่องนี้ไม่ใช่ความฝัน แต่มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงแล้วในไต้หวัน แถมกลยุทธ์นี้ ยังช่วยให้รัฐบาลไต้หวัน แก้ปัญหาการหนีภาษีได้อย่างชะงัด
ทำไมแค่กระดาษใบเสร็จใบเล็ก ๆ ถึงมีพลังมหาศาลขนาดนั้น ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ย้อนกลับไปในปี 1951 หรือกว่า 75 ปีก่อน ไต้หวันเผชิญปัญหาใหญ่ ที่ประเทศไทยก็เจอเช่นกัน คือร้านค้าจำนวนมากหลบเลี่ยงภาษี
ทั้งไม่ยอมออกใบเสร็จ ไม่ลงบันทึกยอดขาย
ทำให้รัฐบาลเก็บภาษีได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย
ครั้นจะส่งเจ้าหน้าที่สรรพากร ไปไล่ตรวจสอบทุกร้าน ก็คงเป็นไปได้ยาก และอาจไม่คุ้มค่า
กระทรวงการคลังของไต้หวันในยุคนั้น จึงผุดไอเดียสุดบรรเจิด ด้วยการเปลี่ยนประชาชนทุกคน ให้กลายเป็นผู้ตรวจสอบบัญชี โดยไม่รู้ตัว
ด้วยโครงการที่ชื่อว่า “Uniform Invoice Lottery”
หลักการคือ รัฐบาลกำหนดให้ใบเสร็จรับเงินทุกใบ มีสถานะเป็นลอตเตอรี่ โดยจะมีรหัสตัวเลข 8 หลัก พิมพ์ติดมาด้วย
เมื่อเราซื้อสินค้าหรือใช้บริการอะไรก็ได้ ที่มีมูลค่าขั้นต่ำ 50 ดอลลาร์ไต้หวัน (ประมาณ 49 บาท)
เราก็จะมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลใหญ่ สูงสุดถึง 10 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือราว 9.8 ล้านบาท โดยจะมีการออกรางวัลทุก ๆ 2 เดือน
นโยบายนี้ เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคใหม่ จากเดิมที่ซื้อของแล้วเดินออกจากร้านเลย โดยไม่สนใจใบเสร็จ หรือทิ้งใบเสร็จลงถังขยะ
คนไต้หวันกลับเริ่มทวงถามใบเสร็จจากร้านค้า เพื่อเอามาลุ้นโชค ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นั้น ก็เกินคาด..
เพราะเพียงแค่ปีเดียวหลังจากเริ่มโครงการนี้ รายได้จากภาษีของรัฐบาลไต้หวัน พุ่งสูงขึ้นถึง 75%
เมื่อลูกค้าเรียกร้องใบเสร็จ ร้านค้าก็เหมือนถูกบีบทางอ้อม ให้ต้องเข้าระบบภาษีอย่างถูกต้อง
การแอบขาย แล้วลักไก่ไม่ลงบัญชีเหมือนเมื่อก่อน ก็ทำได้ยากขึ้น เพราะหลักฐานความผิด ก็คือใบเสร็จที่อยู่ในมือลูกค้านั่นเอง
ซึ่งในมุมของผู้ที่เกี่ยวข้อง
- ลูกค้า : ได้ลุ้นหวยฟรี จากการใช้จ่ายปกติในชีวิตประจำวัน
- ร้านค้า : แม้ถูกบีบให้เข้าระบบภาษีอย่างถูกต้อง แต่ก็ดึงดูดลูกค้าได้มากขึ้น เพราะคนย่อมอยากเข้าร้านที่แจกความหวังมากกว่าร้านที่ไม่แจก
- รัฐบาล : ขยายฐานภาษีได้กว้างขึ้น เก็บเงินได้มากขึ้น โดยไม่ต้องเพิ่มงบจ้างคนไปไล่ตรวจจับร้านค้า
ตัดภาพกลับมาที่ประเทศไทย ปฏิเสธไม่ได้ว่า DNA ของคนไทยกับการลุ้นโชคนั้นเป็นของคู่กัน
เรามีตลาดสลากกินแบ่งรัฐบาลที่คึกคัก และมีวัฒนธรรม Street Food หรือการจับจ่ายรายย่อยที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว
แต่ปัญหาของบ้านเราคือ เศรษฐกิจนอกระบบ มีขนาดใหญ่มาก ซึ่งจากการสำรวจพบว่า มีเกือบ 50% ของ GDP เลยทีเดียว
โดยที่ร้านค้าจำนวนมหาศาล ยังไม่อยู่ในระบบภาษีอย่างถูกต้อง ทำให้รัฐเสียโอกาสในการนำรายได้ มาพัฒนาประเทศ
และอาจเป็นการทำให้เกิดการเรียกรับส่วยจากร้านค้า ของเจ้าหน้าที่ ที่มีหน้าที่ตรวจสอบอีกด้วย
กรณีใบเสร็จแลกเงินล้านของไต้หวัน สอนให้เราเห็นว่า การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หรือการเก็บภาษี บางครั้งอาจไม่ต้องใช้ไม้แข็งในการบังคับเสมอไป
แต่ใช้จิตวิทยาและความเข้าใจในพฤติกรรมของมนุษย์ เปลี่ยนสิ่งที่น่าเบื่ออย่างการขอใบเสร็จ ให้กลายเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นอย่างการลุ้นหวย
แล้วถ้าหากไทย ลองนำโมเดล “ใบเสร็จแลกเงินล้าน” มาประยุกต์ใช้บ้าง จะเป็นอย่างไร ?
ต้องบอกว่าปัจจุบัน เรามีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล มากกว่าในยุคปี 1951 มาก
ในตอนนี้เรามีแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” รวมถึงมีระบบ e-Tax Invoice ที่เริ่มใช้งานกันแล้ว
ถ้าหากรัฐบาลสามารถจูงใจ ให้ร้านค้ารายย่อย เข้าระบบ e-Receipt แล้วผูกระบบนั้น เข้ากับการสุ่มรางวัล
ลองนึกดู ทุกครั้งที่เราสแกนจ่ายค่าก๋วยเตี๋ยว ก็หมายถึงมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลที่ 1 โดยที่เราไม่ต้องไปเสียเงิน 80 บาท เพิ่มเลย
แรงจูงใจนี้ อาจทรงพลังกว่าการไปไล่จับปรับโดยตรง เพราะเป็นการจูงใจ แทนการบังคับ
ที่สำคัญ นี่อาจเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยั่งยืน เพราะถ้าประชาชนอยากลุ้นรางวัล ก็ต้อง “จับจ่ายใช้สอย” มากขึ้น
เมื่อมีเงินหมุนเวียนในระบบมากขึ้น เศรษฐกิจก็โตขึ้น
และรัฐก็จะเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยขึ้นเช่นกัน
แล้วถ้าถามว่า ตอนนี้แต่ละพรรคการเมืองมีนโยบายอะไรที่จะดึงเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ในระบบมากขึ้น ติดตามได้พร้อมกันผ่าน Talk ลงทุนแมน วันที่ 29 มกราคมนี้..
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon