
ดัชนี S&P500 กลับขึ้นมา อยู่ในระดับสูงกว่าก่อนเกิดสงครามอิหร่านแล้ว
ดัชนี S&P500 กลับขึ้นมา อยู่ในระดับสูงกว่าก่อนเกิดสงครามอิหร่านแล้ว /โดย ลงทุนแมน
การที่ดัชนี S&P 500 สามารถฟื้นตัวและกลับมายืนเหนือระดับก่อนเกิดสงครามอิหร่านได้อย่างรวดเร็วนั้น เกิดจากปัจจัยหลักที่เข้ามาคลายความกังวลของตลาดและหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุน ดังนี้
1. การประกาศหยุดยิงและแนวโน้มที่คลี่คลาย
ตลาดหุ้นตอบสนองในเชิงบวกอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นสัญญาณการคลี่คลายของความขัดแย้ง เมื่อมีการพูดคุยเพื่อหยุดยิงชั่วคราว นักลงทุนจึงคลายความกังวลว่าสงครามจะยืดเยื้อหรือลุกลามเป็นวงกว้างระดับภูมิภาค ทำให้เกิดแรงซื้อกลับ
2. ราคาน้ำมันที่ย่อตัวลง
ในช่วงแรกของความขัดแย้ง ความกังวลเรื่องการปิดกั้น ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของโลก ทำให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งกระฉูดทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งไปกระตุกความกลัวเรื่องเงินเฟ้อ
แต่เมื่อสถานการณ์สงบลงและราคาน้ำมันเริ่มร่วงกลับลงมา ต้นทุนพลังงานที่ลดลงนี้ช่วยลดแรงกดดันต่อตัวเลขเงินเฟ้อและการใช้นโยบายดอกเบี้ยระดับสูงของธนาคารกลาง
3. พลังของผลประกอบการหุ้นกลุ่ม AI และเทคโนโลยี
หัวใจสำคัญที่อุ้มตลาดสหรัฐฯ ไว้คือ ผลกำไรของบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI)
แม้จะมีวิกฤตสงคราม แต่เทรนด์การลงทุนใน AI และผลกำไรไตรมาสแรกของบริษัทใหญ่ๆ ยังคงออกมาแข็งแกร่งมาก นักลงทุนจึงมองทะลุความเสี่ยงด้านสงครามไปที่ผลกำไรของบริษัทเหล่านี้
4. การปิดสถานะป้องกันความเสี่ยงของนักลงทุน
ในช่วงที่ความตึงเครียดขึ้นสู่จุดสูงสุด นักลงทุนสถาบันหลายแห่งได้เทขายหุ้นและซื้อตราสารเพื่อป้องกันความเสี่ยงเอาไว้มาก เมื่อมีข่าวดีเรื่องการคลี่คลายของสงคราม นักลงทุนเหล่านี้ต้องรีบปิดสถานะชอร์ตหรือลดการป้องกันความเสี่ยงลง แล้วรีบกลับมาไล่ซื้อหุ้นคืน ซึ่งเป็นตัวเร่งให้ดัชนีพุ่งกลับขึ้นไปทำระดับสูงกว่าเดิม
5. พื้นฐานเศรษฐกิจไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย
ตลาดประเมินแล้วว่าวิกฤตครั้งนี้ไม่ได้สร้างความเสียหายรุนแรงจนทำให้เศรษฐกิจโลกหรือเศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession) อย่างที่กังวลในตอนแรก เมื่อปัจจัยลบไม่ได้ทำลายรากฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yields) เริ่มมีเสถียรภาพ เม็ดเงินจึงไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตามเดิม
สรุป S&P 500 กลับมาฟื้นตัวได้เพราะตลาดมองข้ามความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เริ่มคลี่คลาย และกลับไปให้ความสำคัญกับราคาน้ำมันที่ลดลงซึ่งดีต่อปัญหาเงินเฟ้อ ประกอบกับกำไรของบริษัทเทคโนโลยีที่ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากกระแส AI..