AI เปลี่ยนยุคผู้ออกแบบไปสู่ยุคผู้ผลิต ทำไมเอเชียถึงกลายเป็นศูนย์กลางของเกมนี้ ?

AI เปลี่ยนยุคผู้ออกแบบไปสู่ยุคผู้ผลิต ทำไมเอเชียถึงกลายเป็นศูนย์กลางของเกมนี้ ?

AI เปลี่ยนยุคผู้ออกแบบไปสู่ยุคผู้ผลิต ทำไมเอเชียถึงกลายเป็นศูนย์กลางของเกมนี้ ? / ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง x Asset Plus
ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน ภาพที่ชัดที่สุดของตลาดหุ้นโลก คือการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มผู้ออกแบบชิป ที่ได้อานิสงส์จากกระแส AI
ยกตัวอย่างธุรกิจที่มีราคาหุ้นปรับตัวสูงเป็นเท่าตัว เช่น NVIDIA และ Broadcom เป็นต้น
แต่ในปี 2025 ถ้าสังเกตแนวโน้มตลาด AI ก็เริ่มเปลี่ยนจากยุคของตลาดการออกแบบ ก้าวเข้าสู่ยุคที่ต้องเร่งกำลังการผลิตมากยิ่งขึ้น
เหตุผลง่าย ๆ เพราะต่อให้ AI จะฉลาดแค่ไหน แต่ถ้าผลิตชิปได้ไม่พอ ระบบก็เดินต่อไม่ได้อยู่ดี
ที่น่าสนใจคือ ผู้ที่ผลิตสมองกลเหล่านี้ ส่วนใหญ่อยู่ในทวีปเอเชีย
เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมสปอตไลต์การลงทุน ถึงเริ่มขยับมาสู่ฝั่งผู้ผลิตในเอเชีย ซึ่งเป็นขุมพลังสมองกลมากขึ้น
เรื่องนี้น่าสนใจอย่างไร แล้วคนไทยจะได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
คาดการณ์กันว่าในปี 2027 ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง 5 อันดับแรกของโลกคือ
1. ไต้หวัน 60%
2. สหรัฐอเมริกา 17%
3. เกาหลีใต้ 13%
4. จีน 6%
5. ญี่ปุ่น 4%
สังเกตไหมว่ากว่า 4 ใน 5 ประเทศทั้งหมดล้วนมาจากฝั่งเอเชีย แล้วอะไรคือความโดดเด่นในตลาดชิปของทั้ง 4 ประเทศเหล่านี้
1. ไต้หวัน ศูนย์กลาง Advanced Chip ของโลก
Advanced Chip คือหัวใจของ AI และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพราะเป็นชิปประมวลผลระดับนาโนเมตร ที่ใช้ขับเคลื่อนตั้งแต่โมเดล AI สมาร์ตโฟนเรือธง ไปจนถึงคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง
การผลิตชิปประเภทนี้ ต้องอาศัยเทคโนโลยีล้ำหน้า และกำลังการผลิตมหาศาล ซึ่งมีไม่กี่ประเทศในโลกที่ทำได้
ยกตัวอย่างหนึ่งในผู้เล่นที่ทำได้ดีที่สุด คือ Taiwan Semiconductor หรือ TSMC
โดยในไตรมาส 3 ปี 2025 TSMC ครองส่วนแบ่งตลาดผู้ผลิตชิป 72% และมีลูกค้าระดับโลกในมือ เช่น
- Apple ที่จองกำลังการผลิตชิป 2nm ล่วงหน้ากว่าครึ่งหนึ่งของปี 2026 สำหรับ iPhone 18 ชิป A20 และชิปตระกูล M6 รุ่นถัดไป
- NVIDIA ที่นอกจากใช้ไลน์ผลิตของ TSMC แล้ว ก็ยังจองเทคโนโลยีแพ็กเกจจิงขั้นสูงอย่าง CoWoS กว่า 70% เพื่อผลิตชิป Blackwell และ Rubin สำหรับ Data Center
- AMD ที่ใช้เทคโนโลยีชิป 3nm และ 4nm อย่างต่อเนื่อง สำหรับ Ryzen AI 400 และชิป Server ตระกูล Instinct เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพต่อวัตต์ในสมรภูมิ AI และคอมพิวเตอร์
ทั้งหมดนี้สะท้อนภาพชัดว่า ไต้หวันคือโครงสร้างพื้นฐานของยุค AI จริง ๆ
ขณะเดียวกัน ไต้หวันยังมี Semiconductor Supply Chain ครบวงจรตั้งแต่ขั้นตอน Design, Foundry, Testing, Substrate และ Server Assembly ด้วย
2. เกาหลีใต้ ศูนย์กลาง Memory ของโลก AI
ถ้าชิปประมวลผลคือสมอง
หน่วยความจำก็คือพื้นที่เก็บข้อมูลที่ต้องเร็วและใหญ่พอรองรับข้อมูล AI จำนวนมหาศาล
จึงไม่แปลกถ้าธุรกิจ Memory หรือที่ทุกคนรู้จักกันในชื่อว่า “แรม” จะเปลี่ยนผ่านจากวัฏจักรปกติไปสู่ Super Cycle
จากเดิมที่ราคาแรม มักผันผวนตามยอดขายอุปกรณ์ไอที
แต่วันนี้ได้กลายเป็นดีมานด์เชิงโครงสร้างของ Data Center และ AI Training ที่ต้องใช้หน่วยความจำประสิทธิภาพสูงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ตัวอย่างผู้เล่นสำคัญ ได้แก่
- SK Hynix
ราชาแห่งแรม และ HBM หรือหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง ที่ครองส่วนแบ่งตลาดถึงราว 60%
HBM ถือเป็นเทคโนโลยีที่ผลิตยาก และขยายกำลังการผลิตได้ช้า จึงทำให้บริษัทมีอำนาจต่อรองสูง และกลายเป็นซัปพลายเออร์หลักของ NVIDIA และผู้ออกแบบชิป AI รายอื่น ๆ
- Samsung Electronics
ผู้ท้าชิงในตลาด HBM ด้วยจุดแข็งด้านกำลังการผลิตขนาดใหญ่ และงบวิจัยระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม
ที่มีเป้าหมายคือ การเร่งพัฒนา HBM รุ่นใหม่ และเพิ่มกำลังการผลิตให้ทันดีมานด์ AI
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าเมื่อ AI ต้องการหน่วยความจำ เกาหลีใต้จะเป็นผู้คุมจังหวะของ Super Cycle รอบนี้ และเป็นฟันเฟืองสำคัญในโครงสร้างพื้นฐานของโลก AI
3. จีน สร้าง Ecosystem ชิปของตัวเอง
จีนกำลังเร่งสร้างโลกเซมิคอนดักเตอร์ของตัวเอง เพื่อลดการพึ่งพาตะวันตกให้ได้มากที่สุด
ล่าสุดจัดตั้งกองทุนอุตสาหกรรมชิประดับชาติรอบใหม่ ด้วยวงเงินกว่า 1.57 ล้านล้านบาท เพื่ออุดจุดอ่อนเชิงยุทธศาสตร์ อย่างการพัฒนาเครื่องจักรผลิตชิปขั้นสูง และชิ้นส่วนสำคัญที่ก่อนหน้านี้ต้องนำเข้า
พูดง่าย ๆ ว่า จีนกำลังดึงห่วงโซ่การผลิตชิปกลับมาไว้ในประเทศของตัวเอง
โดยจีนตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศจาก 20% เป็น 50% ภายในปี 2030 ไม่ใช่แค่แผนเพิ่มกำลังการผลิต แต่ยังลดความเสี่ยงเชิงโครงสร้างในระยะยาวด้วย
สังเกตได้จากการเร่งพัฒนาชิปตระกูล Ascend ของ Huawei สัญญาณชัดว่าจีนต้องการมีขุมพลังประมวลผลของตัวเอง
ที่ไม่ได้มองเกมชิปแค่ในมิติธุรกิจ แต่มองเป็นเรื่องความมั่นคงทางเทคโนโลยีของประเทศ
และถ้า Ecosystem นี้สำเร็จ จีนอาจขึ้นเป็นอีกหนึ่งเสาหลักของอุตสาหกรรมชิปโลกในยุค AI
4. ญี่ปุ่น ผู้เล่นหลักในตลาดวัสดุชิปขั้นสูง
หลายคนอาจคิดว่าญี่ปุ่นเสียแชมป์อุตสาหกรรมชิปไปนานแล้ว แต่ความจริงคือญี่ปุ่นไม่ได้หายไปไหน เพียงแค่ขยับขึ้นไปยืนอยู่ต้นน้ำของอุตสาหกรรมเท่านั้น
ญี่ปุ่นคือเจ้าของเทคโนโลยีและวัสดุสำคัญ ที่ผู้ผลิตชิปทั่วโลกต้องพึ่งพา ไม่ว่าจะเป็น
- ABF Substrate Film
ฟิล์มฉนวนไฟฟ้าพิเศษ ที่ใช้รองวงจรเชื่อมชิปกับแผงวงจรหลัก
ซึ่งหากไม่มีวัสดุชนิดนี้ ชิปขั้นสูงจำนวนมากไม่สามารถประกอบได้ โดยปัจจุบันบริษัทญี่ปุ่นครองตลาดฟิล์มชนิดนี้มากกว่า 95%
- EUV Photoresists
สารเคมีสำคัญสำหรับเขียนลวดลายวงจรบนชิประดับนาโนเมตร โดยกว่า 90% ที่ถือครองส่วนแบ่งของตลาดนี้ มาจากบริษัทญี่ปุ่นแทบทั้งสิ้น
- Litho Track
เครื่องจักรสำหรับเคลือบ ล้าง และเตรียมเวเฟอร์ ทั้งช่วงก่อนและหลังขั้นตอนลิโทกราฟี ซึ่งเป็นหัวใจของการสร้างลวดลายบนชิป โดยบริษัทญี่ปุ่นครองส่วนแบ่งในตลาดนี้ไปแล้วถึง 90%
ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นไม่ได้หยุดอยู่แค่ต้นน้ำเพียงเท่านั้น แต่ก่อนหน้านี้รัฐบาลญี่ปุ่นอัดงบกว่า 8.02 แสนล้านบาท เพื่อดึง TSMC และ Micron Technology มาตั้งโรงงานในประเทศ
พร้อมผลักดันโครงการ Rapidus สตาร์ตอัปกึ่งรัฐ ที่ตั้งเป้าหมายการผลิตชิป 2nm ให้ได้ภายในปี 2027
ซึ่งอาจทำให้ญี่ปุ่นกำลังกลับมาเป็นผู้คุมเกมต้นน้ำ และเป็นอีกหนึ่งผู้ท้าชิงในสมรภูมิชิป 2nm ด้วย
แล้วคนไทยจะเข้าถึงโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ได้อย่างไร ?
ถึงตรงนี้ ถ้าใครมองว่าธุรกิจชิปในเอเชีย คือหนึ่งในทางเลือกที่อาจมีบทบาทมากขึ้นในวัฏจักรเทคโนโลยีรอบถัดไป
หนึ่งในวิธีที่ช่วยให้เราเข้าถึง และกระจายการลงทุนในธุรกิจเหล่านี้ได้พร้อมกัน คือการลงทุนผ่านกองทุนรวมที่เน้นหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เอเชียโดยเฉพาะที่มีชื่อว่า กองทุน A-ASEMI หรือ กองทุนเปิด เอแทรคเกอร์ส เอเชีย เซมิคอนดักเตอร์ มีระดับความเสี่ยงของกองทุนระดับ 7
รู้หรือไม่ว่า กองทุน A-ASEMI จาก บลจ.แอสเซท พลัส เป็นกองทุนรวมประเภท Feeder Fund ตราสารทุนอย่าง Global X Asia Semiconductor ETF (3119 HK) ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง
โดยแนวทางการลงทุนที่น่าสนใจ คือ
- เน้นกลุ่ม Pure-Play หรือหุ้นจากบริษัทที่มีรายได้จากธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์มากกว่า 50%
- กระจายการลงทุนในกลุ่มประเทศผู้นำอุตสาหกรรมในเอเชีย ที่มีส่วนแบ่งการผลิตส่วนใหญ่ของโลก ได้แก่ เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, ไต้หวัน และจีน
ตัวอย่างบริษัท Top 3 ที่อยู่ในพอร์ตที่น่าสนใจ ณ ม.ค. 2026
- SK Hynix 18.37%
- Samsung Electronics 14.14%
- TSMC 9.31%
นอกจากนี้ ยังมีบริษัทในห่วงโซ่อุตสาหกรรมอื่น ๆ
เช่น Advantest ผู้ผลิตเครื่องทดสอบชิปขั้นสูงจากญี่ปุ่น ที่มีบทบาทในการตรวจสอบคุณภาพชิปก่อนส่งมอบ เป็นต้น
ผู้ใดสนใจลงทุนในกองทุน A-ASEMI สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.assetfund.co.th/home/fundfact-template01.aspx?id=257
สนับสนุนโดย บลจ. แอสเซท พลัส
คำเตือน :
- ผู้ลงทุน “โปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน”
- กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม Information Technology จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก
- กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon