Entertainment ห่านทองคำใหม่ ที่โตระเบิด ของสิงคโปร์

Entertainment ห่านทองคำใหม่ ที่โตระเบิด ของสิงคโปร์

Entertainment ห่านทองคำใหม่ ที่โตระเบิด ของสิงคโปร์ /โดย ลงทุนแมน
รู้ไหมว่า ปีที่แล้วอุตสาหกรรมที่โตแรงสุดของสิงคโปร์
ไม่ได้มาจากการผลิตหรือการเงิน แต่มาจาก Entertainment
เพราะปีที่แล้ว อุตสาหกรรมการผลิตโตทั้งปีแค่ 7.6% ส่วนธุรกิจการเงินโตแค่ 4.3%
แต่กับธุรกิจ Entertainment แล้ว เติบโตมากถึง 13.1% เลยทีเดียว
ทำไม Entertainment สิงคโปร์ถึงเติบโตขนาดนี้ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
เราคงเดาไม่ยากว่า ทำไม Entertainment ของสิงคโปร์
ปีที่แล้วโตร้อนแรง เพราะถ้ายังจำได้ มันคือปีที่ Taylor Swift มาจัดคอนเสิร์ตที่นั่น
จากเดิมที่ต้องจัดแค่ 3 รอบ ก็เปลี่ยนเป็นจัด 6 รอบ
คิดเป็น 300,000 ที่นั่ง โดยมีผู้เข้ามาลงชื่อรอซื้อในระบบจองตั๋วกว่า 8 ล้านคน
นี่ยังไม่รวม Coldplay วงดนตรีชื่อดังจากอังกฤษ ที่จัดแสดงทัวร์คอนเสิร์ต 4 รอบ บัตร 200,000 ใบ แต่ขายหมดในวันเดียว จนต้องเปิดรอบเพิ่มอีก 2 รอบ รวมเป็น 6 รอบ
การดึงศิลปินระดับโลกมาได้ขนาดนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
แต่มาจากการวางแผนมาอย่างดีของสิงคโปร์ โดยทำให้ตัวเองมีความพร้อมในการจัดคอนเสิร์ตตั้งแต่ต้น
เริ่มจากเมื่อเดินทางเข้ามาสิงคโปร์ สนามบินชางงีจะคอยเป็นประตูต้อนรับให้บรรดาแฟนคลับของศิลปินระดับโลกเหล่านี้ และสามารถเชื่อมต่อเข้าในเมืองได้
ซึ่งในเมืองเอง ก็มีสถานที่เตรียมรองรับคอนเสิร์ตพวกนี้ไว้เป็นอย่างดี เช่น National Stadium สนามกีฬาที่มีหลังคาโดมเปิด-ปิดได้ ใหญ่สุดในโลก และจุคนได้ 55,000 คน
ดังนั้น ไม่ว่าฝนจะตก ฟ้าจะร้อง แดดจะออก หรือทีมงานศิลปินระดับโลก อยากจัดงานในร่มหรือเปิดโล่ง ก็สามารถปรับได้หมดแบบไม่มีปัญหาอะไรเลย
นอกจากนี้ การเดินทางไปสนามกีฬาแห่งนี้ก็สะดวกมาก
เพราะมีขนส่งสาธารณะอย่างรถไฟฟ้าไปถึง เลยตัดปัญหาการเดินทางสำหรับแฟนคลับไปเลยทันที
ซึ่งถ้าเทียบกับราชมังคลากีฬาสถาน ที่ใช้จัดคอนเสิร์ตบ่อย ๆ สุดท้ายแล้วก็ต้องนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แท็กซี่ หรือเดินเท้าไป เพราะรถไฟฟ้าไปไม่ถึงสนามนั่นเอง
แต่ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าสิงคโปร์ไม่มีแม่งานหลัก ที่คอยกำกับทิศทางให้ประเทศสามารถดึงดูดศิลปินระดับโลกเหล่านี้ให้เข้ามาจัดคอนเสิร์ตได้
การท่องเที่ยวสิงคโปร์ หรือ STB จึงเข้ามาคอยเป็นแม่งานหลักตรงนี้ ตั้งแต่ติดต่อประสานงานในด้านต่าง ๆ กับผู้จัดคอนเสิร์ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ไปจนถึงวางแผนการตลาด การโปรโมต และติดต่อศิลปินหรือค่ายเพลงให้เลือกสิงคโปร์เป็นสถานที่จัดงาน จนอาจให้เงินทุนสนับสนุนเพิ่มเติมเพื่อดึงดูดอีกด้วย
เช่น ในเคสคอนเสิร์ต Taylor Swift มีการประเมินว่า STB จ่ายเงินสนับสนุนมากกว่า 100 ล้านบาท ต่อรอบการแสดง รวม 6 รอบกว่า 600 ล้านบาท
แลกกับการเลือกสิงคโปร์เป็นสถานที่จัดแสดงเพียงประเทศเดียวในภูมิภาคเท่านั้น..
การยอมจ่ายขนาดนี้ ไม่ได้เป็นเงินทิ้งเปล่าไปอย่างไร้ประโยชน์
แต่เป็นเหมือนการลงทุน เพื่อให้เม็ดเงินเศรษฐกิจเข้ามาในประเทศตัวเองทั้งทางตรงและทางอ้อม
เพราะเมื่อแฟนคลับศิลปินเดินทางเข้ามาในประเทศ ก็ต้องเริ่มจ่ายตั้งแต่ค่าภาษีสนามบินชางงี ตามมาด้วยค่าโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร รถไฟฟ้า ไปจนถึงค่าช็อปปิงต่าง ๆ
ซึ่งในช่วงคอนเสิร์ตแต่ละครั้ง มีข้อมูลว่า จำนวนผู้เดินทางเข้าสนามบินชางงีมากขึ้น 20% ส่วนโรงแรมแถวย่าน Marina Bay มีอัตราเข้าพักพุ่งสูงถึง 90% เลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม การจัดคอนเสิร์ตของศิลปินระดับโลก
ก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ ดังนั้นถ้าสิงคโปร์อยากมีรายได้ Entertainment ตลอดปี ก็ต้องหารายได้อื่นเข้ามาด้วย
สิงคโปร์ก็รู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี เลยผลักดันให้ตัวเองมี
อิเวนต์ที่ต่อเนื่องไปยาว ๆ เช่น Formula 1 Singapore Grand Prix ที่ต่อสัญญากับ F1 ไปถึงปี 2028
ไปจนถึงการวางตัวเองให้ดึงดูดฐานแฟนคลับ K-Pop เช่น จัดตั้ง SM Universe ที่เป็นสถาบันฝึกอบรมนอกเกาหลีใต้แห่งแรกของค่าย SM Entertainment
นอกจากนี้ เพื่อให้ตัวเองยังสามารถดึงดูดเม็ดเงิน Entertainment อย่างต่อเนื่อง การจัดอิเวนต์ประจำทุกปี
ก็คงช่วยอะไรได้ไม่เยอะมากอยู่ดี
ดังนั้น สิงคโปร์ต้องทำอย่างไรก็ได้ ให้ไม่ต้องมานั่งหวังว่า อิเวนต์ระดับโลกงานไหนจะจัดขึ้นในสิงคโปร์อีกบ้าง ด้วยการวางตัวเองเป็นฐานผลิตภาพยนตร์ระดับโลก
ประเทศที่แทบไม่มีทรัพยากรธรรมชาติอะไรเลยให้เป็นฉากหลังของภาพยนตร์ แต่จะมาสร้างตัวเองให้เป็นฐานการผลิตภาพยนตร์ มันจะเป็นไปได้อย่างไร ?
คำตอบคือ ได้ เพราะในเมื่อไม่มีฉากธรรมชาติในประเทศ ก็ปั้นให้ตัวเองสร้างฉากเสมือนจริงขึ้นมาแทน แล้วค่อยไปรับงานจากบริษัทระดับโลกต่าง ๆ แทน
รัฐบาลได้ให้เงินสนับสนุนราว 55 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์
หรือราว 1,300 ล้านบาท เพื่อพัฒนาให้บริษัทสตูดิโอในประเทศมีความสามารถเฉพาะทางที่มากขึ้น
จนปัจจุบัน ค่ายสตรีมมิงชื่อดังอย่าง Netflix และ Disney ก็ต้องมาใช้บริการค่ายสตูดิโอสิงคโปร์ เพื่อสร้างสรรค์เนื้อหาที่ต้องใช้เทคนิคพิเศษไปเรียบร้อยแล้ว
ทั้งหมดนี้เอง ก็ทำให้อุตสาหกรรม Entertainment
ของสิงคโปร์โตระเบิดถึง 13% ในปีที่แล้ว และเป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตมากสุดอีกด้วย
ดังนั้น เราเลยอาจพูดได้ว่า ต่อไป Entertainment จะกลายเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของสิงคโปร์ ที่น่าจะสร้างรายได้มหาศาลเข้าประเทศแบบนี้ไปอย่างต่อเนื่อง
แต่เรื่องนี้เอง ก็กลายเป็นบทเรียนให้กับประเทศไทยได้เหมือนกันว่า สิ่งก่อสร้างที่ไม่ใช่ธรรมชาติ ก็สามารถดึงดูดเม็ดเงินเข้าประเทศได้ไม่แพ้ทะเล ภูเขา หรือน้ำตกเลย..
ซึ่งแน่นอนว่า ประเทศไทยมีทะเล ภูเขา น้ำตกที่สวยงามอยู่แล้ว แต่การมีสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ มาเพิ่มเติมเหมือนสิงคโปร์ ก็สามารถเพิ่มรายได้ให้กับประเทศไทยได้อีกทางด้วย
ต่างกันตรงที่ทะเล น้ำตก ภูเขา ยิ่งนักท่องเที่ยวเยอะไป ก็ยิ่งมีวันเสื่อมโทรม แต่สิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ธรรมชาติ ยิ่งนักท่องเที่ยวเยอะ ก็ยิ่งคุ้มค่ากับการลงทุนมากขึ้น
เหมือนกับสิงคโปร์ ลงทุนสร้างสนามกีฬาแห่งชาติของตัวเองมาตั้งแต่ปี 2010
มาวันนี้ ก็กลายเป็นเครื่องจักรทำเงินอย่างต่อเนื่องให้กับประเทศไปแล้ว..
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon