
SCB WEALTH จับมือ BlackRock หนุนธุรกิจเวลธ์ธนาคารโตโดดเด่น ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งตัวแทนขายกองทุน BlackRock ในไทยผ่าน SCBAM
SCB WEALTH ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการบริหารความมั่งคั่งของไทย หลังผนึกกำลังกับ BlackRock ด้วยการสร้างการเติบโตของสินทรัพย์ภายใต้การบริหารกว่า 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเพิ่มขึ้น 220% ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี และคาดว่าภายในไตรมาสแรกของปีนี้ จะเพิ่มขึ้นเป็น 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
โดยธนาคารเป็นตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่ที่สุดของ SCBAM ส่งผลให้ SCBAM มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารกองทุนของ BlackRock มากที่สุดในไทย มีส่วนแบ่งการตลาด เพิ่มขึ้นจาก 16% ในปี 2567 เป็น 25% ในปี 2568 สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพการให้บริการในระดับสากลของ SCB WEALTH ที่ผสานความเชี่ยวชาญระดับโลกของBlackRock เข้ากับความเข้าใจตลาดไทยในเชิงลึก นำไปสู่การพัฒนาโซลูชันการลงทุนและกองทุนคุณภาพที่ตอบโจทย์ทุกสภาวะตลาด
พร้อมเตรียมยกระดับความร่วมมือในปี 2569 ผ่านการพัฒนา Capital Market Assumption (CMA) และ Tactical Asset Allocation (TAA) ในระดับสากล เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ที่แม่นยำสำหรับการวางแผนการลงทุนระยะยาว ควบคู่การยกระดับการให้คำปรึกษาในระดับสากลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าได้ทุกมิติ และตอกย้ำแนวคิด Customer Centricity โดยการพัฒนาทีมที่ปรึกษาและเฟ้นหาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะตัวของนักลงทุนไทย มุ่งสร้างระบบนิเวศการลงทุนที่แข็งแกร่ง เพื่อความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนให้กับนักลงทุน
นายศรชัย สุเนต์ตา , CFA Deputy Head of High Net Worth and Affluent Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า SCB WEALTH ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญของความร่วมมือกับ BlackRock ผู้นำเบอร์หนึ่งระดับโลกด้านการบริหารสินทรัพย์ โดยตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ ผ่านมา การผนึกกำลังกันในการนำเสนอโซลูชั่นการลงทุนให้กับนักลงทุน ได้ตอกย้ำภาพความแข็งแกร่งของ SCB WEALTH ในฐานะหนึ่งในผู้บริหารด้านความมั่งคั่งระดับแนวหน้าของไทย
อีกทั้งยังเป็นตัวเร่งสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนทั้งอุตสาหกรรมไปสู่มาตรฐานใหม่ของการให้บริการทางการเงิน ความสำเร็จในครั้งนี้ สะท้อนภาพชัดเจนว่าการผนึกพลังระหว่างความเชี่ยวชาญของ BlackRock และความเข้าใจตลาดการลงทุนในประเทศไทยอย่างลึกซึ้งของธนาคารไทยพาณิชย์ คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ยกระดับมาตรฐานการบริหารความมั่งคั่งไทยสู่ระดับสากล พร้อมสร้างโอกาสการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่นักลงทุนไทยในทุกสภาวะตลาด
ตลอดปี 2568 ที่ผ่านมา ความร่วมมือระหว่าง SCB WEALTH และ BlackRock ส่งผลให้สินทรัพย์ของ SCB WEALTH ภายใต้การบริหารกองทุนของ BlackRock เติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 50,000 ล้านบาท หรือประมาณ 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สูงขึ้นกว่า 220% และคาดว่าภายในไตรมาสแรกของปีนี้ จะเพิ่มขึ้นเป็น 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ปัจจุบันธนาคารเป็นตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่ที่สุดของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ (SCBAM)
ส่งผลให้ SCBAM มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารกองทุนของ BlackRock มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในประเทศไทย โดยมีส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) เพิ่มขึ้นจาก 16% ในปี 2567 เป็น 25% ณ สิ้นปี 2568 ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ถึงความไว้วางใจที่นักลงทุนมีต่อโซลูชันทางการเงินที่โดดเด่นและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแม่นยำ
โดย SCB WEALTH ได้ออกแบบผลิตภัณฑ์ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ BlackRock ในการพัฒนาพอร์ตหลัก (Core Portfolio) ให้มีความยั่งยืนและมีโอกาสเติบโตในทุกสภาวะตลาด หัวใจสำคัญของความสำเร็จนี้เกิดจากการผนึกพลังระหว่างความเข้าใจลูกค้าอย่างถ่องแท้ (Local Expertise) ของ SCB WEALTH ที่ถ่ายทอดความต้องการเชิงลึกของนักลงทุนไทย
ผสานเข้ากับนวัตกรรมและความสามารถด้านการบริหารสินทรัพย์ระดับโลก (Global Expertise) ของ BlackRock จนเกิดเป็นโซลูชันที่แข็งแกร่งและตอบโจทย์ตลาดได้อย่างแม่นยำนำมาสู่การเปิดตัวกองทุน SCB Global Multi Asset Core (SCBGMCORE) ครั้งแรกของประเทศไทยที่ใช้นวัตกรรมกลยุทธ์ Liquid Alternatives เพื่อสร้างผลตอบแทนที่เป็นอิสระจากความผันผวนของตลาด
ด้วยกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ กองทุน SCBGMCORE(A) จึงได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนและลูกค้าของธนาคาร โดยกองทุนจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ เช่น หน่วย CIS หน่วยของกองทุน ETF ที่ลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆทั่วโลก กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หน่วยทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น
โดยกองทุนจะพิจารณาปรับสัดส่วนการลงทุนได้ตั้งแต่ 0-100% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ซึ่งสัดส่วนการลงทุนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน และความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ทั้งนี้ บริษัทจัดการ จะมอบหมายให้ BlackRock (Singapore) Limited เป็นผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนของกองทุน ซึ่งความเสี่ยงของกองทุนอยู่ในระดับ 5 สำหรับผลการดำเนินงานย้อนหลัง ณ วันที่ 31 มกราคม 2569 YTD อยู่ที่ +1.05% 3 เดือนอยู่ที่ +1.33% 6 เดือน +5.38% และตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (10 เม.ย.68) อยู่ที่+15.72% ต่อปี (ข้อมูลจาก SCBAM Fund factsheet)
นอกจากนี้ SCB WEALTH ได้ร่วมมือกับ BlackRock ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบคลุมการลงทุนในทุกมิติ อาทิ SCBGMLITE(A) มีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ เช่น หน่วย CIS หน่วยของกองทุน ETFที่ลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆทั่วโลก ลงทุนได้มากกว่า10 สินทรัพย์ เช่น หุ้น ตราสารหนี้ รวมถึงสินทรัพย์ทางเลือกอย่าง ทองคำ REIT และ TIPs เป็นต้น
โดยความเสี่ยงของกองทุนอยู่ในระดับ 5 ซึ่งเป็นกองทุนที่จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับกองทุน SCBGMCORE แต่เหมาะสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อยกว่า ส่วนกองทุน SCBUSFOCUS(A) เน้นโอกาสเติบโตในหุ้นสหรัฐฯ ที่สอดคล้องกับหลักการลงทุนอย่างยั่งยืน โดยความเสี่ยงของกองทุนจัดอยู่ในระดับ 6 และกองทุน SCBABSAP(A) นโยบายการลงทุนของกองทุนหลัก มุ่งเน้นการบริหารความเสี่ยงและการใช้กลยุทธ์ทางการเงินที่ซับซ้อน เพื่อรักษาอัตราผลตอบแทนให้สม่ำเสมอ ความเสี่ยงของกองทุนอยู่ในระดับ 6 และเป็นกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงซับซ้อน
นายศรชัย กล่าวต่อไปว่า ในด้านความร่วมมือการจัดทำบทวิเคราะห์การลงทุน SCB CIO และ BlackRock ได้ยกระดับมาตรฐานงานวิจัยผ่านกลยุทธ์ Co-Create Research ที่ผสานความเชี่ยวชาญระดับโลกเข้ากับความเข้าใจตลาดท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง ผ่านการระดมสมองและแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงกลยุทธ์ต่อสินทรัพย์ทั่วโลกอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งมอบบทวิเคราะห์เชิงลึกโดยเน้นการจัดสรรสินทรัพย์เชิงรุก (Tactical Asset Allocation) ให้เท่าทันสถานการณ์โลก
พร้อมเจาะลึกสินทรัพย์ไทยด้วยมุมมองที่ครอบคลุม ทั้งเศรษฐกิจมหภาค นโยบายทางการเงิน และการบริหารความเสี่ยง ซึ่งจุดแข็งของ BlackRock ในสินทรัพย์หลักระดับสากล เมื่อผนวกกับความเชี่ยวชาญของ SCB CIO ในสินทรัพย์รายประเทศ เช่น ตราสารหนี้และตลาดหุ้นไทย ทำให้ได้ข้อมูลที่ลึกซึ้งและแม่นยำในทุกมิติ
นอกจากนี้ SCB WEALTH และ BlackRock ยังได้ร่วมกันสร้าง ”นักลงทุนคุณภาพ” ผ่านโครงการ SCB WEALTH XCELERATE เอกสิทธิ์พิเศษเฉพาะลูกค้า SCB WEALTH ที่เป็นกลุ่ม Next Generation ในการเปิดประสบการณ์โลกการเงินระดับสากล ผ่านการเรียนรู้โดยตรงจากทีมผู้เชี่ยวชาญของ BlackRock ในต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างวิสัยทัศน์การลงทุนที่ไร้พรมแดน พร้อมขับเคลื่อนพอร์ตโฟลิโอและความมั่งคั่งให้เติบโตอย่างยั่งยืนสู่อนาคต
สำหรับก้าวต่อไปของ SCB WEALTH และ BlackRock ในปี 2569 พร้อมเดินหน้าขยายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ไปอีกขั้น ผ่าน 3 ภารกิจสำคัญ เริ่มต้นจากการพัฒนา Capital Market Assumption (CMA) เฉพาะสำหรับประเทศไทย ควบคู่ไปกับการยกระดับการให้คำปรึกษาผ่านการร่วมสร้าง Tactical Asset Allocation (TAA) ในระดับสากล เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ที่แม่นยำสำหรับการวางแผนการลงทุนระยะยาว
ซึ่งจะช่วยเพิ่มความหลากหลายของโซลูชันการลงทุนที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ทุกมิติ เพิ่มขีดความสามารถในการเฟ้นหาโอกาสเพื่อสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Alpha) ให้กับพอร์ตโฟลิโอของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมตอกย้ำแนวคิด Customer Centricity ผ่านการพัฒนาศักยภาพและองค์ความรู้ของทีมที่ปรึกษาการลงทุนให้มีความเชี่ยวชาญ รวมถึงการสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่เฉพาะตัวของนักลงทุนไทยโดยเฉพาะ ความร่วมมือในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการพัฒนาบริการทางการเงิน แต่เป็นการมุ่งสร้างระบบนิเวศการลงทุนที่ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อยกระดับประสบการณ์และสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืนให้แก่นักลงทุน
ที่มาของข้อมูล
1.ตัวเลข AUM ภายใต้การบริหารของบริษัทบริหารจัดการกองทุนรวม มาจาก Morning star ข้อมูล ณ วันที่ 2 ก.พ.69
2. ข้อมูลผลการดำเนินงาน และ นโยบายการลงทุน มาจาก SCBAM Fund Factsheet ณ วันที่ 31 มกราคม 256
คำเตือน
• การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง รวมถึงควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนตัดสินใจลงทุน
• การลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อน มีความแตกต่างจากการลงทุนหรือใช้บริการผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนทั่วไป ผู้ลงทุนควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนตัดสินใจลงทุน
• กองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจขาดทุน หรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
• ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
• กองทุน SCBGMCORE (A) และ SCBGMLITE(A) : กองทุนนี้ไม่เหมาะสมกับผู้ลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนสม่ำเสมอหรือต้องการรักษาเงินต้น ผู้ลงทุนโปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ โปรดศึกษารายละเอียดข้อมูลกองทุนกับ บลจ.ไทยพาณิชย์อีกครั้ง และผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน ได้ที่
SCBGMCORE(A) - https://www.scbam.com/medias/upload/landing-page/SCBGMCORE(A).html
SCBGMLITE(A) - https://www.scbam.com/medias/upload/landing-page/SCBGMLITE(A).html
• ศึกษาข้อมูลกองทุนหลักและหนังสือชี้ชวนกองทุนที่ร่วมรายการเพิ่มเติมได้จาก website ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม www.scbam.com และสามารถศึกษารายละเอียดกองทุนรวมเพิ่มเติมผ่านแอป SCB EASY
• สอบถามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ SCB Call Center โทร. 02-777-7777
2. ข้อมูลผลการดำเนินงาน และ นโยบายการลงทุน มาจาก SCBAM Fund Factsheet ณ วันที่ 31 มกราคม 256
คำเตือน
• การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง รวมถึงควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนตัดสินใจลงทุน
• การลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อน มีความแตกต่างจากการลงทุนหรือใช้บริการผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนทั่วไป ผู้ลงทุนควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนตัดสินใจลงทุน
• กองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจขาดทุน หรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
• ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
• กองทุน SCBGMCORE (A) และ SCBGMLITE(A) : กองทุนนี้ไม่เหมาะสมกับผู้ลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนสม่ำเสมอหรือต้องการรักษาเงินต้น ผู้ลงทุนโปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ โปรดศึกษารายละเอียดข้อมูลกองทุนกับ บลจ.ไทยพาณิชย์อีกครั้ง และผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน ได้ที่
SCBGMCORE(A) - https://www.scbam.com/medias/upload/landing-page/SCBGMCORE(A).html
SCBGMLITE(A) - https://www.scbam.com/medias/upload/landing-page/SCBGMLITE(A).html
• ศึกษาข้อมูลกองทุนหลักและหนังสือชี้ชวนกองทุนที่ร่วมรายการเพิ่มเติมได้จาก website ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม www.scbam.com และสามารถศึกษารายละเอียดกองทุนรวมเพิ่มเติมผ่านแอป SCB EASY
• สอบถามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ SCB Call Center โทร. 02-777-7777