
นอร์เวย์ เศรษฐีน้ำมันยุโรป ที่ไม่ค่อยใช้น้ำมัน
นอร์เวย์ เศรษฐีน้ำมันยุโรป ที่ไม่ค่อยใช้น้ำมัน /โดย ลงทุนแมน
(The English version is below.)
(The English version is below.)
ในวันที่โลกกลัวว่าน้ำมันจะไม่พอใช้ จนราคาแพง
นอร์เวย์กลับเป็นประเทศที่อาจไม่ต้องกังวลขนาดนั้น
นอร์เวย์กลับเป็นประเทศที่อาจไม่ต้องกังวลขนาดนั้น
เพราะประเทศนี้ผลิตน้ำมันได้วันละ 2 ล้านบาร์เรล แต่กลับใช้น้ำมันในประเทศแค่วันละ 2 แสนบาร์เรล
พูดอีกอย่างก็คือ นอร์เวย์ใช้น้ำมันน้อยกว่าที่ผลิตได้ถึง
10 เท่า จนเรียกได้ว่า เน้นผลิตน้ำมันให้คนอื่นใช้ ก็คง
ไม่ผิดจากความเป็นจริงมากนัก
10 เท่า จนเรียกได้ว่า เน้นผลิตน้ำมันให้คนอื่นใช้ ก็คง
ไม่ผิดจากความเป็นจริงมากนัก
ทำไมนอร์เวย์ถึงใช้น้ำมันน้อย ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
นอร์เวย์เน้นผลิตน้ำมันให้คนอื่นใช้มากแค่ไหนนั้น ตัวเลขส่งออกและนำเข้าน้ำมันของประเทศนี้ในปีที่แล้ว
ก็บอกทุกอย่างให้กับเราเพิ่มเติม
ก็บอกทุกอย่างให้กับเราเพิ่มเติม
น้ำมันดิบ
- ส่งออก 1,300,000 ล้านบาท
- นำเข้า 24,000 ล้านบาท
- ส่งออก 1,300,000 ล้านบาท
- นำเข้า 24,000 ล้านบาท
น้ำมันสำเร็จรูปที่พร้อมใช้งานแล้ว
- ส่งออก 157,000 ล้านบาท
- นำเข้า 110,000 ล้านบาท
- ส่งออก 157,000 ล้านบาท
- นำเข้า 110,000 ล้านบาท
ซึ่งเหตุผลของเรื่องนี้ มันเป็นทั้งความโชคดีและฝีมือ
ที่ทำให้นอร์เวย์สามารถทำแบบนี้ได้
ที่ทำให้นอร์เวย์สามารถทำแบบนี้ได้
ไม่ต่างอะไรจากในชีวิตประจำวันของเรา ทุกเรื่องราวที่สำเร็จเข้ามา ส่วนหนึ่งก็มาจากโชคและฝีมือของเราเอง
กลับมาที่นอร์เวย์ ความโชคดีที่ว่านี้ นั่นคือ ธรรมชาติที่ให้ของขวัญกับประเทศ ทั้งทะเลที่ยาว ลมพัดแรงตลอดปี และแม่น้ำที่เกิดจากภูเขาจำนวนมาก
ของขวัญพวกนี้ มันไม่ใช่แค่ธรรมชาติที่สวยงาม แต่เป็นขุมทรัพย์พลังงานที่นอร์เวย์สามารถเก็บเกี่ยวได้ โดยเฉพาะพลังงานลมและน้ำ
พร้อมของแถมอย่างบ่อน้ำมันและแหล่งก๊าซธรรมชาติ
ที่ได้มาเพิ่มเติมอีกด้วย
ที่ได้มาเพิ่มเติมอีกด้วย
ความโชคดีจากธรรมชาติแบบนี้ นอร์เวย์ไม่ได้ปล่อยไปอย่างไร้ประโยชน์ แต่เลือกใช้มันให้คุ้มค่ามากที่สุดแทน
เริ่มตั้งแต่การผลิตไฟฟ้าให้กับประเทศ นอร์เวย์เลือกใช้พลังงานลมและน้ำ ซึ่งก๊าซธรรมชาติเองก็สามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตได้เหมือนกัน
แต่นอร์เวย์ยังเลือกพึ่งพาพลังงานจากน้ำและลมเหมือนเดิม แม้ตัวเองจะค้นพบน้ำมันและก๊าซธรรมชาติภายหลัง
น้ำและลม จึงยังเป็นพลังงานผลิตไฟฟ้าสำคัญให้กับนอร์เวย์มาถึงทุกวันนี้ คิดเป็น 98% ของไฟฟ้าที่คนนอร์เวย์ทั้งประเทศต้องใช้ในทุก ๆ ปี
ส่วนก๊าซธรรมชาติที่ตัวเองผลิตได้ส่วนใหญ่ ก็ส่งออกไปยังต่างประเทศผ่านระบบโครงข่ายท่อไปยุโรปแทน
ซึ่งในปีที่ผ่านมา นอร์เวย์ส่งออกก๊าซธรรมชาติมากถึง 1.7 ล้านล้านบาท และนำเข้าก๊าซธรรมชาติเข้ามาแค่ราว 1,700 ล้านบาทเท่านั้น
โดยการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเข้ามานี้ ก็ไม่ได้เอาไปผลิตไฟฟ้า แต่เอาไปใช้ในการผลิตปุ๋ยหรือพลาสติก
ส่วนน้ำมัน ก็ไม่ต่างอะไรจากก๊าซธรรมชาติเหมือนกัน
เพราะตัวเองก็ใช้น้อยอยู่ จึงเหลือส่งออกทั้งน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปแทน
เพราะตัวเองก็ใช้น้อยอยู่ จึงเหลือส่งออกทั้งน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปแทน
ซึ่งการใช้น้ำมันน้อยก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มาจากฝีมือของรัฐบาลนอร์เวย์เองด้วย
นั่นก็คือ การผลักดันให้รถยนต์ในประเทศตัวเองใช้ไฟฟ้ามากขึ้น และพยายามบังคับให้คนขับรถน้ำมัน เปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าแบบทางอ้อม
พูดให้เห็นภาพตามไปพร้อมกัน ถ้าเราเป็นคนนอร์เวย์แล้วอยากซื้อรถน้ำมัน ทันทีที่เราจะเป็นเจ้าของรถยนต์ ก็ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 25% จากราคาซื้อแล้ว
พอเอารถยนต์ไปจดทะเบียน ก็ต้องเสียภาษีคิดตามการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ
ยังไม่จบแค่นี้ เมื่อเราขับรถไปเติมน้ำมัน เช่น น้ำมันเบนซิน
ก็ต้องเสียภาษีการใช้ถนน 4.62 โครนนอร์เวย์ต่อลิตร หรือราว 15 บาทต่อลิตรเพิ่มเติม
ก็ต้องเสียภาษีการใช้ถนน 4.62 โครนนอร์เวย์ต่อลิตร หรือราว 15 บาทต่อลิตรเพิ่มเติม
และยังไม่จบแค่นี้.. เพราะยังต้องจ่ายภาษีคาร์บอนไดออกไซด์อีกประมาณ 3 บาทต่อลิตรด้วย
ฟังแล้ว การเป็นเจ้าของรถยนต์ที่ใช้น้ำมันในนอร์เวย์ดูมีค่าใช้จ่ายแฝงตามมาเยอะมาก กลายเป็นวิธีบีบทางอ้อม ให้คนไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้าแทน
ซึ่งถ้าเราเลือกมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า เรียกได้ว่า กลับข้างกันกับการใช้รถน้ำมัน เพราะมีทั้งส่วนลดค่าบริการทางด่วน เรือเฟอร์รีข้ามฟาก ค่าจอดรถ ไปจนถึงสามารถวิ่งในช่องทางของรถบัสได้อีก
และด้วยของขวัญจากธรรมชาติที่มอบให้นอร์เวย์เป็นประเทศที่ยาวเรียว ทำให้ถนนพาดลงยาวตามพื้นที่ จนการตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้าง่ายตามไปด้วย
เมื่อนโยบายและสถานีชาร์จไฟฟ้าไปด้วยกัน ปัจจุบันคนนอร์เวย์จึงหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นเรื่อย ๆ
จากในปี 2018 ทุก ๆ รถยนต์จดทะเบียนใหม่ในนอร์เวย์ 31 คันจาก 100 คัน คือรถยนต์ไฟฟ้า
จนกระทั่งปี 2025 ที่ผ่านมา กลายเป็นทุก ๆ รถยนต์จดทะเบียนใหม่ในนอร์เวย์ 96 คันจาก 100 คัน คือรถยนต์ไฟฟ้า
แต่ในปัจจุบัน รถยนต์ในนอร์เวย์กว่า 2 ใน 3 ยังเป็นรถน้ำมันอยู่ดี
ทำให้นอร์เวย์ จึงยังต้องใช้น้ำมันในประเทศอยู่เหมือนเดิม
ทำให้นอร์เวย์ จึงยังต้องใช้น้ำมันในประเทศอยู่เหมือนเดิม
แต่การเร่งหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าจำนวนมาก ก็ช่วยให้ประเทศลดการใช้น้ำมันลง
ไปได้พอสมควร
ไปได้พอสมควร
และด้วยคนนอร์เวย์ทั้งประเทศที่มีแค่ราว 5 ล้านคน ก็ยิ่งทำให้ทั้งประเทศใช้น้ำมันไม่มากด้วย
ทั้งหมดนี้เอง ทำให้นอร์เวย์กลายเป็นประเทศที่เน้นผลิตน้ำมันให้คนอื่นใช้ แต่ตัวเองใช้นิดเดียวแทน
ซึ่งรายได้ที่เน้นผลิตน้ำมันให้คนอื่นใช้ ก็ไม่ได้หายไปไหน
แต่สุดท้ายก็กลับมาให้คนนอร์เวย์ไปจนถึงรุ่นลูกหลาน ด้วยกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ
แต่สุดท้ายก็กลับมาให้คนนอร์เวย์ไปจนถึงรุ่นลูกหลาน ด้วยกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ
กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ เอาเงินส่วนหนึ่งจากการขายน้ำมัน ไปลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ทั่วโลก เช่น หุ้น, ตราสารหนี้, อสังหาฯ จนปัจจุบัน มีความมั่งคั่งมากถึง 67.7 ล้านล้านบาท
ถ้าเราหารด้วยจำนวนคนนอร์เวย์ทั้งประเทศเล่น ๆ แปลว่า
คนนอร์เวย์ 1 คน มีส่วนแบ่งจากกองทุนนี้เฉลี่ยคนละ 12 ล้านบาทเลยทีเดียว
คนนอร์เวย์ 1 คน มีส่วนแบ่งจากกองทุนนี้เฉลี่ยคนละ 12 ล้านบาทเลยทีเดียว
เงินจำนวนนี้ต่อคน ก็อาจมากขึ้นไปกว่านี้อีก เพราะไม่ว่าน้ำมันโลกจะขึ้นหรือลง
กองทุนนี้ก็ยังทำหน้าที่ของมัน และงอกเงยต่อไปเรื่อย ๆ แม้ว่าน้ำมันของนอร์เวย์จะหมดลงในสักวันหนึ่งก็ตาม..
—------------------------
Norway: The European Oil Giant That Barely Uses Oil /By Longtunman
Norway: The European Oil Giant That Barely Uses Oil /By Longtunman
In a world gripped by the fear of oil shortages and skyrocketing prices, Norway stands as a rare exception—a nation that remains remarkably unphased.
Norway produces approximately 2 million barrels of oil per day, yet it consumes only about 200,000 barrels domestically.
To put it simply, Norway uses ten times less oil than it produces. It wouldn’t be an exaggeration to say that Norway focuses on producing oil primarily for the rest of the world to use.
Why does Norway use so little oil ?
Longtunman will explain.
Longtunman will explain.
The scale of Norway’s "produce for others" strategy is clearly reflected in last year’s export and import figures :
- Crude Oil
Exports: 1,300 billion THB
Imports: 24 billion THB
Exports: 1,300 billion THB
Imports: 24 billion THB
- Refined Petroleum Products
Exports: 157 billion THB
Imports: 110 billion THB
Exports: 157 billion THB
Imports: 110 billion THB
This unique position is a result of both natural luck and strategic skill. Much like success in our daily lives, Norway’s achievement is a blend of the hand they were dealt and how they chose to play it.
Norway’s "luck" lies in its geography: a vast coastline, year-round powerful winds, and numerous rivers flowing from high mountains.
These aren't just beautiful landscapes; they are energy goldmines—specifically for wind and hydropower.
As a "bonus," Norway was also blessed with massive offshore oil and natural gas reserves. Rather than letting these natural gifts go to waste, Norway maximized their utility through long-term planning.
Even after discovering vast oil and gas reserves, Norway chose to stick with its original power sources. Today, 98% of Norway’s electricity is generated from hydropower and wind.
Most of the natural gas produced is exported to Europe via an extensive pipeline network. Last year alone, Norway exported natural gas worth 1.7 trillion THB, while importing only about 1.7 billion THB (primarily for industrial use like fertilizer and plastics, rather than power generation).
The low domestic oil consumption isn't a coincidence; it is a masterpiece of government policy. The Norwegian government has aggressively pushed the transition to Electric Vehicles (EVs) by making internal combustion engine (ICE) cars prohibitively expensive.
If you are a Norwegian looking to buy a traditional petrol car, you face a mountain of costs:
- 25% VAT on the purchase price.
- Registration taxes are scaled based on CO2 and greenhouse gas emissions.
- Road Use Tax: Approximately 15 THB per liter (4.62 NOK).
- CO2 Tax: Approximately 3 THB per liter.
- Registration taxes are scaled based on CO2 and greenhouse gas emissions.
- Road Use Tax: Approximately 15 THB per liter (4.62 NOK).
- CO2 Tax: Approximately 3 THB per liter.
In contrast, EV owners enjoy a suite of incentives, including discounts on tolls, ferries, and parking, as well as the right to use bus lanes. Furthermore, Norway’s long, narrow geography makes the logistics of placing charging stations along main highways relatively straightforward.
The results are staggering:
- In 2018, 31 out of every 100 new cars registered were electric.
- By 2025, that number surged to 96 out of every 100.
- In 2018, 31 out of every 100 new cars registered were electric.
- By 2025, that number surged to 96 out of every 100.
While two-thirds of the total cars currently on Norwegian roads are still older petrol models, the rapid transition is significantly slashing national oil demand. Combined with a small population of just 5 million people, the country’s internal needs remain minimal.
The wealth generated from selling oil to the world isn't squandered. It is funneled into the Sovereign Wealth Fund of Norway, ensuring that the prosperity lasts for generations to come.
This fund invests in global stocks, bonds, and real estate. Today, it is valued at approximately 67.7 trillion THB. If you divide that by the population, every Norwegian citizen technically has a share worth roughly 12 million THB.
Whether oil prices go up or down, this fund continues to grow, acting as a financial engine that will keep running long after Norway’s last drop of oil has been pumped.