
โลกกำลังทุ่มเงิน ให้การทหาร มากกว่าสมัยสงครามเย็น
โลกกำลังทุ่มเงิน ให้การทหาร มากกว่าสมัยสงครามเย็น /โดย ลงทุนแมน
รู้ไหมว่า ตอนนี้เรากำลังอยู่ในยุคที่โลกทุ่มเงินให้การทหาร
มากกว่ายุคสงครามเย็นเสียอีก
มากกว่ายุคสงครามเย็นเสียอีก
ในปี 1988 โลกใช้เงินทางการทหารราว 54 ล้านล้านบาท
แต่ในปี 2024 กลับใช้เงินถึง 83 ล้านล้านบาท
ซึ่งตัวเลขนี้ เทียบให้เป็นมูลค่าเงินปัจจุบันเท่ากันแล้ว
แต่ในปี 2024 กลับใช้เงินถึง 83 ล้านล้านบาท
ซึ่งตัวเลขนี้ เทียบให้เป็นมูลค่าเงินปัจจุบันเท่ากันแล้ว
นั่นแปลว่า แทนที่สงครามเย็นจะเป็นความขัดแย้งสุดท้ายของโลก แต่ตัวเลขนี้กลับบอกเราตรงกันข้ามว่า ความ
ขัดแย้งยังคงอยู่ และกำลังเพิ่มขึ้นด้วย
ขัดแย้งยังคงอยู่ และกำลังเพิ่มขึ้นด้วย
แนวโน้มนี้ กำลังบอกอะไรกับเรา ?
แล้วมันจะกระทบกับเศรษฐกิจโลกอย่างไรบ้าง ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
แล้วมันจะกระทบกับเศรษฐกิจโลกอย่างไรบ้าง ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
โลกผ่านความขัดแย้งมามากมาย
จนเกิดเป็นสงครามโลกใหญ่ถึงสองครั้ง
และตามมาด้วยสงครามเย็น
จนเกิดเป็นสงครามโลกใหญ่ถึงสองครั้ง
และตามมาด้วยสงครามเย็น
หลังสงครามเย็นจบลง ทุกคนคงคิดว่าโลกจะร่วมมือกันมากขึ้น ความขัดแย้งจะน้อยลง แต่ยิ่งเวลาผ่านไป งบประมาณทางทหารทั่วโลกกลับตอบทุกอย่างในทางตรงข้าม
ปี 1988 งบประมาณทางทหารทั่วโลก 54 ล้านล้านบาท
ปี 2010 งบประมาณทางทหารทั่วโลก 63 ล้านล้านบาท
ปี 2024 งบประมาณทางทหารทั่วโลก 83 ล้านล้านบาท
ปี 2010 งบประมาณทางทหารทั่วโลก 63 ล้านล้านบาท
ปี 2024 งบประมาณทางทหารทั่วโลก 83 ล้านล้านบาท
ซึ่งต้องบอกว่า ตัวเลขนี้ปรับอัตราเงินเฟ้อเรียบร้อยแล้ว
ดังนั้นเราจึงสามารถพูดได้ชัดเจนว่า งบประมาณทางทหารทั่วโลกกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นเราจึงสามารถพูดได้ชัดเจนว่า งบประมาณทางทหารทั่วโลกกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หรือพูดให้เห็นภาพก็คือ โลกกำลังจ่ายค่าความหวาดระแวงระหว่างกันเพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปี แม้โลกจะผ่านสงครามโลกถึงสองครั้ง และสงครามเย็นมาแล้วก็ตาม
คำถามคือ ทำไมถึงเป็นแบบนั้น ?
เหตุผลหลักเลย ก็เพราะว่าโลกถูกแบ่งเป็นหลายขั้วอำนาจมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจีน รัสเซีย อินเดีย จากเดิมที่สหรัฐฯ เคยเป็นมหาอำนาจเดียวมานาน
การมีหลายขั้วอำนาจมากขึ้น แปลว่า ถ้าสหรัฐฯ อยากคงอำนาจของตัวเองเอาไว้ ก็ต้องมีเทคโนโลยีทางการทหารที่ล้ำสมัยมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อแสดงแสนยานุภาพ
ปัจจุบัน การทหารไม่ได้วัดความล้ำสมัยแค่สิ่งที่จับต้องได้อย่างรถถัง เรือ ปืนใหญ่อย่างเดียว แต่ยังวัดกันด้วยสิ่งที่มองไม่เห็นอย่างระบบซอฟต์แวร์เบื้องหลังด้วย
ซอฟต์แวร์ที่ว่านี้ ก็ไล่ตั้งแต่ระบบเรดาร์ สกัดกั้นอาวุธ
ไปจนถึงระบบจัดการข้อมูลการรบที่มีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยเสริมให้กองทัพตัวเองรบได้ดีมากขึ้น
ไปจนถึงระบบจัดการข้อมูลการรบที่มีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยเสริมให้กองทัพตัวเองรบได้ดีมากขึ้น
แต่ทั้งหมดนี้ ก็ต้องแลกมาด้วยต้นทุนทางการทหารที่สูงขึ้น จากเดิมที่สหรัฐฯ ใช้งบแค่ 21 ล้านล้านบาทในปี 1991
กลายมาเป็น 30 ล้านล้านบาทในปี 2025
กลายมาเป็น 30 ล้านล้านบาทในปี 2025
เมื่อสหรัฐฯ ใช้เงินเพื่อชิงความเป็นมหาอำนาจขนาดนี้
ประกอบกับความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลก ณ ตอนนี้
ก็บีบให้ขั้วอำนาจอื่น ๆ เพิ่มงบทางทหารของตัวเองมากขึ้นไปด้วย
ประกอบกับความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลก ณ ตอนนี้
ก็บีบให้ขั้วอำนาจอื่น ๆ เพิ่มงบทางทหารของตัวเองมากขึ้นไปด้วย
จนปัจจุบัน 60% ของค่าใช้จ่ายทางทหารทั่วโลก มาจากสหรัฐฯ ผสมกับจีน รัสเซีย เยอรมนี และอินเดีย ที่เพิ่มงบประมาณทางการทหารของตัวเองขึ้นมาเรื่อย ๆ
แต่การมีหลายขั้วอำนาจก็ไม่ได้ดันให้งบทางทหารทั่วโลกเพิ่มขึ้นแค่อย่างเดียว เพราะสิ่งที่เร่งมากกว่า นั่นคือ ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน ที่ปะทุในปี 2022
แม้หลายประเทศในยุโรปอาจไม่ใช่คู่ขัดแย้งโดยตรง
แต่เพราะข้อตกลง NATO ที่ประเทศสมาชิกต้องช่วยเหลือทางการทหารด้วยกัน ทำให้ต้องเพิ่มงบทางการทหารไปด้วย
แต่เพราะข้อตกลง NATO ที่ประเทศสมาชิกต้องช่วยเหลือทางการทหารด้วยกัน ทำให้ต้องเพิ่มงบทางการทหารไปด้วย
จากเดิมที่ NATO กำหนดไว้ว่างบประมาณทางทหารจะไม่เกิน 2% ของ GDP แต่ละประเทศ ก็จะถูกปรับไปเป็น 5% ของ GDP แต่ละประเทศภายในปี 2035
จนสุดท้าย ทุกประเทศในยุโรปยกเว้นมอลตา ตัดสินใจเพิ่มงบประมาณทางทหารของตัวเอง โดยเฉพาะเยอรมนีที่ก้าวขึ้นมาใช้จ่ายมากขึ้นเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก
ซึ่งในกลุ่ม NATO มีสหรัฐฯ อยู่ด้วย ทำให้ค่าใช้จ่ายทางทหารของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นรวมกับค่าใช้จ่ายทางทหารในกลุ่ม NATO ที่เพิ่มขึ้น ก็ยิ่งดันให้ค่าใช้จ่ายทางทหารของโลกเพิ่มขึ้นมหาศาล
เพราะปัจจุบัน กลุ่ม NATO มีค่าใช้จ่ายทางทหารราว 55% ของทั้งโลก การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายทางทหารกลุ่มนี้ จึงส่งผลต่อภาพรวมการใช้จ่ายทางทหารของทั้งโลกค่อนข้างมาก
เมื่อแนวโน้มเป็นแบบนี้ ค่าใช้จ่ายทางทหารที่เพิ่มขึ้น
ก็ไม่ได้หายไปไหน แต่กำลังสร้างก้อนเศรษฐกิจอย่างอุตสาหกรรมการป้องกันตนเองให้เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ
ก็ไม่ได้หายไปไหน แต่กำลังสร้างก้อนเศรษฐกิจอย่างอุตสาหกรรมการป้องกันตนเองให้เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ
Rheinmetall บริษัทเยอรมันที่เคยมีมูลค่าบริษัทราว ๆ 120,000 ล้านบาทในปี 2021 แต่ตอนนี้มูลค่าบริษัท
กลับพุ่งไปถึง 3,000,000 ล้านบาท
กลับพุ่งไปถึง 3,000,000 ล้านบาท
มูลค่าบริษัทที่พุ่งขนาดนี้ เพราะราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น
จากการที่บริษัทได้รับคำสั่งซื้อสินค้าอย่างระบบป้องกันภัยทางอากาศจำนวนมาก เช่น การปราบโดรน
จากการที่บริษัทได้รับคำสั่งซื้อสินค้าอย่างระบบป้องกันภัยทางอากาศจำนวนมาก เช่น การปราบโดรน
ประเทศต่าง ๆ ในยุโรปอย่าง โปแลนด์ โรมาเนีย เยอรมนี หรือแม้แต่ยูเครน ที่กำลังทำสงครามกับรัสเซียอยู่ จึงต้องเร่งซื้อระบบป้องกันภัยทางอากาศจากบริษัทนี้อย่างต่อเนื่อง
ซึ่งในปี 2024 บริษัทมีคำสั่งซื้อที่เซ็นกับประเทศต่าง ๆ
ไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้ส่งมอบมากถึง 54,000 ล้านยูโร หรือราว 1.9 ล้านล้านบาท
ไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้ส่งมอบมากถึง 54,000 ล้านยูโร หรือราว 1.9 ล้านล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีบริษัทอื่น ๆ ที่ได้ประโยชน์อีกมากมาย
ไม่ว่าจะเป็น Northrop Grumman เจ้าของเครื่องบินล่องหน B2 ที่สหรัฐฯ ใช้โจมตีอิหร่านเมื่อปีก่อน
ไม่ว่าจะเป็น Northrop Grumman เจ้าของเครื่องบินล่องหน B2 ที่สหรัฐฯ ใช้โจมตีอิหร่านเมื่อปีก่อน
Lockheed Martin บริษัทเจ้าของเครื่องบิน F-16 และ F-35 ที่ปัจจุบันมีมูลค่าบริษัทราว 4 ล้านล้านบาท จากในปี 2021 ที่เคยมีมูลค่าบริษัทแค่ 3 ล้านล้านบาทเท่านั้น
รวมไปถึง RTX บริษัทเจ้าของ Patriot ระบบป้องกันขีปนาวุธ และ Tomahawk ขีปนาวุธที่ยิงไกลจากเรือเพื่อโจมตีเป้าหมายบนบกได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
รู้ไหมว่า RTX ตอนนี้ มีมูลค่าบริษัทใหญ่ถึง 8 ล้านล้านบาท และกลายเป็นบริษัทขายอาวุธใหญ่สุดในโลกไปแล้ว จากราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมากว่า 60% ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา
และอย่างที่บอกไปว่า การทหารสมัยนี้วัดกันที่พลังของสิ่งที่มองไม่เห็นอย่างซอฟต์แวร์หลังบ้าน ก็ทำให้บริษัทอาวุธเหล่านี้สามารถขายซอฟต์แวร์เสริมเข้าไปได้อีก
รวมไปถึงทำให้บริษัทที่เกี่ยวกับเรื่องแพลตฟอร์มจัดการและวิเคราะห์ข้อมูล เช่น Palantir ก็ได้เติบโตขึ้น จนกลายเป็นบริษัทที่ใหญ่ถึง 12 ล้านล้านบาทในปัจจุบัน ซึ่งเพียงปีเดียว ราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นมาแล้วมากกว่า 120%
สรุปแล้ว แม้ว่าทั้งโลกจะหวาดระแวงกันมากขึ้น จนต้องเพิ่มงบประมาณทางทหารของตัวเอง แต่ในอีกมุมหนึ่ง ก็สร้างเม็ดเงินให้กับอุตสาหกรรมทหารได้มหาศาล
และไม่ใช่แค่เม็ดเงินจากงบประมาณที่เพิ่มขึ้นของแต่ละประเทศเท่านั้น ที่ไหลเข้าไปสู่กระเป๋าของบริษัทขายอาวุธ
เม็ดเงินจากนักลงทุน ก็ยังไหลเข้าไปสู่บริษัทพวกนี้
สะท้อนได้จากราคาหุ้นของบริษัท ที่พุ่งขึ้นไปพร้อมกับ
เทรนด์การใช้จ่ายทางการทหารที่เพิ่มขึ้นของทั้งโลก
สะท้อนได้จากราคาหุ้นของบริษัท ที่พุ่งขึ้นไปพร้อมกับ
เทรนด์การใช้จ่ายทางการทหารที่เพิ่มขึ้นของทั้งโลก
รวมไปถึงบริษัทที่อาจไม่ได้เกี่ยวกับการทหารโดยตรง ก็ได้ประโยชน์ไปด้วย จากภาพการรบที่เปลี่ยนไป แล้ววัดกันว่าพลังซอฟต์แวร์หลังบ้านตัวเองของใครดีกว่ากันแทน
ซึ่งสุดท้าย เราทุกคนคงไม่สามารถเดาได้เลยว่า ค่าใช้จ่ายทางทหารที่มากขึ้นนี้จะไปสิ้นสุดลงตรงไหน หรือมันจะมีจุดพลิกผันให้ประเทศต่าง ๆ ลดค่าใช้จ่ายพวกนี้หรือไม่
เพราะภาพตอนนี้ มันเหมือนกับการที่ทุกประเทศต่างก็ซื้ออาวุธเหมือนกับการซื้อประกัน แต่ค่าเบี้ยประกันที่ต้องจ่าย กลับแพงขึ้นในทุก ๆ ปี
และคนที่จ่ายแพงขึ้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่มันหมายถึงคนในประเทศนั้น ๆ ที่ต้องจ่ายเรื่องนี้ทางอ้อมแทน..
—---------
’ระเบียบโลกเปลี่ยน โอกาสเปิด’
ร่วมเติบโตไปกับงบประมาณด้านความมั่นคง ที่กำลังเร่งตัวเพิ่มขึ้นทั่วโลก กับกองทุนเปิด TLDEFENSE
’ระเบียบโลกเปลี่ยน โอกาสเปิด’
ร่วมเติบโตไปกับงบประมาณด้านความมั่นคง ที่กำลังเร่งตัวเพิ่มขึ้นทั่วโลก กับกองทุนเปิด TLDEFENSE
โดย TLDEFENSE (กองทุนเปิดทาลิส DEFENSE TECH)
และ TLDEFENSERMF (กองทุนเปิดทาลิส DEFENSE TECH เพื่อการเลี้ยงชีพ)
และ TLDEFENSERMF (กองทุนเปิดทาลิส DEFENSE TECH เพื่อการเลี้ยงชีพ)
กองทุนนี้จะคัดสรรบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศทั่วโลก
เพราะ งบประมาณด้านความมั่นคง ไม่ใช่แค่เรื่องของการทหาร
เพราะ งบประมาณด้านความมั่นคง ไม่ใช่แค่เรื่องของการทหาร
แต่เป็นนวัตกรรม ข่าวกรอง Information Intelligence, AI, โดรนอัจฉริยะ หรือแม้แต่เทคโนโลยีอวกาศ ที่จะทำให้ได้ประเทศนั้นคงความได้เปรียบในทุกมิติ
ตัวอย่างบริษัทที่กองทุนนี้จะเข้าไปลงทุนเช่น
-Palantir เจ้าของระบบ AI อัจฉริยะ อันดับ 1 ของโลก ที่เป็นสมองให้งานข่าวกรองและความมั่นคง
-Lockheed Martin ผู้สร้างเครื่องบินรบ F-16 และ F-35
-RTX บริษัทเจ้าของ Patriot ระบบป้องกันขีปนาวุธ และ Tomahawk ขีปนาวุธที่ยิงไกลจากเรือ
-Saab AB บริษัทป้องกันประเทศจากสวีเดน ผู้ผลิตเครื่องบินรบ Gripen
-Hanwha Aerospace บริษัทป้องกันประเทศอันดับ 1 ของเกาหลีใต้ ผู้ผลิตปืนใหญ่ K9
-Elbit Systems บริษัทอิสราเอลที่โดดเด่นด้าน Defense Tech ขั้นสูง ทั้งภาคพื้นดิน ทะเล และอวกาศ
-Rheinmetall AG ผู้ผลิตกระสุนปืนใหญ่และยานเกราะเบอร์ 1 ของเยอรมนี และระบบป้องกันโดรน ที่กำลังเป็นที่ต้องการสูงสุดในสมรภูมิยุโรป
-Lockheed Martin ผู้สร้างเครื่องบินรบ F-16 และ F-35
-RTX บริษัทเจ้าของ Patriot ระบบป้องกันขีปนาวุธ และ Tomahawk ขีปนาวุธที่ยิงไกลจากเรือ
-Saab AB บริษัทป้องกันประเทศจากสวีเดน ผู้ผลิตเครื่องบินรบ Gripen
-Hanwha Aerospace บริษัทป้องกันประเทศอันดับ 1 ของเกาหลีใต้ ผู้ผลิตปืนใหญ่ K9
-Elbit Systems บริษัทอิสราเอลที่โดดเด่นด้าน Defense Tech ขั้นสูง ทั้งภาคพื้นดิน ทะเล และอวกาศ
-Rheinmetall AG ผู้ผลิตกระสุนปืนใหญ่และยานเกราะเบอร์ 1 ของเยอรมนี และระบบป้องกันโดรน ที่กำลังเป็นที่ต้องการสูงสุดในสมรภูมิยุโรป
และบริษัทเทคโนโลยีด้านความมั่นคงอื่น ๆ อีกหลากหลายบริษัททั่วโลก ที่เติบโตไปพร้อมกับงบประมาณความมั่นคงของโลกที่เพิ่มขึ้นทุกปี
ในยุคที่ใครมีเทคโนโลยีด้านความมั่นคงที่เหนือกว่า คนนั้นคือคนกำหนดเกม
ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกประเทศทั่วโลกต่างกำลังเร่งเข้าสู่เทคโนโลยีของบริษัทเหล่านี้
และบริษัทกลุ่มนี้จะได้ประโยชน์ในที่สุด
ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกประเทศทั่วโลกต่างกำลังเร่งเข้าสู่เทคโนโลยีของบริษัทเหล่านี้
และบริษัทกลุ่มนี้จะได้ประโยชน์ในที่สุด
สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถศึกษารายละเอียดและเริ่มต้นลงทุนได้ที่ บล.เวลท์เอกซ์ 02-6669477 LINE ID: @wealthx
สนับสนุนโดย บล.เวลท์เอกซ์
กองทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุน ในตราสารต่างประเทศ กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำ ความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนความเสี่ยงและศึกษาประโยชน์ทางภาษี ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน กองทุน RMF ก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัทอาจมีความสัมพันธ์หรือ ความเกี่ยวข้องกับผู้ออกหรือผู้จัดการกองทุนที่ปรากฏในเนื้อหานี้
References
-https://investor.northropgrumman.com/sec-filings/sec-filing/10-q/0001133421-25-000053
-https://ir.rheinmetall.com/investor-relations/news/financial-reports
-https://www.aljazeera.com/news/2025/2/17/which-countries-are-the-top-military-spenders-and-where-does-europe-rank
-https://www.marketsandmarkets.com/ResearchInsight/ai-impact-analysis-on-world-defense-budget-industry.asp
-https://www.sipri.org/databases/milex
-https://www.statista.com/chart/34367/global-military-expenditure-by-region-since-1992/
-https://companiesmarketcap.com
-https://investor.northropgrumman.com/sec-filings/sec-filing/10-q/0001133421-25-000053
-https://ir.rheinmetall.com/investor-relations/news/financial-reports
-https://www.aljazeera.com/news/2025/2/17/which-countries-are-the-top-military-spenders-and-where-does-europe-rank
-https://www.marketsandmarkets.com/ResearchInsight/ai-impact-analysis-on-world-defense-budget-industry.asp
-https://www.sipri.org/databases/milex
-https://www.statista.com/chart/34367/global-military-expenditure-by-region-since-1992/
-https://companiesmarketcap.com