กองทุนน้ำมัน ตัวละครลับที่ช่วยพยุงราคาน้ำมันไทย

กองทุนน้ำมัน ตัวละครลับที่ช่วยพยุงราคาน้ำมันไทย

กองทุนน้ำมัน ตัวละครลับที่ช่วยพยุงราคาน้ำมันไทย /โดย ลงทุนแมน
ล่าสุด คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ประกาศจะตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้อยู่ที่ 29.94 บาทต่อลิตร
ซึ่งถ้าถามว่าทำไมทำแบบนั้นได้ ก็เป็นเพราะว่าประเทศไทยมีตัวละครลับที่ชื่อว่า “กองทุนน้ำมัน”
กองทุนน้ำมันเป็นตัวละครลับช่วยพยุงราคาอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
รู้ไหมว่า กองทุนน้ำมันนี้ หรือชื่อเต็มว่า “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ถูกตั้งขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2516 โดยเกิดขึ้นมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางเมื่อ 53 ปีที่แล้ว
53 ปีก่อน ตรงกับช่วงปี พ.ศ. 2516 ซึ่งเกิดเหตุการณ์
ที่เรียกว่า วิกฤติน้ำมันครั้งที่ 1 จากการที่กลุ่มประเทศ
ผู้ส่งออกน้ำมันคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมัน
เพราะตอนนั้นเกิดสงครามยมคิปปูร์ ซึ่งเป็นสงครามระหว่างอิสราเอล และชาติอาหรับ อย่างซีเรียและอียิปต์
สหรัฐฯ เลือกสนับสนุนฝั่งอิสราเอล พร้อมส่งอาวุธให้ ทำให้ชาติอาหรับไม่พอใจ จนกลุ่มผู้ส่งออกน้ำมันตัดสินใจหยุดส่งออกน้ำมันให้สหรัฐฯ และพันธมิตรไปด้วย
แม้ไทยจะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับสงครามนี้ แต่กลับโดนผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นไปด้วย
เพื่อรับมือไม่ให้ราคาขายปลีกน้ำมันสูงเกินไป รวมถึงช่วยป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง
กองทุนน้ำมันนี้จึงถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับความไม่แน่นอนในตลาดโลกนั่นเอง
ผ่านมาอีก 53 ปี จนถึงปัจจุบัน กองทุนน้ำมันนี้ก็ได้ถูกนำมาใช้อีกครั้งเพื่อตรึงราคาน้ำมัน แถมยังถูกใช้เพราะความขัดแย้งในตะวันออกกลางเหมือนตอนก่อตั้งด้วย
ต้องบอกว่า กองทุนน้ำมันไม่ได้ถูกใช้เป็นครั้งคราวเวลารัฐบาลไทยอยากตรึงราคาน้ำมัน แต่มันทำงานมาตลอด แม้ในวันที่ราคาน้ำมันยังไม่พุ่งสูงขึ้นก็ตาม
เพราะกองทุนน้ำมัน ทำงานเหมือนฟองน้ำ ที่จะคอยดูดซับน้ำและปล่อยน้ำออกในช่วงเวลาต่างกัน
เมื่อเวลาราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงขึ้น กองทุนน้ำมันจะคอยชดเชยราคาน้ำมันบางส่วนไม่ให้สูงเกินไป เปรียบเสมือนฟองน้ำที่ดูดซับน้ำออกไป
แต่ในเวลาที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลง กองทุนน้ำมันจะเก็บเงินเข้ามา เพื่อชดเชยกับช่วงที่นำไปใช้จ่ายก่อนหน้า ตอนที่ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นนั่นเอง
การที่กองทุนน้ำมันเก็บเงินเพิ่มเติม ก็แปลว่า แฝงไปในต้นทุนราคาน้ำมันในประเทศแทน ซึ่งเปรียบเสมือนฟองน้ำ
ที่ปล่อยน้ำออกไปจากตัวเอง
โดยรายรับหลักของกองทุน มาจาก 3 ส่วน คือ
- จากส่วนของภาษีสรรพสามิตที่กรมสรรพสามิตเรียกเก็บจากผู้ผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ
- จากส่วนของภาษีศุลกากรที่กรมศุลกากรเรียกเก็บจากผู้นำเข้าน้ำมัน
- จากส่วนของผู้ค้าน้ำมันและผู้รับสัมปทานที่ทำธุรกิจก๊าซ ที่ต้องนำส่งเงินให้แก่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม ถ้ากองทุนจ่ายชดเชยจนเงินกองทุนหมดแล้ว หรือเงินของกองทุนเริ่มติดลบมากขึ้นเรื่อย ๆ
แต่รัฐบาลยังมีความจำเป็นต้องตรึงราคาน้ำมันอยู่
รัฐบาลก็ต้องหาวิธีอื่นเพื่อตรึงราคาน้ำมันขายปลีก
ไม่ว่าจะเป็น การลดภาษีต่าง ๆ ที่ถูกจัดเก็บอยู่ในโครงสร้างราคาน้ำมัน หรือแม้แต่ไปกู้เงินมาให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงใช้อุดหนุนราคาน้ำมันให้ผู้ค้าปลีกต่อไป
แล้วสถานะกองทุนน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา เป็นอย่างไร ?
- ปี พ.ศ. 2565 กองทุนน้ำมัน ติดลบ 123,155 ล้านบาท
- ปี พ.ศ. 2566 กองทุนน้ำมัน ติดลบ 78,594 ล้านบาท
- ปี พ.ศ. 2567 กองทุนน้ำมัน ติดลบ 77,532 ล้านบาท
- ปี พ.ศ. 2568 กองทุนน้ำมัน ติดลบ 6,644 ล้านบาท
ซึ่งการติดลบในที่นี้ หมายความว่า หนี้สินรวมของกองทุน มากกว่า สินทรัพย์รวม
พอเราเข้าใจแบบนี้แล้ว คราวนี้เราลองไปดูกันว่า แล้ว
กองทุนน้ำมันช่วยพยุงราคาน้ำมันในไทยได้แค่ไหน
- ราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ขายปลีกลิตรละ 29.94 บาท
ณ วันที่ 4 มีนาคม มาจาก
ราคาหน้าโรงกลั่น 24.52 บาท
ภาษีสรรพสามิต 6.92 บาท
ภาษีเทศบาล 0.69 บาท
กองทุนน้ำมัน -3.51 บาท
กองทุนอนุรักษ์ 0.05 บาท
ภาษีมูลค่าเพิ่ม 2.00 บาท
ค่าการตลาดของผู้ค้า -0.69 บาท
ภาษีมูลค่าเพิ่มค่าการตลาด -0.04 บาท
- ราคาน้ำมันเบนซิน 95 ขายปลีกลิตรละ 39.14 บาท
ณ วันที่ 4 มีนาคม มาจาก
ราคาหน้าโรงกลั่น 19.54 บาท
ภาษีสรรพสามิต 7.50 บาท
ภาษีเทศบาล 0.75 บาท
กองทุนน้ำมัน 7.30 บาท
กองทุนอนุรักษ์ 0.05 บาท
ภาษีมูลค่าเพิ่ม 2.46 บาท
ค่าการตลาดของผู้ค้า 1.44 บาท
ภาษีมูลค่าเพิ่มค่าการตลาด 0.10 บาท
จะเห็นได้ว่า กองทุนน้ำมันติดลบในโครงสร้างราคาน้ำมันดีเซลขายปลีก ก็แปลว่า กำลังถูกเอาไปชดเชยราคาราว ๆ 3.51 บาทต่อลิตร
หรือพูดอีกอย่างก็คือ ถ้ารัฐบาลไทยไม่เอากองทุนน้ำมันไปชดเชยราคาน้ำมันดีเซล 3.51 บาทต่อลิตร หรือชดเชยน้อยกว่านี้ ราคาน้ำมันดีเซลก็อาจทะลุมากกว่านี้ได้
แต่ในทางกลับกัน กองทุนน้ำมันมีตัวเลขเป็นบวกในโครงสร้างราคาน้ำมันเบนซิน 95 ซึ่งแปลว่า เก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเพิ่มเติมถึง 7.30 บาทต่อลิตร
พอเป็นแบบนี้ ทำให้เราเห็นว่ารัฐบาลไทยกำลังเน้นอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลสำคัญกว่า ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะน้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงหลักของประเทศ
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักรโรงงานในภาคอุตสาหกรรม ลามไปถึงภาคการขนส่งที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นหลัก ซึ่งถ้าต้นทุนพุ่ง
ก็จะไปกระทบกับต้นทุนการผลิตสินค้าและการเดินทางทันที
จนสุดท้าย ผลกระทบนี้ก็จะกระจายเป็นลูกโซ่ไปเรื่อย ๆ ทั้งระบบเศรษฐกิจ และสูบเงินจากในกระเป๋าของคนไทยมากขึ้นจากค่าครองชีพที่แพงขึ้นตามมาแทน
คำถามคือ แล้วถ้าเหตุการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดยาวกว่านี้ กองทุนน้ำมันยังเป็นตัวละครลับที่ช่วยพยุงราคาได้อยู่ไหม ?
ณ วันที่ 1 มีนาคม กองทุนน้ำมันมีสถานะกองทุน บวก 2,459 ล้านบาท หลังจากติดลบมานานหลายปี
ก็เรียกได้ว่า แม้จะมีสถานะสุทธิเป็นบวก แต่ก็ถือว่าเป็นเม็ดเงินไม่มาก ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงแบบนี้
ซึ่งหลังจากนี้ ก็คงต้องใช้เครื่องมืออื่นมาช่วยพยุงราคาน้ำมันในไทย นอกจากกองทุนน้ำมันที่ต้องมีสำรองเอาไว้
ซึ่งถ้าเรากลับไปดูโครงสร้างราคาน้ำมันอีกครั้ง ก็จะเห็นว่า
มีส่วนที่รัฐสามารถปรับลดได้อีก เช่น ภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม ไปจนถึงค่าการตลาดของผู้ค้าน้ำมันต่าง ๆ
ซึ่งค่าการตลาด คือ ส่วนต่างระหว่างราคาขายปลีกน้ำมันหน้าสถานีบริการ กับต้นทุนที่ได้น้ำมันมาขาย
หรือพูดง่าย ๆ มันเป็นกำไรจากการขายน้ำมัน ที่สถานีบริการน้ำมันทำได้
หลังจากนี้ ก็ต้องติดตามต่อไปว่า รัฐบาลไทยจะใช้กลไกไหนเข้ามาเพิ่มเติม เพราะตอนนี้ ประกาศใช้กองทุนน้ำมันเพื่อตรึงราคาน้ำมันเอาไว้แค่ 15 วัน
ซึ่งถ้าความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อออกไป ก็ยิ่งเป็นโจทย์ใหญ่สำคัญของรัฐบาล ว่าจะพยุงราคาน้ำมันในไทยไม่ให้สูงไปอย่างไรดี..
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ รู้ไหมว่า อีกหนึ่งเชื้อเพลิงที่กองทุนน้ำมันชดเชยมากเช่นกันคือ แก๊ส LPG เนื่องจากเป็นแก๊สที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นในครัวเรือน ร้านอาหาร ภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งในรถยนต์
โดยปัจจุบัน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชยราคาแก๊ส LPG สูงถึง 1.18 บาทต่อกิโลกรัม..
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon