เตรียมเงินล้านไว้ใช้ยามเจ็บป่วย ในยุคที่ค่ารักษาพยาบาลแพงขึ้นปีละ 10% ควรเลือกทางไหนดีที่สุด ?

เตรียมเงินล้านไว้ใช้ยามเจ็บป่วย ในยุคที่ค่ารักษาพยาบาลแพงขึ้นปีละ 10% ควรเลือกทางไหนดีที่สุด ?

เตรียมเงินล้านไว้ใช้ยามเจ็บป่วย ในยุคที่ค่ารักษาพยาบาลแพงขึ้นปีละ 10% ควรเลือกทางไหนดีที่สุด ? /โดย ลงทุนแมน
รู้หรือไม่ว่า ตัวเลขเงินเฟ้อที่เราเห็นกันว่าเพิ่มปีละ 2-3%
หากเจาะลึกไปดูรายละเอียดแล้ว อาจทำให้เราต้องปรับแผนการเงินใหม่
ซึ่งหนึ่งในตัวที่กระทบมากที่สุด ก็คือเงินเฟ้อทางการแพทย์ (Medical Inflation) ที่ปัจจุบันพุ่งสูงขึ้นเฉลี่ยถึงปีละ 10%
หมายความว่า หากวันนี้เราต้องผ่าตัดด้วยเงิน 100,000 บาท ในอีก 20 ปีข้างหน้า ถ้าเจ็บป่วยแบบเดิม ผ่าตัดแบบเดิม เราอาจต้องใช้เงินสูงขึ้นถึง 670,000 บาท..
นี่ยังไม่รวมค่าห้อง ค่ายา และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ตามมาอีกมาก ทำให้การเตรียมเงินล้านไว้ใช้ในยามเจ็บป่วย จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่เราประมาทไม่ได้
แล้วเราจะวางแผนเตรียมเงินล้านอย่างไร ให้โตทันเงินเฟ้อทางการแพทย์ ที่เพิ่มขึ้นทุกปี
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
หากลองกางแผนการเงินของแต่ละทางเลือกออกมาดู จะพบว่า การเตรียมเงินล้านไว้สำหรับค่ารักษาพยาบาลนั้น มีอยู่ 4 ทางเลือกหลักด้วยกัน
ทางเลือกที่ 1 กำเงิน 1,000,000 บาท ไว้เป็นเงินสำรอง
สำหรับคนที่มีเงินเก็บหลักล้าน หรือมีฐานะที่มั่นคงอยู่แล้ว การกันเงินก้อนไว้ในบัญชีเผื่อไว้เป็นค่ารักษาพยาบาล ก็ดูเป็นทางเลือกที่ดูง่ายที่สุด
เพราะไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็สบายใจว่า มีเงินก้อนที่พร้อมจะควักจ่ายได้ทันที โดยไม่ไปกระทบเงินส่วนอื่น
แต่อย่างที่เรารู้กันว่า ค่ารักษาพยาบาลขยับตัวสูงขึ้นเฉลี่ยถึงปีละ 10%
ค่ารักษา 1,000,000 บาทในวันนี้ อีก 10 ปีข้างหน้า ตัวเลขจะเป็น 2,590,000 บาท
ถ้าเราเลือกที่จะเก็บเงินฝากไว้ในบัญชีออมทรัพย์ ที่ได้ดอกเบี้ยประมาณ 0.5% ต่อปี รวม 10 ปี เราจะได้ดอกเบี้ยเพียง 50,000 บาทเท่านั้น
ทีนี้ก็เท่ากับว่า หากเราอยากจะให้เงินต้นก้อนนี้ ยังมีประสิทธิภาพมากพอที่จะรองรับค่ารักษาพยาบาลเราไปได้อีก 10 ปี สิ่งที่เราต้องทำคือ สร้างผลตอบแทนให้ได้อย่างน้อย 10% ต่อปี
อย่างไรก็ตาม นั่นก็แปลว่ามันต้องแลกมาด้วยความเสี่ยง จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ทางเลือกที่ 2 ตั้งเป้าออมเงินใหม่ เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้
สำหรับคนที่ไม่มีเงินถุงเงินถัง หรือไม่มีเงินก้อนเป็นหลักประกัน ทางเลือกที่ดูจับต้องได้ก็คือ การเริ่มต้นออมเงิน โดยแบ่งเงินไปลงทุนทุก ๆ เดือน
โดยมีโจทย์สำคัญคือ เราต้องนำเงินก้อนนี้ไปลงทุน ให้ได้ผลตอบแทนโตเฉลี่ย 10% ต่อปี เพื่อให้โตทันเงินเฟ้อทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทีนี้ลองคำนวณดูว่า หากมีเป้าหมายเก็บเงินให้ได้ครบ 1,000,000 บาท เราต้องใช้เวลานานแค่ไหน ?
ในกรณีที่ออมเงินเดือนละ 1,000 บาท
และสามารถลงทุนให้ได้ผลตอบแทน 10% ต่อปี
เราต้องออมอย่างต่อเนื่องประมาณ 23 ปี
และหากออมเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ 2,000 บาท
ระยะเวลาเพื่อเก็บให้ได้เงินล้านจะลดลงเหลือประมาณ 17 ปี
อย่างไรก็ตาม จุดตายของแผนนี้คือ
เราต้องห้ามเจ็บป่วยร้ายแรงก่อนกำหนด..
เพราะถ้าเกิดป่วยหนักขึ้นมาในช่วงปีแรก ๆ ที่เรายังเก็บเงินได้เพียงหลักหมื่น หรือหลักแสน เงินก้อนนี้ก็อาจจะไม่เพียงพอสำหรับค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นจริง
ทางเลือกที่ 3 การทำประกันสุขภาพ
เป็นทางเลือกที่ช่วยเปลี่ยนความไม่แน่นอน ให้เป็นความแน่นอน เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่า เราจะเจ็บป่วยร้ายแรงเมื่อไร
และข้อดีที่เห็นชัดที่สุดของวิธีนี้คือ การซื้อเวลา
เพราะทำให้เราสามารถเข้าถึงวงเงินรักษาหลักล้านได้ทันทีตั้งแต่วันที่กรมธรรม์มีผลคุ้มครอง โดยไม่ต้องรอเก็บเงินเป็นสิบ ๆ ปี เหมือนทางเลือกก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม เบี้ยประกันสุขภาพเองก็มีความเสี่ยงเรื่องค่าเบี้ยประกัน ที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นตามอายุที่มากขึ้น
ทำให้ในระยะยาวค่าใช้จ่ายส่วนนี้อาจสูงขึ้นจนกลายเป็นภาระทางการเงิน หากไม่มีการวางแผนรับมือไว้ล่วงหน้า
ทางเลือกที่ 4 การทำประกันโรคร้ายแรง
สำหรับคนที่รู้สึกว่า สวัสดิการพื้นฐานที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นประกันกลุ่มของบริษัท ประกันสังคม หรือสิทธิบัตรทอง ก็พอจะรองรับความเสี่ยง ในยามเจ็บป่วยได้ระดับหนึ่งแล้ว
การเลือกปิดความเสี่ยงเฉพาะจุดเพิ่มเติม อย่างการทำประกันโรคร้ายแรง ซึ่งมีค่ารักษาแพงกว่าโรคอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความอุ่นใจ โดยไม่สร้างภาระค่าใช้จ่ายระยะยาวมากเกินไป จึงถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า
โดยเฉพาะการทำประกันโรคร้ายแรงอย่าง “โรคมะเร็ง”
เพราะมะเร็ง เป็นโรคร้ายแรงอันดับหนึ่งในบ้านเรา ที่มีแนวโน้มอัตราการเกิดโรคสูงขึ้นเรื่อย ๆ และสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย
ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์กรวิจัยโรคมะเร็งนานาชาติ (IARC) ระบุว่า ตลอดช่วงชีวิตของคนเรามีโอกาสราว 20% หรือราว 1 ใน 5 ที่จะเป็นมะเร็ง ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมาก จนเราไม่ควรมองข้าม
ทางเลือกที่น่าสนใจ ที่จะมาช่วยรับมือกับความเสี่ยงนี้
นั่นคือ “ประกันมะเร็งเงินล้าน”
ซึ่งเป็นแบบประกันที่ออกแบบมา เพื่อให้เรามีเงินล้าน เตรียมไว้ให้อุ่นใจ เป็นทางเลือกที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน
ความน่าสนใจของ “ประกันมะเร็งเงินล้าน” คือ
1. วงเงิน 1,000,000 บาท ที่ครอบคลุมค่ารักษาจริง
หัวใจสำคัญของแผนประกันนี้คือ การเปลี่ยนความกังวล ให้เป็นสภาพคล่องในมือทันที
- ตรวจเจอมะเร็งทุกชนิด ทุกระยะ รับเงินก้อนทันที 500,000 บาท
ช่วยให้มีเงินก้อนสำรอง เพื่ออิสระในการเลือกวิธีรักษาที่ดีที่สุด และครอบคลุมค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่สวัสดิการเดิมเบิกไม่ได้
- วงเงินค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่องอีก 500,000 บาท
ครอบคลุมทั้งการผ่าตัด เคมีบำบัด และการฉายแสง เพื่อให้มั่นใจว่า กระบวนการรักษาจะทำได้อย่างต่อเนื่อง
- ส่วนเพิ่มสำหรับมะเร็งยอดฮิตเฉพาะเพศ
เพศชาย : ต่อมลูกหมาก, ลำไส้ใหญ่, ตับ, ปอด
เพศหญิง : เต้านม, รังไข่, ปากมดลูก, ช่องคลอด
ตรวจเจอโรคกลุ่มนี้ จะได้รับเงินก้อนเพิ่มอีก 500,000 บาท
2. ล็อกเบี้ยคงที่ อายุเพิ่มขึ้นจ่ายเบี้ยเท่าเดิม
นี่คือจุดเด่นของแผนนี้ เพราะปกติแล้ว ความเสี่ยงด้านสุขภาพจะสูงขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น ค่าเบี้ยประกันก็จะเพิ่มขึ้นตาม
แต่สำหรับประกันโรคร้ายแรงแผนนี้ ช่วยให้เราล็อกต้นทุนค่าเบี้ยไว้ตั้งแต่วันแรกที่ทำ และคุ้มครองต่อเนื่องจนถึงอายุ 70 ปี
ถ้าเริ่มทำตอนอายุไม่เกิน 34 ปี
จะจ่ายเบี้ยคงที่ทุกปี ปีละ 4,920 บาท ไปตลอดแม้อายุมากขึ้น
- หากเริ่มทำตอนอายุ 35-44 ปี จ่ายปีละ 9,960 บาท
- หากเริ่มทำตอนอายุ 45-54 ปี จ่ายปีละ 18,000 บาท
- หากเริ่มทำตอนอายุ 55-60 ปี จ่ายปีละ 26,040 บาท
เท่ากับว่า ใครที่อายุยังไม่มาก การรีบตัดสินใจล็อกเบี้ยไว้ตั้งแต่วันนี้ ก็หมายถึงการล็อกความเสี่ยงทางการเงินของเราด้วยเช่นกัน
ลองคิดดูว่า ถ้าเรายังอายุไม่เกิน 34 ปี ค่าเบี้ยจะตกเดือนละไม่ถึง 500 บาท แทบไม่ต่างกับการจ่ายค่า Subscription รายเดือนอย่าง Netflix หรือค่าอินเทอร์เน็ตมือถือ
แต่เงินจำนวนเดียวกันนี้ กลับทำหน้าที่สร้างหลักประกันหลักล้านได้ โดยที่เราไม่ต้องควักเงินเก็บทั้งชีวิตออกมาจ่ายเอง
3. ไม่ต้องตรวจสุขภาพ
แผนนี้ถูกออกแบบมาให้ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายที่สุด เพียงตอบคำถามสุขภาพสั้น ๆ แค่ 5 ข้อ ไม่ต้องยุ่งยากเรื่องเอกสารทางการแพทย์ ก็สามารถได้รับความคุ้มครองหลักล้านได้ทันที
และนี่คือความน่าสนใจของ “ประกันมะเร็งเงินล้าน” ซึ่งเป็นแผนประกันที่ทางลงทุนแมน PROTECT ได้ร่วมมือกับ TISCO Insure
เพื่อเสนอแผนประกันโรคร้ายแรง อย่างโรคมะเร็ง ในยุคที่ค่ารักษาพยาบาลแพงขึ้นทุกปี เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ให้ได้เข้าถึงความคุ้มครองที่คุ้มค่า..
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon