
วันนี้เงินบาทแข็งค่าขึ้น หลังพรรคภูมิใจไทย ชนะการเลือกตั้ง
ซึ่ง SCB FM มองว่ามีแนวโน้มแข็งค่าต่อได้ โดยมองกรอบที่ราว 30.85-31.35 บาทต่อดอลลาร์ จากความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ลดลง

นายวชิรวัฒน์ บานชื่น นักกลยุทธ์ตลาดการเงินอาวุโส ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เงินบาทแข็งค่าขึ้น หลังพรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร ด้วยคะแนนสูงกว่าที่ผู้ร่วมตลาดส่วนใหญ่คาด
อีกทั้งยังพบว่า อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง (THOR) ปรับสูงขึ้นราว 2 bps และดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับสูงขึ้นแรง ซึ่งสถานการณ์ในตลาดการเงินสะท้อนได้ว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดปรับดีขึ้น
โดยมองว่าการจัดตั้งรัฐบาลในรอบนี้น่าจะมีเสถียรภาพมากขึ้น การดำเนินนโยบายภาครัฐมีแนวโน้มเป็นไปได้ต่อเนื่อง เพราะพรรคภูมิใจไทย จะได้บริหารประเทศต่อจากก่อนเลือกตั้ง ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของผู้ร่วมตลาด
นอกจากนี้ คาดว่านโยบายภาครัฐน่าจะเป็นแบบ Expansionary โดยน่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อ เช่น คนละครึ่ง เฟส 2
และเงินบาทในระยะต่อไป มีแนวโน้มแข็งค่าต่อได้ โดยมองกรอบที่ราว 30.85-31.35 เนื่องจาก
1) ความไม่แน่นอนทางการเมืองลดลง เพราะคาดว่าพรรคภูมิใจไทย น่าจะเป็นผู้นำในการจัดตั้งรัฐบาลได้เร็ว และความเสี่ยงที่งบประมาณปี 2570 จะถูกประกาศล่าช้ามีน้อยลง เพราะคาดว่าการจัดตั้งรัฐบาลอาจเป็นไปได้อย่างราบรื่น โดยในกรณีฐานคาดว่าอาจล่าช้าเพียงราว 1-2 เดือน ซึ่งน้อยกว่างบฯ ปี 2566 ที่ล่าช้าถึง 7 เดือน
2) Development จากตลาดโลกน่าจะช่วยหนุนให้เงินบาทแข็งค่าต่อ โดยหลังจากที่เกิด Sell-off ในหลายสินทรัพย์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ล่าสุด Sentiment ตลาดดีขึ้น นักลงทุนเข้ามาช้อนซื้อสินทรัพย์ รวมถึงการเข้าซื้อทองคำ ทำให้ราคาทองคำกลับมาสูงขึ้น หนุนบาทแข็ง
3) ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐมีโอกาสอ่อนค่าลงอีกได้ โดยมองว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ มีแนวโน้มอ่อนแอลง สะท้อนจากเลขการจ้างงานภาคเอกชนที่เริ่มส่งสัญญาณอ่อนแออีกครั้ง
ทั้งนี้ ต้องจับตาเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่จะประกาศกลางสัปดาห์นี้ โดยตลาดมองว่าอาจปรับดีขึ้น แต่หากเลขจริงออกมาแย่กว่าคาดตามเลขการจ้างงานตัวอื่น ก็อาจทำให้ดัชนีเงินดอลลาร์อ่อนค่าแรง กดดันบาทแข็งค่าต่อ
4) เงินเยนมีความเสี่ยงด้านอ่อนค่าลดลง แม้พรรค LDP ของนางซานาเอะ ทาคาอิจิ ชนะเลือกตั้งแบบ Super majority โดยเงินเยนไม่อ่อนค่ามาก เพราะทาคาอิจิมีท่าทีดำเนินนโยบายที่แข็งกร้าวน้อยลง
โดยนโยบายการลดภาษีอาหาร (Sales tax) อาจมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และอาจไม่ออกพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มขึ้นมาเพื่อใช้ทำ funding จึงทำให้ตลาดคลายความกังวลลง
นอกจากนี้ ธนาคารกลางญี่ปุ่นยังสามารถแทรกแซงเงินเยนได้หากอ่อนค่าเร็ว ดังนั้น จะช่วยลดแรงกดดันด้านอ่อนค่าของเงินบาทตามไปด้วย
5) เห็นสัญญาณเงินทุนเคลื่อนย้ายที่ไหลเข้ามาสู่ตลาดการเงินไทย และหากมองไปข้างหน้า คาดว่าเงินทุนเคลื่อนย้ายจะยังไหลเข้าตลาด EM-Asia ซึ่งไทยยังอยู่ในกลุ่มที่อาจได้รับอานิสงส์จากเทรนด์นี้