
ถอดกลยุทธ์ เมืองไทยประกันชีวิต ครบรอบ 75 ปี กับโจทย์ใหม่ในสังคมสูงวัย ทำไมประกัน ต้องขยับมาเป็น "Health Ecosystem"
ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 10-20 ปีก่อน
คำว่า บริษัทประกันชีวิต ในสายตาคนส่วนใหญ่ อาจหมายถึงแค่บริษัทที่ขายความคุ้มครองเวลาป่วย หรือเวลาจากไป
คำว่า บริษัทประกันชีวิต ในสายตาคนส่วนใหญ่ อาจหมายถึงแค่บริษัทที่ขายความคุ้มครองเวลาป่วย หรือเวลาจากไป
แต่วันนี้ โลกกำลังเปลี่ยนเร็วขึ้น
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ
ค่ารักษาพยาบาลแพงขึ้น
โรคเรื้อรังเพิ่มขึ้น
และผู้คนเริ่มมอง “สุขภาพ” เป็นเรื่องระยะยาว ไม่ใช่แค่เรื่องตอนป่วย
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ
ค่ารักษาพยาบาลแพงขึ้น
โรคเรื้อรังเพิ่มขึ้น
และผู้คนเริ่มมอง “สุขภาพ” เป็นเรื่องระยะยาว ไม่ใช่แค่เรื่องตอนป่วย
คำถามคือ บริษัทประกันชีวิตจะยังทำหน้าที่แบบเดิม ๆ ได้อีกนานแค่ไหน ?
เพราะในอดีต เราอาจมองว่าประกันชีวิตคือเรื่องของ "เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน" เราจ่ายเงินเพื่อซื้อ "ความอุ่นใจ" ว่าถ้าเกิดอะไรขึ้น คนข้างหลังจะไม่ลำบาก
แต่ในวันนี้ โจทย์ของลูกค้าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผู้คนไม่ได้กังวลแค่เรื่องความตาย แต่กังวลเรื่องการมีชีวิตอยู่อย่างไรให้มีคุณภาพ ในวันที่โลกเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย
นี่คือบริบทที่ทำให้ เมืองไทยประกันชีวิต (MTL) ภายใต้การนำของ คุณสาระ ล่ำซำ
กำลังรุกคืบเข้าสู่การเป็น “Health Ecosystem” อย่างเต็มตัว
กำลังรุกคืบเข้าสู่การเป็น “Health Ecosystem” อย่างเต็มตัว
ด้วยกลยุทธ์ใหม่ในปีที่กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 75 ของบริษัท ภายใต้แนวคิดที่ชื่อว่า Go Healthier with MTL
ที่ไม่ใช่แค่ขายประกัน แต่ขยับบทบาทไปสู่การเป็น “คู่คิดด้านสุขภาพและการเงิน” ตลอดช่วงชีวิตของลูกค้า

ปีที่ผ่านมา เป็นปีที่หลายธุรกิจต้องเจอกับแรงกดดันรอบด้าน ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจ และกำลังซื้อที่ถูกกดดัน
แต่เมืองไทยประกันชีวิต ยังรายงานการเติบโตที่น่าสนใจ
ที่ไม่ใช่แค่ขายประกัน แต่ขยับบทบาทไปสู่การเป็น “คู่คิดด้านสุขภาพและการเงิน” ตลอดช่วงชีวิตของลูกค้า

ปีที่ผ่านมา เป็นปีที่หลายธุรกิจต้องเจอกับแรงกดดันรอบด้าน ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจ และกำลังซื้อที่ถูกกดดัน
แต่เมืองไทยประกันชีวิต ยังรายงานการเติบโตที่น่าสนใจ
- เบี้ยประกันภัยรับปีแรก (New Business Premium) โตมากกว่า 10%
- ประกันแบบ Investment-Linked โตถึง 249%
- ประกันคุ้มครองโรคร้ายแรง (รายเดี่ยว) โต 24%
- คะแนน NPS (ความพึงพอใจและการบอกต่อ) ขยับจาก 75 เป็น 78 คะแนน
- อัตราส่วนเงินกองทุนต่อความเสี่ยง (CAR) มากกว่า 350% สูงกว่าเกณฑ์กำกับที่ 140% อย่างมาก
- ได้เรตติ้งความน่าเชื่อถือจาก S&P ที่ BBB+ และ Fitch ที่ A- / AAA(tha)
- ประกันแบบ Investment-Linked โตถึง 249%
- ประกันคุ้มครองโรคร้ายแรง (รายเดี่ยว) โต 24%
- คะแนน NPS (ความพึงพอใจและการบอกต่อ) ขยับจาก 75 เป็น 78 คะแนน
- อัตราส่วนเงินกองทุนต่อความเสี่ยง (CAR) มากกว่า 350% สูงกว่าเกณฑ์กำกับที่ 140% อย่างมาก
- ได้เรตติ้งความน่าเชื่อถือจาก S&P ที่ BBB+ และ Fitch ที่ A- / AAA(tha)
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ฐานะการเงินของบริษัทอยู่ในระดับแข็งแรง
และมีพื้นที่พอจะลงทุนระยะยาวกับกลยุทธ์ใหม่ ที่ใหญ่กว่าการขายกรมธรรม์แบบเดิม
และมีพื้นที่พอจะลงทุนระยะยาวกับกลยุทธ์ใหม่ ที่ใหญ่กว่าการขายกรมธรรม์แบบเดิม
หัวใจของกลยุทธ์ Go Healthier with MTL คือการดูแล 3 เรื่องพร้อมกัน
1. สุขภาพกาย ตั้งแต่การป้องกัน การรักษา ไปจนถึงการฟื้นฟู
2. สุขภาพใจ ผ่านกิจกรรม สิทธิประโยชน์ และการออกแบบประสบการณ์ลูกค้า
3. สุขภาพทางการเงิน การวางแผนชีวิต การคุ้มครอง และการส่งต่อความมั่งคั่ง
2. สุขภาพใจ ผ่านกิจกรรม สิทธิประโยชน์ และการออกแบบประสบการณ์ลูกค้า
3. สุขภาพทางการเงิน การวางแผนชีวิต การคุ้มครอง และการส่งต่อความมั่งคั่ง
ถ้ามองให้ลึก นี่คือการขยายบทบาท จากผู้ขายความคุ้มครอง ไปเป็นผู้เชื่อมต่อ เครือข่ายสุขภาพ (Health Ecosystem) ตั้งแต่
การส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน (Wellness & Prevention) เช่น งานวิ่ง งานไตรกีฬา
การดูแลตอนเจ็บป่วย (Diagnosis & Treatment) ผ่านเครือข่ายอย่าง MTL Health Buddy, MTL Smile Hospital Network, MTL Global Doctors และ Global Connect
ไปจนถึงการดูแลหลังการรักษาและผู้สูงอายุ ผ่านพาร์ตเนอร์อย่าง Health at Home และผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลระยะยาว
ล่าสุด เครือข่าย MTL Hospital Smile Network ครอบคลุมโรงพยาบาลกว่า 145 แห่งทั่วประเทศ
เป้าหมายไม่ใช่แค่ “จ่ายเคลม” แต่คือ
เป้าหมายไม่ใช่แค่ “จ่ายเคลม” แต่คือ
ลดความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนเกิน
ช่วยประเมินค่าใช้จ่ายก่อนรักษา
และออกแบบประสบการณ์คนไข้ให้ราบรื่นขึ้น
ช่วยประเมินค่าใช้จ่ายก่อนรักษา
และออกแบบประสบการณ์คนไข้ให้ราบรื่นขึ้น
นี่คือการขยับจาก “ผู้จ่ายเงินเมื่อเกิดเหตุ” ไปสู่ “ผู้ร่วมจัดการประสบการณ์สุขภาพของลูกค้า”
อีกด้านหนึ่งที่ MTL เน้นมาก คือ สุขภาพทางการเงิน
บริษัทพยายามออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์แต่ละช่วงชีวิต เช่น
บริษัทพยายามออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์แต่ละช่วงชีวิต เช่น
ประกันเพื่อการส่งต่อความมั่งคั่งอย่าง เมืองไทย พรีเมียร์ เลกาซี่
โครงการวางแผนคุ้มครองครอบครัวอย่าง ShieldLife
หรือประกันแบบผสมชีวิตและสุขภาพในกรมธรรม์เดียวอย่าง เมืองไทย เฟล็กซี่ โพรเทคชั่น
โครงการวางแผนคุ้มครองครอบครัวอย่าง ShieldLife
หรือประกันแบบผสมชีวิตและสุขภาพในกรมธรรม์เดียวอย่าง เมืองไทย เฟล็กซี่ โพรเทคชั่น
ล่าสุดคือการเปิดตัว “เมืองไทย เฟล็กซี่ โพรเทคชั่น 99/5”
จุดขายคือ
- คุ้มครองทั้งชีวิตและสุขภาพในกรมธรรม์เดียว
- เมื่ออายุครบ 65 ปี สามารถเปลี่ยนทุนประกันเป็นค่ารักษาได้
- จ่ายเบี้ยคงที่ 5 ปี ไม่ปรับตามอายุ
- ขยายอายุรับประกันจากเดิม 45 ปี เป็น 55 ปี
- คุ้มครองยาวถึงอายุ 99 ปี
และยังใช้ลดหย่อนภาษีได้
จุดขายคือ
- คุ้มครองทั้งชีวิตและสุขภาพในกรมธรรม์เดียว
- เมื่ออายุครบ 65 ปี สามารถเปลี่ยนทุนประกันเป็นค่ารักษาได้
- จ่ายเบี้ยคงที่ 5 ปี ไม่ปรับตามอายุ
- ขยายอายุรับประกันจากเดิม 45 ปี เป็น 55 ปี
- คุ้มครองยาวถึงอายุ 99 ปี
และยังใช้ลดหย่อนภาษีได้
ถ้ามองในเชิงกลยุทธ์ นี่คือการพยายามทำให้ประกัน ไม่ใช่ของที่ซื้อแล้วลืม
แต่เป็นเครื่องมือวางแผนชีวิตระยะยาวที่เอามาใช้จริง ในวัยเกษียณ
แต่เป็นเครื่องมือวางแผนชีวิตระยะยาวที่เอามาใช้จริง ในวัยเกษียณ
ในฝั่งความยั่งยืน เมืองไทยประกันชีวิตได้คะแนน ESG Risk Rating จาก Morningstar Sustainalytics ที่ 19.9 คะแนน อยู่ในกลุ่ม “ความเสี่ยงต่ำ”
และยังเป็นบริษัทประกันชีวิตไทยรายแรกที่ลงนามใน UN PRI
พร้อมขึ้นทะเบียน Carbon Footprint และเป็นสมาชิก CAC ต่อต้านคอร์รัปชันต่อเนื่อง
และยังเป็นบริษัทประกันชีวิตไทยรายแรกที่ลงนามใน UN PRI
พร้อมขึ้นทะเบียน Carbon Footprint และเป็นสมาชิก CAC ต่อต้านคอร์รัปชันต่อเนื่อง
สิ่งนี้สำคัญ เพราะธุรกิจประกันคือธุรกิจ “สัญญาระยะยาว”
ความน่าเชื่อถือและธรรมาภิบาล คือสินทรัพย์ที่มีค่าพอ ๆ กับเงินกองทุน
ความน่าเชื่อถือและธรรมาภิบาล คือสินทรัพย์ที่มีค่าพอ ๆ กับเงินกองทุน
สรุปแล้ว เมื่อโลกแก่ลง บริษัทประกันก็ต้องโตขึ้น
ปี 2569 จะยังเป็นปีที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
ทั้งเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และโครงสร้างประชากรที่แก่ลงอย่างรวดเร็ว
ปี 2569 จะยังเป็นปีที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
ทั้งเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และโครงสร้างประชากรที่แก่ลงอย่างรวดเร็ว
การที่เมืองไทยประกันชีวิต เลือกวางตัวเองเป็นมากกว่าบริษัทขายประกัน
แต่เป็น “แพลตฟอร์มการดูแลชีวิต สุขภาพ และการเงิน”
อาจเป็นหมากสำคัญของแบรนด์ในอีก 10-20 ปีข้างหน้า
แต่เป็น “แพลตฟอร์มการดูแลชีวิต สุขภาพ และการเงิน”
อาจเป็นหมากสำคัญของแบรนด์ในอีก 10-20 ปีข้างหน้า
เพราะในโลกที่คนอายุยืนขึ้น
คำว่า “ประกัน” อาจไม่พออีกต่อไป
คำว่า “ประกัน” อาจไม่พออีกต่อไป
แต่สิ่งที่คนต้องการ คือ “ระบบที่ช่วยดูแลทั้งชีวิต” ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันข้างหน้า..
คำเตือน : เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทประกันฯ กำหนด
ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง
ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง