
ตะวันออกกลาง ลุกเป็นไฟ ฝันร้าย Stagflation กำลังกลับมาหลอกหลอน ?
ลองจินตนาการดูว่า ถ้าวันนี้ความขัดแย้งในดินแดนพันปีอย่าง "ตะวันออกกลาง" ไม่ได้จบลงแค่ภาพข่าวความเสียหาย
แต่ความร้อนแรงของมัน กลับส่งผ่านมาถึงราคาแก๊ส ในครัว
ราคาน้ำมัน ในหน้าปัดรถ และราคาอาหาร ในจานที่เราทานอยู่ทุกวัน
ราคาน้ำมัน ในหน้าปัดรถ และราคาอาหาร ในจานที่เราทานอยู่ทุกวัน
ภาพการโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน หรือการขู่ปิดเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดของโลกอย่าง "ช่องแคบฮอร์มุซ" อาจดูเหมือนเรื่องไกลตัว
แต่รู้หรือไม่ว่า ทุกวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งสูงขึ้น มันกำลังผลักดันให้โลก เข้าสู่สภาวะที่น่ากลัวที่สุดในรอบ 50 ปี
สภาวะนั้นคือ "Stagflation" หรือยุคที่ของแพงจนหูฉี่ ในวันที่เศรษฐกิจพัง
ซึ่งเป็นฝันร้ายที่สุดของนักเศรษฐศาสตร์ และดูเหมือนว่าฝันร้ายที่ว่านี้ กำลังคืบคลานเข้าใกล้เรามากขึ้นทุกที
ทำไมระเบิดลูกเดียวในตะวันออกกลาง ถึงเขย่าชามข้าวของคนไทย ได้ทั้งประเทศ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ซึ่งเป็นฝันร้ายที่สุดของนักเศรษฐศาสตร์ และดูเหมือนว่าฝันร้ายที่ว่านี้ กำลังคืบคลานเข้าใกล้เรามากขึ้นทุกที
ทำไมระเบิดลูกเดียวในตะวันออกกลาง ถึงเขย่าชามข้าวของคนไทย ได้ทั้งประเทศ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
เหตุผลที่เราต้องติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง
แต่เพราะที่นี่คือ หัวใจของพลังงานโลก
แต่เพราะที่นี่คือ หัวใจของพลังงานโลก
น้ำมันดิบกว่า 20% ของทั้งโลก ต้องเดินทางผ่านช่องแคบ ๆ ที่ชื่อว่า "ฮอร์มุซ"
หากความขัดแย้งลุกลามจนเส้นเลือดใหญ่เส้นนี้ถูกอุดตัน สิ่งที่จะตามมาคือ
หากความขัดแย้งลุกลามจนเส้นเลือดใหญ่เส้นนี้ถูกอุดตัน สิ่งที่จะตามมาคือ
- Supply Shock น้ำมันจะหายไปจากตลาดโลกทันที จนราคาน้ำมันอาจพุ่ง
- ค่าระวางเรือและค่าประกันภัยพุ่งสูงขึ้น ทำให้ราคาสินค้านำเข้าแพงขึ้นทั่วโลก
- ภาวะเงินเฟ้อที่เกิดจากต้นทุนการผลิตสูงขึ้น (Cost-Push Inflation) เพราะน้ำมันไม่ได้แค่ใช้เติมรถ แต่น้ำมันคือ ต้นทุนของปุ๋ยเคมี ที่จะทำให้ราคาอาหารพุ่ง, ค่าขนส่ง และค่าไฟฟ้า ที่จะทำให้ต้นทุนการทำธุรกิจ และราคาสินค้าพุ่ง
เมื่อต้นทุนพื้นฐานของโลก เพิ่มสูงขึ้นอย่างกะทันหัน ก็จะส่งแรงกระแทกทำให้เกิดอสุรกายเศรษฐกิจ ที่ชื่อว่า Stagflation ทันที
Stagflation คืออะไร ? ทำไมโลกถึงกลัวสิ่งนี้ที่สุด
Stagflation เกิดจาก 2 คำรวมกัน คือ Stagnation (เศรษฐกิจชะงักงัน) + Inflation (เงินเฟ้อ)
โดยปกติแล้ว เงินเฟ้อ มักจะมาพร้อมกับ เศรษฐกิจที่ดี
เมื่อคนมีรายได้เยอะ ก็จะแย่งกันซื้อของ ทำให้ของแพงขึ้น ซึ่งธนาคารกลาง สามารถแก้ได้ด้วยการขึ้นดอกเบี้ย เพื่อลดความร้อนแรงทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ
เมื่อคนมีรายได้เยอะ ก็จะแย่งกันซื้อของ ทำให้ของแพงขึ้น ซึ่งธนาคารกลาง สามารถแก้ได้ด้วยการขึ้นดอกเบี้ย เพื่อลดความร้อนแรงทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ
แต่ Stagflation คือความผิดปกติที่อันตราย
มันคือภาวะที่ "ของแพงขึ้น" ในขณะที่ "เศรษฐกิจตกต่ำและคนตกงาน"
มันคือภาวะที่ "ของแพงขึ้น" ในขณะที่ "เศรษฐกิจตกต่ำและคนตกงาน"
เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ธนาคารกลางจะเหมือนมือถูกมัด เพราะ
- ถ้าขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสู้เงินเฟ้อ ธุรกิจที่แย่อยู่แล้วจะยิ่งแย่ลง หรือเจ๊งได้ จนคนตกงานหนักกว่าเดิม และเศรษฐกิจแย่
- ถ้าลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยเศรษฐกิจ เงินเฟ้อจะยิ่งพุ่งกระฉูด กัดกินมูลค่าเงิน และซ้ำเติมค่าครองชีพของประชาชน
ต้องบอกว่า โลกเคยเจอหนังม้วนนี้มาแล้วครั้งหนึ่งในปี 1973
ตอนนั้นเกิดสงครามยมคิปปูร์ กลุ่มประเทศอาหรับประกาศแบน การส่งออกน้ำมันไปตะวันตก
ตอนนั้นเกิดสงครามยมคิปปูร์ กลุ่มประเทศอาหรับประกาศแบน การส่งออกน้ำมันไปตะวันตก
ผลคือราคาน้ำมันพุ่งขึ้น 4 เท่าตัว ภายในไม่กี่เดือน..
เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ยุคมืดทันที ตลาดหุ้นดิ่งเหว คนตกงานมหาศาล และเงินเฟ้อค้างฟ้า อยู่นานนับสิบปี
เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ยุคมืดทันที ตลาดหุ้นดิ่งเหว คนตกงานมหาศาล และเงินเฟ้อค้างฟ้า อยู่นานนับสิบปี
กว่าจะแก้ได้ ประธาน Fed ในตอนนั้นคือ Paul Volcker ต้องตัดสินใจหักดิบ ขึ้นดอกเบี้ยไปสูงถึง 20% เพื่อหยุดเงินเฟ้อให้ได้ แม้จะแลกมาด้วยความเจ็บปวด ที่คนตกงานค่อนประเทศก็ตาม..
แต่วันนี้ ชนวนเหตุในตะวันออกกลาง อาจกำลังทำให้ภาพในอดีต กลับมาหลอกหลอนเราอีกครั้ง..
แล้ว Stagflation จะกระทบต่อประเทศไทยอย่างไร ?
ไทยเป็นประเทศที่นำเข้าพลังงานสุทธิ หมายความว่า เราต้องพึ่งพาน้ำมันและก๊าซจากต่างประเทศในสัดส่วนที่สูงมาก
เมื่อราคาพลังงานโลกพุ่ง รัฐบาลจะเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก ในการอุดหนุนราคาน้ำมันผ่านกองทุนน้ำมันฯ ซึ่งหากอุ้มไม่ไหว ค่าครองชีพคนไทยจะพุ่งสูงขึ้นทันที
เมื่อค่าพลังงาน ค่าขนส่งเพิ่มขึ้น พ่อค้าแม่ค้า และภาคธุรกิจ ก็จำเป็นต้องขึ้นราคาสินค้า จนกำลังซื้อของคน ลดลง
ในขณะที่รายได้เราเท่าเดิม หรืออาจจะลดลง เพราะบริษัทต้องลดต้นทุน
ในขณะที่รายได้เราเท่าเดิม หรืออาจจะลดลง เพราะบริษัทต้องลดต้นทุน
เมื่อค่าครองชีพสูงขึ้น แต่เงินเดือนเท่าเดิม หรือบริษัทเริ่มรัดเข็มขัดลดการจ้างงาน เพราะต้นทุนพุ่ง ทำให้คนไทยระมัดระวังการใช้จ่าย
หรือเมื่อของแพง พนักงานขอขึ้นเงินเดือน พอขึ้นเงินเดือน บริษัทก็ต้องขึ้นราคาสินค้า เป็นวงจรที่ทำให้เงินเฟ้อไม่จบสิ้น
ซึ่งบริษัทในตลาดหุ้นไทยส่วนใหญ่ มีต้นทุนมาจากพลังงานและวัตถุดิบ เมื่อต้นทุนขึ้น แต่ขึ้นราคาสินค้าไม่ได้เพราะกำลังซื้อฝืด กำไรบริษัทจะลดลง ส่งผลให้ตลาดหุ้นซบเซา
อีกทั้ง ประเทศไทยมีหนี้ครัวเรือนสูงเกือบ 90% ของ GDP หากเกิด Stagflation จนดอกเบี้ยไม่สามารถลดลงได้ คนไทยจะถูกบีบจากทั้งค่าครองชีพที่สูงขึ้น และภาระหนี้ที่หนักขึ้น
นอกจากนี้ หากเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ Stagflation นักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เป็นเครื่องยนต์หลักของไทย จะมีเงินเหลือมาเที่ยวไทยลดลงด้วย
สรุปแล้ว ความขัดแย้งในตะวันออกกลางวันนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของคนอื่น
แต่มันคือชนวนเหตุ ที่จะจุดระเบิดทางเศรษฐกิจ ให้ลามมาถึงเราทุกคน
แต่มันคือชนวนเหตุ ที่จะจุดระเบิดทางเศรษฐกิจ ให้ลามมาถึงเราทุกคน
Stagflation อาจจะเป็นศัพท์ที่ฟังดูยาก แต่ผลของมันคือเรื่องใกล้ตัวที่สุด
คือการเห็นราคาอาหารและข้าวของแพงขึ้น ในขณะที่ความมั่นคงในหน้าที่การงาน อาจลดลง
คือการเห็นราคาอาหารและข้าวของแพงขึ้น ในขณะที่ความมั่นคงในหน้าที่การงาน อาจลดลง
โลกในวันนี้ กำลังเดินอยู่บนเส้นด้าย ที่ด้านหนึ่งคือสงครามที่คุมไม่ได้ อีกด้านคือเศรษฐกิจที่เปราะบาง จากการสะสมหนี้มานาน
Stagflation อาจไม่ใช่แค่ทฤษฎีในหนังสือเรียนอีกต่อไป แต่คือความเสี่ยงที่อยู่ตรงหน้า
สิ่งที่เราทำได้คือ
สำรองเงินสดบางส่วน ในยุคที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน
ลดหนี้ที่ไม่จำเป็น เพราะดอกเบี้ยจะยังไม่ลงง่าย ๆ ในภาวะเงินเฟ้อสูง
เพิ่มทักษะ เพื่อให้เราเป็นคนสุดท้ายที่ถูกเลิกจ้าง ในสภาวะที่บริษัทต้องการลดต้นทุน หรืออยู่รอดได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบนโลกก็ตาม
ซึ่งในยุคที่ทุกอย่างผันผวน ความรู้และการเตรียมพร้อม คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
เพราะสุดท้ายแล้ว ในสนามรบเศรษฐกิจ
คนที่รอดไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งที่สุด แต่คือคนที่รู้เท่าทัน และปรับตัวได้เร็วที่สุด..
คนที่รอดไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งที่สุด แต่คือคนที่รู้เท่าทัน และปรับตัวได้เร็วที่สุด..