
หุ้นอสังหาฯ ดูไบ ร่วงเกือบ -30% ภายในเวลาไม่ถึง 3 สัปดาห์
DFM Real Estate Index หรือดัชนีที่ใช้ชี้วัดผลประกอบการของกลุ่มหุ้นใน หมวดอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ได้ร่วงลงต่อเนื่องหลายวัน จากจุดสูงสุดที่ระดับ 16,900 จุด เมื่อปลายเดือน ก.พ.
ลงมาสู่ระดับ 12,200 จุด ในตอนนี้ หรือลบเกือบ 30% ภายในเวลาไม่ถึง 3 สัปดาห์
ลงมาสู่ระดับ 12,200 จุด ในตอนนี้ หรือลบเกือบ 30% ภายในเวลาไม่ถึง 3 สัปดาห์
ต้องบอกว่า DFM Real Estate Index ดัชนีนี้มีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากภาคอสังหาริมทรัพย์ ถือเป็นกระดูกสันหลังและเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของดูไบ
ซึ่งดัชนีประกอบด้วยหุ้นของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่และบริษัทก่อสร้าง เช่น Emaar Properties (ผู้สร้าง Burj Khalifa), Emaar Development, Deyaar, Union Properties และ Tecom Group
โดยนักลงทุนทั่วโลก ใช้ดัชนีนี้เป็น "มาตรวัดความเชื่อมั่น" ต่อเศรษฐกิจดูไบ
ส่วนสาเหตุที่ทำให้ดัชนีร่วงลงมาต่อเนื่องในช่วงนี้ มาจากหลายปัจจัยลบที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
- ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
ความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่น
ความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่น
และอาจทำให้ดูไบ สูญเสียสถานะ "Safe Haven" เพราะดูไบเคยถูกมองว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเงินทุนโลก แต่เหตุการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคและการโจมตีทางอากาศ ที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้ความเชื่อมั่นนี้สั่นคลอน
เมื่อเกิดความเสี่ยงจากสงคราม นักลงทุนสถาบันและต่างชาติ มักจะลดสัดส่วนสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง ออกจากพอร์ตทันที
- ตัวเลขการทำธุรกรรมจริงที่ชะลอตัว
ข้อมูลจาก Goldman Sachs และนักวิเคราะห์ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของเดือนมีนาคม 2026
ปริมาณธุรกรรมอสังหาฯ ในดูไบ (Transaction Volume) ลดลงถึง 51% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า
ข้อมูลจาก Goldman Sachs และนักวิเคราะห์ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของเดือนมีนาคม 2026
ปริมาณธุรกรรมอสังหาฯ ในดูไบ (Transaction Volume) ลดลงถึง 51% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า
โดยกลุ่ม Luxury โดนหนักสุด มียอดขายชะลอตัวลงอย่างชัดเจน เนื่องจากผู้ซื้อเปลี่ยนมาใช้กลยุทธ์ "Wait and See" หรือรอดูสถานการณ์
- ความกังวลเรื่องอุปทานส่วนเกิน (Oversupply)
ในขณะที่ความต้องการชะลอตัวลง แต่มีรายงานว่าในปี 2026 นี้จะมียูนิตใหม่สร้างเสร็จพร้อมส่งมอบกว่า 120,000 ยูนิต และจะตามมาอีกรวมกว่า 385,000 ยูนิตภายในปี 2028
ในขณะที่ความต้องการชะลอตัวลง แต่มีรายงานว่าในปี 2026 นี้จะมียูนิตใหม่สร้างเสร็จพร้อมส่งมอบกว่า 120,000 ยูนิต และจะตามมาอีกรวมกว่า 385,000 ยูนิตภายในปี 2028
การที่ของล้นตลาดในช่วงที่คนไม่กล้าซื้อ ทำให้เกิดความกังวลว่าราคาอสังหาฯ จะเกิดการปรับฐาน ลงมาอีกในอนาคต
ซึ่งการปรับฐานครั้งใหญ่ของดัชนี DFM Real Estate Index ครั้งนี้ ทำให้ผลตอบแทนที่ดัชนีเคยทำได้บวกมาตลอดปี 2025 และต้นปี 2026 ถูกลบออกไปเกือบทั้งหมด..