
Pay-As-You-Go ปัญหาระบบบำนาญฝรั่งเศส คนเกษียณสบาย แต่กลายเป็นระเบิดเวลาของคนรุ่นหลัง
Pay-As-You-Go ปัญหาระบบบำนาญฝรั่งเศส คนเกษียณสบาย แต่กลายเป็นระเบิดเวลาของคนรุ่นหลัง /โดย ลงทุนแมน
หลายประเทศ มีการจ่ายเงินบำนาญให้ใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายหลังเกษียณ
โดยกลไกหลัก ๆ ที่ใช้กัน ก็คือการเรียกเก็บเงินจากคนทำงานในปัจจุบัน เหมือนการบังคับเก็บภาษี แล้วเอาไปจ่ายให้กับคนวัยเกษียณ เพื่อแลกกับการที่พวกเขา ก็จะได้รับเงินบำนาญเมื่อเข้าวัยเกษียณเช่นกัน
แต่ปัญหาคือ ถ้ากลุ่มคนที่รับเงินมีจำนวนเพิ่มขึ้น แต่คนที่คอยจ่ายเงินให้กำลังลดลงเรื่อย ๆ แล้วระบบนี้จะไปต่ออย่างไร
ซึ่งประเทศที่กำลังเจอปัญหานี้เต็ม ๆ ก็คือฝรั่งเศส ที่รัฐบาลต้องควักเงินอุดหนุนระบบบำนาญมากขึ้นเรื่อย ๆ
แต่เมื่อคิดจะแก้ปัญหาที่ต้นตอ ด้วยการปฏิรูประบบเดิม ก็กลับกลายเป็นการจุดชนวนความขัดแย้งทางการเมือง จนนำมาสู่การประท้วงอย่างรุนแรงในประเทศ
ระบบบำนาญของฝรั่งเศส กลายเป็นปัญหาของประเทศได้อย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ระบบบำนาญของฝรั่งเศส เป็นระบบจ่ายแบบหมุนเวียน (Repartition) หรือที่เรียกว่า Pay-As-You-Go (PAYG)
โดยรัฐกำหนดให้คนทำงานจ่ายเงิน เพื่อนำไปจ่ายเป็นเงินบำนาญแก่ผู้เกษียณอายุในทันที ซึ่งคนทำงานที่จ่ายเงินในวันนี้ ต้องหวังให้ในอนาคต คนทำงานรุ่นถัดไป จ่ายเงินเพื่อเป็นบำนาญแก่ตนเช่นกัน
ในอดีต ฝรั่งเศสที่มีคนในวัยแรงงานสัดส่วนสูงกว่า ผู้สูงอายุ ราว 4 ต่อ 1 หรือคนทำงาน 4 คน ช่วยกันจ่ายเงิน เพื่อเป็นเงินบำนาญแก่คนเกษียณอายุแล้วเพียง 1 คน ทำให้ระบบบำนาญ PAYG จึงทำงานได้ดี
แต่เมื่อเวลาผ่านไป จำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลง ตามค่านิยมของคนในยุคหลัง ที่เน้นเรื่องความพร้อมและคุณภาพในการเลี้ยงดู
แม้ว่าฝรั่งเศสเป็นประเทศที่ดำเนินนโยบายด้านประชากรได้ดีกว่าหลายประเทศในยุโรป แต่ก็ไม่รอดจากแนวโน้มของประชากรที่ลดลงจากในอดีต
ทำให้ยิ่งเวลาผ่านไป ประชากรวัยแรงงานนั้น มีสัดส่วนลดลง เมื่อเทียบกับจำนวนผู้เกษียณอายุที่เพิ่มขึ้นทุกปี จนปัจจุบัน ฝรั่งเศสเหลือสัดส่วนคนทำงานต่อผู้เกษียณอายุ เพียง 1.7 คน ต่อผู้สูงอายุ 1 คน
ซึ่งสัดส่วนวัยแรงงานต่อผู้เกษียณอายุที่ลดลงนี่เอง คือจุดอ่อนของระบบบำนาญ PAYG
ไม่เพียงเท่านั้น ผู้เกษียณในฝรั่งเศสได้รับบำนาญเฉลี่ยถึง 74% ของรายได้ในช่วงทำงาน
หรือพูดง่าย ๆ เคยหาได้ 100 บาท หลังเกษียณยังได้ราว 74 บาท สูงกว่าทั้งสหรัฐฯ และเยอรมนี
จากการทดแทนรายได้ที่สูง ทำให้ฝรั่งเศสเป็นไม่กี่ประเทศในโลก ที่กลุ่มผู้เกษียณอายุ (65 ปี) มีค่ากลางรายได้ (Median) สูงกว่ากลุ่มคนทำงาน
ซึ่งผู้เกษียณรุ่นหลัง มักมีรายได้ก่อนเกษียณที่ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อน ทำให้ยิ่งนับวัน ไม่เพียงจำนวนผู้เกษียณเพิ่มขึ้น แต่จำนวนเงินบำนาญต่อคนก็สูงขึ้นด้วย
รายจ่ายบำนาญทั้งระบบจึงยิ่งถีบตัวสูงขึ้น ทำให้คนทำงานในปัจจุบัน ต้องแบกรับรายจ่ายบำนาญ หนักกว่าคนทำงานในยุคก่อน
แต่การจ่ายของคนทำงานในปัจจุบัน ก็ยังไม่เพียงพอ กับรายจ่ายด้านบำนาญและสวัสดิการที่สูงมาก
โดยฝรั่งเศสจ่ายบำนาญในแต่ละปี สูงราว 16.8 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 14% ของ GDP
โดยฝรั่งเศสจ่ายบำนาญในแต่ละปี สูงราว 16.8 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 14% ของ GDP
มูลค่าดังกล่าว สูงเกือบเท่าขนาดเศรษฐกิจไทยทั้งประเทศ
และหากคิดรวมกับสวัสดิการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ด้านการแพทย์ หรือด้านที่อยู่อาศัย รายจ่ายเกี่ยวกับผู้เกษียณอายุ จะสูงกว่า 32% ของ GDP
รายจ่ายที่มหาศาล และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทำให้รัฐบาลฝรั่งเศสต้องอุดหนุนงบประมาณเข้ามามากขึ้น
ซึ่งรัฐบาลฝรั่งเศสก็เห็นจุดอ่อนของระบบบำนาญ PAYG
แต่ปัญหาคือ ผู้เกษียณอายุ ที่เคยทำงานและจ่ายเงินเลี้ยงคนรุ่นก่อนหน้ามาแล้ว
หากพอถึงรุ่นตน แล้วระบบการจ่ายบำนาญจะถูกปฏิรูป หรือลดผลประโยชน์ลง คนรุ่นนี้ก็จะรู้สึกไม่ยุติธรรม
และที่สำคัญ เงินบำนาญจากระบบ PAYG แทบจะเป็นรายได้ทางเดียวของผู้เกษียณอายุในฝรั่งเศส
ซึ่งเป็นเหตุผลให้ทุกครั้งที่รัฐบาลประกาศจะปฏิรูประบบบำนาญ มักเกิดการประท้วงใหญ่ตามมา
ปี 2010 มีการปรับขึ้นอายุเกษียณจาก 60 ปี เป็น 62 ปี เพื่อชะลอการเพิ่มขึ้นของผู้เกษียณอายุ
แม้เราอาจคุ้นกับการเกษียณอายุที่ 60 ปี แต่เมื่อเทียบในกลุ่มสหภาพยุโรป (EU) ที่ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 66 ปี อายุการเกษียณของฝรั่งเศสจึงถือว่าเร็วมาก
แม้การขยายอายุเกษียณจะทำได้สำเร็จ แต่ต้องผ่อนปรนหลายเงื่อนไขในช่วงเปลี่ยนผ่าน
ต่อมาในปี 2023 ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง
ก็ได้ผลักดันการปรับขึ้นอายุเกษียณจาก 62 ปี เป็น 64 ปี
ก็ได้ผลักดันการปรับขึ้นอายุเกษียณจาก 62 ปี เป็น 64 ปี
ซึ่งแม้จะสำเร็จในขั้นตอนทางกฎหมาย แต่ต้องแลกมาด้วยการต่อต้านจากทั้งฝั่งประชาชน โดยมีการออกมาประท้วงจากคนนับล้านทั่วประเทศ และถูกต่อต้านจากกลุ่มการเมือง
โดยตั้งแต่ประกาศแผนดังกล่าว ฝรั่งเศสมีการจัดเลือกตั้ง 1 ครั้ง และต้องเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีมาแล้วถึง 4 คน
ท้ายที่สุด รัฐบาลปัจจุบัน ต้องระงับแผนขยายอายุเกษียณถึงปี 2028 เพื่อแลกกับการผ่านงบประมาณปี 2026
การปฏิรูปที่ไม่สำเร็จ มีผลให้ฝรั่งเศสขาดดุลการคลังเฉลี่ยสูงเกิน 5% ต่อ GDP อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 2020 ผลักดันให้หนี้สาธารณะต่อ GDP สูงขึ้นสู่ 113%
พร้อมทั้งทำลายเป้าหมายในการลดการขาดดุลการคลัง
โดยนักวิเคราะห์จำนวนมากเตือนว่า หากฝรั่งเศสไม่สามารถปฏิรูประบบบำนาญได้สำเร็จ สถานะทางการคลังจะยิ่งเลวร้ายลง
และท่ามกลางการเมืองที่แตกแยก จนไม่สามารถผลักดันการเปลี่ยนแปลงทางการคลังให้ดีขึ้นได้
ก็นำไปสู่การถูกปรับลดเครดิตเรตติงลง ซึ่งก็ยิ่งทำให้ต้นทุนทางการเงิน ที่ต่อพ่วงกับการขาดดุลและหนี้สาธารณะของฝรั่งเศสยิ่งสูงขึ้นกว่าเดิม
ทั้งหมดนี้ กำลังพาฝรั่งเศสเข้าสู่กับดักทางการคลังอย่างชัดเจน
หากไม่ปฏิรูประบบบำนาญ จะหันไปขึ้นภาษีก็ทำได้ยาก เพราะฝรั่งเศสเป็นประเทศที่จัดเก็บภาษีต่อ GDP สูงติดอันดับต้น ๆ ของโลกอยู่แล้ว
หากขยับเพิ่มอีก ย่อมกระทบค่าครองชีพ กระทบภาคธุรกิจ และอาจเร่งให้เงินลงทุนไหลออก
และเศรษฐกิจฝรั่งเศสที่ชะลอตัว ก็ทำให้รายได้เติบโตไม่เร็วพอที่จะไล่ทันรายจ่ายบำนาญที่สูงขึ้นทุกปี
ซึ่งหากเลือกนโยบายสายประชานิยม ทั้งไม่ขึ้นภาษี และไม่ปฏิรูป รัฐก็ต้องปล่อยให้ขาดดุลต่อเนื่อง และก่อหนี้เพิ่มขึ้น เพื่อประคองระบบไว้
ซึ่งก็ไม่ต่างจากการดึงทรัพยากรของวันข้างหน้า มาแบกภาระของวันนี้
และหากลองหันไปดูเยอรมนี ที่ใช้ระบบบำนาญแบบเดียวกัน ก็เลือกใส่กลไกปรับตัวอัตโนมัติที่เรียกว่า “Sustainability Factor”
โดยหากสัดส่วนผู้เกษียณเพิ่มเร็วกว่าแรงงาน การปรับเพิ่มเพดานเงินสมทบ ก็จะถูกควบคุมไม่ให้สูงเกินไป
เพื่อให้ภาระไม่ถูกผลักไปข้างหน้าโดยไร้ขีดจำกัด แต่จะถูกปรับให้สอดคล้องกับความเป็นจริง
เพราะระบบที่เคยตอบโจทย์ในยุคแรงงานล้นประเทศ อาจไม่สอดคล้องกับโลกที่ผู้สูงอายุเพิ่มเร็วกว่าแรงงาน
ความท้าทายของฝรั่งเศส จึงอาจไม่ใช่แค่การปฏิรูประบบบำนาญ
แต่คือ จะปรับตัวอย่างไร ในวันที่โครงสร้างประชากรและการคลัง ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป..
References
-https://www.banque-france.fr/system/files/2025-10/825117_BDF259_4_Depenses%20publiques_EN_VFfinale.pdf
-https://chateurope.eu/en/pension-age-amount-spending-how-france-measures-up/
-https://ec.europa.eu/eurostat/statistics-explained/index.php?title=Social_protection_statistics_-_pension_expenditure_and_pension_beneficiaries#:~:text=statistics%20(ESSPROS).-,Expenditure%20on%20pensions%20in%20the%20EU,)%20and%20Malta%20(5.6%25).
-https://www.theguardian.com/world/2026/feb/02/france-passes-budget-after-wrangling-no-confidence-motions-sebastien-lecornu
-https://www.theguardian.com/world/2023/mar/16/why-are-pensions-such-a-political-flashpoint-in-france-macron
-https://edition.cnn.com/2025/10/08/business/france-debt-problem-government-crisis-intl
-https://tradingeconomics.com/france/government-budget
-https://www.banque-france.fr/system/files/2025-10/825117_BDF259_4_Depenses%20publiques_EN_VFfinale.pdf
-https://chateurope.eu/en/pension-age-amount-spending-how-france-measures-up/
-https://ec.europa.eu/eurostat/statistics-explained/index.php?title=Social_protection_statistics_-_pension_expenditure_and_pension_beneficiaries#:~:text=statistics%20(ESSPROS).-,Expenditure%20on%20pensions%20in%20the%20EU,)%20and%20Malta%20(5.6%25).
-https://www.theguardian.com/world/2026/feb/02/france-passes-budget-after-wrangling-no-confidence-motions-sebastien-lecornu
-https://www.theguardian.com/world/2023/mar/16/why-are-pensions-such-a-political-flashpoint-in-france-macron
-https://edition.cnn.com/2025/10/08/business/france-debt-problem-government-crisis-intl
-https://tradingeconomics.com/france/government-budget