7 บริษัทเทคยักษ์ใหญ่ ให้คำมั่นสัญญากับทรัมป์ ว่าจะจัดหาแหล่งพลังงานของตนเอง สำหรับศูนย์ข้อมูล AI

7 บริษัทเทคยักษ์ใหญ่ ให้คำมั่นสัญญากับทรัมป์ ว่าจะจัดหาแหล่งพลังงานของตนเอง สำหรับศูนย์ข้อมูล AI

ในพิธีที่จัดขึ้นที่ White House เมื่อวันก่อน ผู้บริหารจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ 7 แห่ง ทั้ง Amazon, Google, Meta, Microsoft, xAI, Oracle และ OpenAI
ได้ลงนามในคำมั่นสัญญาร่วมกับประธานาธิบดี ทรัมป์ ว่าจะจัดหาแหล่งพลังงานของตนเอง สำหรับศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI)
โดยพวกเขา ตกลงเข้าร่วม “คำมั่นคุ้มครองผู้ใช้ไฟฟ้า (ratepayer protection pledge)” ซึ่งทรัมป์ประกาศครั้งแรกในระหว่างการแถลงนโยบายประจำปีต่อรัฐสภา เมื่อสัปดาห์ก่อน
ทรัมป์ กล่าวว่า แผนนี้จะช่วยปกป้องประชาชน จากค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นในพื้นที่ที่มีการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล AI
ปัจจุบัน ศูนย์ข้อมูล AI ใช้ไฟฟ้าประมาณ 4% ถึง 6% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในสหรัฐฯ แต่ตัวเลขนี้คาดว่า จะพุ่งขึ้นถึง 12% ภายในปี 2028
“ภายใต้ข้อตกลงใหม่นี้ บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ กำลังให้คำมั่นว่า จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับศูนย์ข้อมูล AI
ราคาค่าไฟในชุมชน จะไม่เพิ่มขึ้น และในหลายกรณี อาจลดลงอย่างมีนัยสำคัญ” ทรัมป์กล่าวว่า
แม้ทรัมป์ จะสั่งเร่งการผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิลภายในประเทศ ทั้งน้ำมัน ก๊าซ และถ่านหิน แต่ค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือนกลับเพิ่มขึ้น จากค่าเฉลี่ย 15.9 เซนต์ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมงในเดือนมกราคม 2025 เป็น 17.2 เซนต์ในเดือนธันวาคม
อย่างไรก็ตาม คำมั่นสัญญาที่ลงนามนี้ เป็นข้อตกลงแบบสมัครใจ และยังไม่ชัดเจนว่าบริษัทต่าง ๆ จะจัดหาแหล่งพลังงานจากที่ใด
โดยบริษัทเหล่านี้ตกลงที่จะสร้าง, นำเข้ามา หรือซื้อกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ เพื่อใช้กับศูนย์ข้อมูลของตนเอง
นอกจากนี้ ยังจะเป็นผู้จ่ายค่าอัปเกรดอุปกรณ์โครงข่ายไฟฟ้า ที่จำเป็นสำหรับศูนย์ข้อมูล ซึ่งเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวกล่าวว่า จะช่วยให้ชุมชนรอบข้างได้รับประโยชน์ด้วย รวมถึงการลงทุนในท้องถิ่น เช่น การสร้างงานสำหรับการก่อสร้าง และการดำเนินงานศูนย์ข้อมูล
Michael Kratsios ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของทำเนียบขาว กล่าวว่า
“รัฐบาลกำลังใช้ทุกเครื่องมือที่มี เพื่อให้สหรัฐสามารถสร้างและรักษาโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ใหญ่ ทรงพลัง และล้ำหน้าที่สุดในโลก และวันนี้เราตระหนักว่า การสร้างอนาคตต้องใช้พลังงานที่เชื่อถือได้ในปริมาณมหาศาล”
ภายใต้คำมั่นนี้ บริษัทเทคโนโลยีจะต้อง
-เจรจาโครงสร้างค่าไฟแยกต่างหากกับบริษัทไฟฟ้าและรัฐบาลรัฐ
-ให้คำมั่นว่า จะจ่ายค่าไฟฟ้า แม้ไม่ได้ใช้ไฟจริง
นอกจากนี้ยังต้องประสานงานกับผู้ควบคุมโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อให้ พลังงานสำรองของตน สามารถถูกนำมาใช้ในช่วงไฟดับหรือช่วงที่โครงข่ายไฟฟ้าตึงตัว
ในความเป็นจริง บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งกำลังเดินหน้าไปในทิศทางนี้อยู่แล้ว โดย Google, Meta และ Amazon ต่างเริ่มจัดหาแหล่งพลังงานเฉพาะสำหรับศูนย์ข้อมูล AI ของตนมากขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ข้อตกลงนี้ ไม่ได้ห้ามการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น
แม้ผู้ลงนามส่วนใหญ่ จะมีเป้าหมายด้านพลังงานหมุนเวียน และลงทุนจำนวนมากในพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และแบตเตอรี่เก็บพลังงาน
แต่ในทางปฏิบัติ แหล่งพลังงานมักเป็นแบบผสม โดยใช้พลังงานหมุนเวียนควบคู่กับสัญญาซื้อไฟฟ้าจากนิวเคลียร์หรือก๊าซธรรมชาติ เพื่อให้มีไฟฟ้าใช้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
ซึ่งก่อนหน้านี้ Chris Wright รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ ได้สนับสนุนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน และดีเซล เพื่อจ่ายไฟให้ศูนย์ข้อมูล AI
อย่างไรก็ตาม การปล่อยก๊าซจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ไม่เพียงเร่งภาวะโลกร้อน แต่ยังทำให้เกิดมลพิษทางอากาศในพื้นที่ด้วย
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon