
ASML ผู้นำเครื่องจักรผลิตชิปอันดับ 1 ของโลก เข้าพบ BOI เล็งสร้างซัปพลายเชน ในประเทศไทย หนุน “ชิปเมดอินไทยแลนด์”
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้บริหารบริษัท ASML ผู้นำด้านการพัฒนาและผลิตเครื่องจักรเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดของโลก จากประเทศเนเธอร์แลนด์
ได้เข้าพบเพื่อหารือแนวทางความร่วมมือในการสร้างซัปพลายเชนในประเทศไทย
พร้อมแสดงความสนใจในการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี เพื่อร่วมพัฒนาและยกระดับความสามารถของผู้ผลิตในประเทศที่มีศักยภาพให้เข้าสู่อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องจักรเทคโนโลยีขั้นสูง สำหรับผลิตเซมิคอนดักเตอร์
ปัจจุบัน ASML มีซัปพลายเออร์หลักที่ลงทุนในประเทศไทยอยู่บ้างแล้ว และมีแผนจะเพิ่มจำนวนให้มากขึ้น
นอกจากนี้ยังได้ให้ข้อแนะนำและพร้อมร่วมมือกับรัฐบาลไทยในการผลักดันยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติและเป้าหมาย “ชิปเมดอินไทยแลนด์” รวมทั้งการช่วยยกระดับบุคลากรไทย ให้มีความรู้และทักษะ ที่พร้อมเข้าสู่การทำงานจริงในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
ทั้งนี้ ASML เป็นผู้นำของโลกด้านการพัฒนาเครื่องพิมพ์ลายวงจรบนแผ่นเวเฟอร์ (Lithography) ที่ใช้ในการผลิตชิปขั้นสูงในอุปกรณ์อัจฉริยะ CPU และ GPU ในปัจจุบัน
โดยเป็นบริษัทเดียวในโลกที่มีเทคโนโลยีสามารถผลิตเครื่อง High-NA Extreme Ultraviolet Lithography (High-NA EUV) และ Extreme Ultraviolet Lithography (EUV) ที่ใช้สำหรับผลิตชิปประสิทธิภาพสูง ซึ่งมีขนาดลายวงจรที่ละเอียดตั้งแต่ระดับ 7 นาโนเมตร จนถึงต่ำกว่า 2 นาโนเมตรได้
ทำให้บริษัทเป็นผู้ผลิตเครื่องจักร ที่มีความสำคัญที่สุดกับผู้ผลิตชิประดับ High-end ระดับโลกไม่ว่าจะเป็น TSMC, Intel และ Samsung
ASML จึงเปรียบเสมือนผู้กุมเทคโนโลยีต้นน้ำที่สำคัญของห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์โลก
ในการประชุมหารือนี้ ASML ได้นำเสนอทิศทางการขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย พร้อมแสดงความสนใจในการพัฒนาเครือข่ายซัปพลายเออร์ในประเทศไทย เพื่อรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของบริษัท และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงที่มีฐานการผลิตอยู่แล้วในประเทศไทย และมีศักยภาพจะยกระดับเพื่อเข้าสู่ซัปพลายเชนของเครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์หลายราย เช่น SPEA, Celestica, Fabrinet, Delta Electronics, Oerlikon, Lumentum, SAM Precision
และล่าสุดคือ Foxsemicon Integrated Technology Inc. (FITI) ในเครือของ Foxconn ที่ได้ตัดสินใจลงทุนเฟสแรกกว่า 1 หมื่นล้านบาท ตั้งฐานผลิตอุปกรณ์และโมดูลสำหรับเครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์ต้นน้ำในไทย เป็นโรงงานแห่งที่ 4 ของโลก
“ASML มองว่าไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพสูง จากความพร้อมของฐานอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรกล บุคลากรทักษะสูง และโครงสร้างพื้นฐานภาคการผลิตที่ครบวงจร ซึ่งเอื้อต่อการพัฒนาซัปพลายเชนเซมิคอนดักเตอร์ในระยะยาว
อีกทั้งมองเห็นความมุ่งมั่นของไทยที่ได้จัดทำยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ รวมทั้งมีแผนพัฒนาบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์ที่เป็นรูปธรรม จึงได้แสดงความสนใจเข้าร่วมพัฒนาซัปพลายเชนของเครื่องจักรระดับสูงในประเทศไทย
ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการในประเทศในกลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักร ตั้งแต่ Tier 1 – 3 ที่จะได้ทำงานร่วมกับบริษัทระดับโลก เพื่อยกระดับด้านเทคโนโลยี พัฒนาบุคลากร และสามารถเข้าถึงซัปพลายเชนระดับโลกของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ได้
นับเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมไทย ให้เข้าใกล้เป้าหมายชิปเมดอินไทยแลนด์อย่างเป็นรูปธรรม” นายนฤตม์ กล่าว