
เจาะลึกเหตุผลพนักงานไม่อยาก "เลื่อนตำแหน่ง" พร้อมแนวทางสร้างแรงจูงใจ
ฮิวแมนซอฟท์ x ลงทุนแมน
ในอดีตการได้เลื่อนตำแหน่งงานมักเป็นเป้าหมายสูงสุดของคนทำงาน เพราะหมายถึงทั้งรายได้และอำนาจหน้าที่ที่เพิ่มมากขึ้น แต่ในปัจจุบันภาพนั้นไม่ได้เป็นจริงเสมอไป เราเริ่มเห็นคนทำงานที่มีความสามารถจำนวนไม่น้อย “ปฏิเสธ” การก้าวขึ้นสู่บทบาทหัวหน้างานและเลือกอยู่ในตำแหน่งเดิมต่อไป
สอดคล้องกับรายงาน Workmonitor ล่าสุดจาก Randstad ที่สำรวจแรงงานกว่า 27,000 คนทั่วโลก ซึ่งพบสถิติที่น่าตกใจว่า มีพนักงานถึง 34% ที่ไม่เคยมีความคิดอยากจะเป็นผู้จัดการเลย สะท้อนให้เห็นว่าบทบาทหัวหน้างานเริ่มไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของชีวิตการทำงานยุคใหม่
ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กสำหรับองค์กร เพราะหากปล่อยไว้ บริษัทจะขาดแคลนผู้นำรุ่นใหม่ในอนาคต
เจาะลึก 5 สาเหตุหลักที่ทำให้พนักงาน "ไม่อยากโต" ในสายบริหาร
หากเราลองสังเกตคนทำงานรอบตัว จะพบว่าเหตุผลที่หลายคนเลือกปฏิเสธโอกาสในการเป็นหัวหน้านั้น ไม่ได้มาจากความขี้เกียจ แต่มาจากปัจจัยแวดล้อมและมุมมองที่สะท้อนผ่าน 5 ประเด็นสำคัญ ดังนี้
หากเราลองสังเกตคนทำงานรอบตัว จะพบว่าเหตุผลที่หลายคนเลือกปฏิเสธโอกาสในการเป็นหัวหน้านั้น ไม่ได้มาจากความขี้เกียจ แต่มาจากปัจจัยแวดล้อมและมุมมองที่สะท้อนผ่าน 5 ประเด็นสำคัญ ดังนี้
1. ภาพจำว่า "เลื่อนตำแหน่งคือการเพิ่มภาระมากกว่าค่าตอบแทนที่เพิ่มขึ้น"
หลายคนผ่านการเรียนรู้มากับภาพจำของหัวหน้างานที่ต้องแบกรับทุกอย่างเพียงลำพัง ทั้งการแก้ปัญหาแทนทีม การทำงานล่วงเวลา หรือแม้แต่การทำงานในวันหยุด ภาพความเหนื่อยล้าเหล่านี้กลายเป็นความเชื่อที่ว่า การเลื่อนตำแหน่งคือการเพิ่มภาระ ที่อาจไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับส่วนต่างของเงินเดือนที่ได้รับเพิ่มขึ้น
หลายคนผ่านการเรียนรู้มากับภาพจำของหัวหน้างานที่ต้องแบกรับทุกอย่างเพียงลำพัง ทั้งการแก้ปัญหาแทนทีม การทำงานล่วงเวลา หรือแม้แต่การทำงานในวันหยุด ภาพความเหนื่อยล้าเหล่านี้กลายเป็นความเชื่อที่ว่า การเลื่อนตำแหน่งคือการเพิ่มภาระ ที่อาจไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับส่วนต่างของเงินเดือนที่ได้รับเพิ่มขึ้น
2. กำแพงความกลัวและขาดความมั่นใจ
แม้พนักงานจะมีศักยภาพโดดเด่น แต่บ่อยครั้งพวกเขากลับยึดติดความคิดที่ว่า "ตัวเองยังเก่งไม่พอ" หรือ "ไม่น่าจะนำใครได้" ความกังวลว่าจะทำได้ไม่ดีเท่าที่บริษัทคาดหวัง หรือกลัวความล้มเหลวในบทบาทใหม่ กลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้พวกเขาเลือกที่จะหยุดตัวเองไว้ในจุดที่มั่นใจมากกว่า
แม้พนักงานจะมีศักยภาพโดดเด่น แต่บ่อยครั้งพวกเขากลับยึดติดความคิดที่ว่า "ตัวเองยังเก่งไม่พอ" หรือ "ไม่น่าจะนำใครได้" ความกังวลว่าจะทำได้ไม่ดีเท่าที่บริษัทคาดหวัง หรือกลัวความล้มเหลวในบทบาทใหม่ กลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้พวกเขาเลือกที่จะหยุดตัวเองไว้ในจุดที่มั่นใจมากกว่า
3. ความพอใจในการเป็นผู้ลงมือทำมากกว่าผู้บริหาร
ไม่ใช่ทุกคนที่จะต้องการอำนาจหรือตำแหน่ง โดยเฉพาะกลุ่มงานสายเทคนิคอย่างโปรแกรมเมอร์ ดีไซเนอร์ หรือนักวิเคราะห์ข้อมูล พนักงานกลุ่มนี้มักมีความสุขและรู้สึกเติมเต็มจากการสร้างสรรค์ผลงานด้วยตัวเอง การถูกบังคับให้เปลี่ยนบทบาทไปบริหารคน จึงเปรียบเสมือนการดึงเขาออกจากงานที่รัก ซึ่งอาจบั่นทอนแรงบันดาลใจมากกว่าการส่งเสริมให้เติบโต
ไม่ใช่ทุกคนที่จะต้องการอำนาจหรือตำแหน่ง โดยเฉพาะกลุ่มงานสายเทคนิคอย่างโปรแกรมเมอร์ ดีไซเนอร์ หรือนักวิเคราะห์ข้อมูล พนักงานกลุ่มนี้มักมีความสุขและรู้สึกเติมเต็มจากการสร้างสรรค์ผลงานด้วยตัวเอง การถูกบังคับให้เปลี่ยนบทบาทไปบริหารคน จึงเปรียบเสมือนการดึงเขาออกจากงานที่รัก ซึ่งอาจบั่นทอนแรงบันดาลใจมากกว่าการส่งเสริมให้เติบโต
4. ขาดต้นแบบการเป็นผู้นำที่น่าเดินตาม
"ผู้นำ" ในสายตาพนักงานคือภาพสะท้อนของอนาคต หากสิ่งที่พวกเขาเห็นจากหัวหน้าในปัจจุบันมีแต่ความเครียด การขาดสมดุลในชีวิต (Work life Balance) หรือการใช้อำนาจสั่งการโดยปราศจากศิลปะในการจูงใจ พนักงานย่อมไม่อยากเดินตามเส้นทางนั้น เพราะพวกเขาไม่เห็นภาพความสำเร็จที่มีความสุขเป็นส่วนประกอบ
"ผู้นำ" ในสายตาพนักงานคือภาพสะท้อนของอนาคต หากสิ่งที่พวกเขาเห็นจากหัวหน้าในปัจจุบันมีแต่ความเครียด การขาดสมดุลในชีวิต (Work life Balance) หรือการใช้อำนาจสั่งการโดยปราศจากศิลปะในการจูงใจ พนักงานย่อมไม่อยากเดินตามเส้นทางนั้น เพราะพวกเขาไม่เห็นภาพความสำเร็จที่มีความสุขเป็นส่วนประกอบ
5. วัฒนธรรมองค์กรที่ไม่เอื้อต่อการเติบโต
ต่อให้พนักงานจะเก่งและพร้อมแค่ไหน แต่หากโครงสร้างองค์กรไม่มีระบบสนับสนุนที่ชัดเจน เช่น ขาดการเทรนที่ดี ไม่มีเส้นทางอาชีพที่จับต้องได้ หรือมีปัญหาเรื่องการเมืองภายในที่ทำให้คนตั้งใจทำงานถูกมองข้าม พนักงานจะเริ่มรู้สึกว่าการพยายามขยับขยายตำแหน่งนั้น "ไม่คุ้มค่า" และเลือกที่จะทำงานไปวัน ๆ แทน
แนวทางสร้างแรงจูงใจในการเติบโต เปลี่ยน "ความกลัว" ให้เป็น "ความเชื่อมั่น"
เมื่อเข้าใจสาเหตุแล้ว โจทย์ถัดมาขององค์กรคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้พนักงานอยากเติบโต โดยไม่ใช่การบังคับ แต่เป็นการสร้างทางเลือกที่ตอบโจทย์ชีวิตพวกเขาจริง ๆ ดังนี้
ต่อให้พนักงานจะเก่งและพร้อมแค่ไหน แต่หากโครงสร้างองค์กรไม่มีระบบสนับสนุนที่ชัดเจน เช่น ขาดการเทรนที่ดี ไม่มีเส้นทางอาชีพที่จับต้องได้ หรือมีปัญหาเรื่องการเมืองภายในที่ทำให้คนตั้งใจทำงานถูกมองข้าม พนักงานจะเริ่มรู้สึกว่าการพยายามขยับขยายตำแหน่งนั้น "ไม่คุ้มค่า" และเลือกที่จะทำงานไปวัน ๆ แทน
แนวทางสร้างแรงจูงใจในการเติบโต เปลี่ยน "ความกลัว" ให้เป็น "ความเชื่อมั่น"
เมื่อเข้าใจสาเหตุแล้ว โจทย์ถัดมาขององค์กรคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้พนักงานอยากเติบโต โดยไม่ใช่การบังคับ แต่เป็นการสร้างทางเลือกที่ตอบโจทย์ชีวิตพวกเขาจริง ๆ ดังนี้
1. ฟังให้ลึกกว่าคำว่า "อยากเลื่อนตำแหน่งไหม"
ตั้งคำถามปลายเปิดและการฟังอย่างไม่ตัดสิน เพื่อค้นหาว่าอะไรคือความกังวลที่ซ่อนอยู่ และอะไรคือเป้าหมายที่แท้จริงของเขา การทำความเข้าใจในระดับที่ลึกซึ้งจะช่วยให้เราออกแบบเส้นทางที่ตรงใจพนักงานได้มากขึ้น
ตั้งคำถามปลายเปิดและการฟังอย่างไม่ตัดสิน เพื่อค้นหาว่าอะไรคือความกังวลที่ซ่อนอยู่ และอะไรคือเป้าหมายที่แท้จริงของเขา การทำความเข้าใจในระดับที่ลึกซึ้งจะช่วยให้เราออกแบบเส้นทางที่ตรงใจพนักงานได้มากขึ้น
2. ตั้งค่าตอบแทนอย่างเหมาะสมและจูงใจให้อยากเติบโต
ทลายความกังวลเรื่อง "งานเพิ่มแต่เงินเท่าเดิม" ด้วยโครงสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น ทั้งในรูปแบบของเงินเดือน สวัสดิการที่ยืดหยุ่น หรือสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิต เพื่อให้พนักงานรู้สึกว่าการก้าวสู่บทบาทใหม่คือความสำเร็จที่จับต้องได้และเป็นรางวัลสำหรับความทุ่มเทอย่างแท้จริง
3. ออกแบบเส้นทางเติบโตที่ตอบโจทย์พนักงาน
การเติบโตไม่จำเป็นต้องจบที่การเป็นหัวหน้างานเสมอไป องค์กรควรสร้างทางเลือกเพื่อให้คนเก่งที่รักในการลงมือทำได้พัฒนาทักษะเชิงลึก มีผลตอบแทนและคุณค่าในองค์กรเทียบเท่าระดับบริหาร โดยที่พวกเขาไม่ต้องเปลี่ยนตัวตนไปเป็นผู้จัดการที่ตนเองไม่ถนัด
ทลายความกังวลเรื่อง "งานเพิ่มแต่เงินเท่าเดิม" ด้วยโครงสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น ทั้งในรูปแบบของเงินเดือน สวัสดิการที่ยืดหยุ่น หรือสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิต เพื่อให้พนักงานรู้สึกว่าการก้าวสู่บทบาทใหม่คือความสำเร็จที่จับต้องได้และเป็นรางวัลสำหรับความทุ่มเทอย่างแท้จริง
3. ออกแบบเส้นทางเติบโตที่ตอบโจทย์พนักงาน
การเติบโตไม่จำเป็นต้องจบที่การเป็นหัวหน้างานเสมอไป องค์กรควรสร้างทางเลือกเพื่อให้คนเก่งที่รักในการลงมือทำได้พัฒนาทักษะเชิงลึก มีผลตอบแทนและคุณค่าในองค์กรเทียบเท่าระดับบริหาร โดยที่พวกเขาไม่ต้องเปลี่ยนตัวตนไปเป็นผู้จัดการที่ตนเองไม่ถนัด
4. ส่งต่อแรงบันดาลใจผ่านต้นแบบที่ดี
ทำให้เห็น ภาพอนาคตที่น่าเดินตาม หากหัวหน้างานยุคปัจจุบันสามารถบริหารจัดการงานและชีวิตได้อย่างสมดุล และคอยสนับสนุนทีมอย่างจริงใจ พนักงานจะเริ่มมองเห็นว่าการเติบโตขึ้นไปเป็นผู้นำนั้นเป็นเรื่องที่คุ้มค่าและมีความสุขได้จริง
ทำให้เห็น ภาพอนาคตที่น่าเดินตาม หากหัวหน้างานยุคปัจจุบันสามารถบริหารจัดการงานและชีวิตได้อย่างสมดุล และคอยสนับสนุนทีมอย่างจริงใจ พนักงานจะเริ่มมองเห็นว่าการเติบโตขึ้นไปเป็นผู้นำนั้นเป็นเรื่องที่คุ้มค่าและมีความสุขได้จริง
5. สร้างความมั่นใจด้วยพื้นที่ลองผิดลองถูก
องค์กรควรสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้พนักงานได้ฝึกทักษะความเป็นผู้นำผ่านโปรเจกต์ขนาดเล็ก โดยมีพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำและให้กำลังใจเมื่อเกิดข้อผิดพลาด การสะสมความสำเร็จทีละนิดจะช่วยทลายกำแพงความไม่มั่นใจ และทำให้พนักงานเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเองอย่างยั่งยืน
องค์กรควรสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้พนักงานได้ฝึกทักษะความเป็นผู้นำผ่านโปรเจกต์ขนาดเล็ก โดยมีพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำและให้กำลังใจเมื่อเกิดข้อผิดพลาด การสะสมความสำเร็จทีละนิดจะช่วยทลายกำแพงความไม่มั่นใจ และทำให้พนักงานเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเองอย่างยั่งยืน
สรุปบทความ เจาะลึกเหตุผลพนักงานไม่อยาก "เลื่อนตำแหน่ง" พร้อมแนวทางสร้างแรงจูงใจ
การที่พนักงานไม่อยากเลื่อนตำแหน่ง ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่รักองค์กร แต่เขาแค่ต้องการทางเลือกที่สอดคล้องกับความสุขและทักษะของตัวเอง หน้าที่ขององค์กรในยุคนี้ คือการเปิดโอกาสให้คนทำงานได้เติบโตในแบบที่เขาถนัด ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตขึ้นไปเป็นผู้นำที่ดีหรือการเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เก่ง เพราะสุดท้ายแล้วองค์กรที่แข็งแกร่งคือองค์กรที่มีคนวางอยู่ถูกที่ และทุกคนมองเห็นอนาคตของตัวเองในที่แห่งนั้น
การที่พนักงานไม่อยากเลื่อนตำแหน่ง ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่รักองค์กร แต่เขาแค่ต้องการทางเลือกที่สอดคล้องกับความสุขและทักษะของตัวเอง หน้าที่ขององค์กรในยุคนี้ คือการเปิดโอกาสให้คนทำงานได้เติบโตในแบบที่เขาถนัด ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตขึ้นไปเป็นผู้นำที่ดีหรือการเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เก่ง เพราะสุดท้ายแล้วองค์กรที่แข็งแกร่งคือองค์กรที่มีคนวางอยู่ถูกที่ และทุกคนมองเห็นอนาคตของตัวเองในที่แห่งนั้น