การท่องเที่ยวภูเก็ต กำลังเจอความท้าทาย หลังเพิ่งฟื้นตัวจากโควิด

การท่องเที่ยวภูเก็ต กำลังเจอความท้าทาย หลังเพิ่งฟื้นตัวจากโควิด

การท่องเที่ยวภูเก็ต กำลังเจอความท้าทาย หลังเพิ่งฟื้นตัวจากโควิด /โดย ลงทุนแมน
ล่าสุดทางสภาพัฒน์ ได้เปิดเผย GPP หรือขนาดเศรษฐกิจของจังหวัดต่าง ๆ ในปี 2024
และถ้าเราไปดูเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต ก็พบว่าจากปี 2021 ที่เกิดวิกฤติโรคระบาด จังหวัดภูเก็ต แทบจะเงียบเหงา ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยมี GPP เท่ากับ 101,201 ล้านบาท
แต่มาจนถึงปี 2024 GPP ของจังหวัดภูเก็ตทำสถิติสูงสุด โดยมีมูลค่าถึง 272,395 ล้านบาท ถือเป็นจังหวัดที่มี GPP สูงสุดในภาคใต้
แน่นอนว่า GPP หรือขนาดเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต ที่เติบโตขึ้นเป็น 2.7 เท่าในรอบ 3 ปี
หลัก ๆ ก็มาจากภาคบริการ อย่างการท่องเที่ยวที่เพิ่งฟื้นตัวจากฐานที่ต่ำในช่วงวิกฤติโรคระบาด
ถึงแม้ว่าการท่องเที่ยวของภูเก็ตจะฟื้นตัวอย่างเต็มที่ แต่ก็อาจดีใจได้ไม่นาน เพราะความท้าทายลูกใหม่กำลังเข้ามาเยือนภูเก็ตอีกครั้ง
อะไรที่จะมาฉุดรั้งการท่องเที่ยวของภูเก็ต ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ถ้าเราลองผ่าตัดดูโครงสร้างของขนาดเศรษฐกิจ หรือ GPP ของจังหวัดภูเก็ตทีละส่วน เราก็จะเห็นว่า
- มีมูลค่าจากภาคการเกษตร 8,926 ล้านบาท
- มีมูลค่าจากภาคอุตสาหกรรม 9,824 ล้านบาท
- มีมูลค่าจากภาคการบริการ 253,646 ล้านบาท
จะเห็นว่าเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต พึ่งพาการท่องเที่ยวที่อยู่ในภาคบริการเป็นหลัก
และหากลองมองทางกายภาพ จริง ๆ แล้ว ภูเก็ตถือเป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดในภาคใต้ ด้วยพื้นที่เพียง 547 ตารางกิโลเมตร
ซึ่งก่อนที่ภูเก็ตจะบูมจากภาคการท่องเที่ยว ขนาดเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตจริง ๆ ก็ไม่ได้สูงมากนัก
เมื่อ 30 ปีก่อน ภูเก็ตมี GPP เพียงแค่ 30,832 ล้านบาท เท่านั้น ซึ่งถือว่ามากกว่ากลุ่ม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาสเพียงเล็กน้อย
โดยก่อนที่ภูเก็ตจะบูมจากการท่องเที่ยว ภูเก็ตก็ยังคงพึ่งพาเกษตรกรรม และอุตสาหกรรมจากเหมืองแร่ดีบุก ซึ่งเคยเป็นแหล่งรายได้หลักของจังหวัด
แต่เมื่อธุรกิจดีบุกถึงจุดอิ่มตัว กลายเป็นขาลงจนเกิดเป็นที่ดินรกร้าง ทำให้เริ่มมีนักธุรกิจหลายราย เข้าไปจับจองที่ดินที่เคยเป็นเหมืองแร่ มาสร้างเป็นรีสอร์ตและที่พักตากอากาศ
โดยรีสอร์ตหรูที่แรก ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นในภูเก็ต ก็คือโครงการ Laguna Phuket ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรม Banyan Tree แห่งแรกของโลก
การมาของโครงการ Laguna Phuket ก็ได้เปลี่ยนภาพลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ต จากเดิมที่เป็นเมืองขายแร่ ให้กลายเป็นสถานที่พักตากอากาศแห่งใหม่ ระดับไฮเอนด์ของโลก
เมื่อโครงการ Laguna Phuket ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ก็เริ่มมีเชนโรงแรมดังจากทั่วโลกอย่าง Amanpuri, Marriott หรือ InterContinental ต่างก็ตบเท้าเข้ามาลงทุนตาม จนเกิดการพัฒนาหาดอื่นตามมาเป็นทอด ๆ
อีกสิ่งที่ทำให้จังหวัดภูเก็ตเริ่มมีนักท่องเที่ยวมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ก็คือการเพิ่มไฟลต์ของเที่ยวบินตรง อย่างสิงคโปร์ ออสเตรเลีย และประเทศในโซนยุโรป ให้บินตรงมาที่ภูเก็ต
รวมถึงการเข้ามาของสายการบินต้นทุนต่ำ ที่ทำให้จังหวัดภูเก็ต สามารถดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เป็นระดับแมสได้ จึงทำให้ปัจจุบัน มีไฟลต์บินจากต่างประเทศตรงมาที่ภูเก็ต เป็นจำนวนมาก
โดยในปี 2025 มีไฟลต์บินตรงจากต่างประเทศมาที่ภูเก็ตมากกว่า 28,000 เที่ยวบิน และมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ บินตรงมาที่ภูเก็ตกว่า 5.43 ล้านคน
จะเห็นได้ว่า จากเดิมที่ภูเก็ตเป็นเมืองดีบุก ก็ได้ถูกพัฒนาให้กลายเป็น Ecosystem ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
และทำให้ภูเก็ต ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเมืองทะเลสวยอย่างเดียว แต่กลับกลายเป็นเมืองที่มี Lifestyle Infrastructure ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น
- สนามกอล์ฟระดับโลก และศูนย์กลางการล่องเรือในภูมิภาคเอเชีย โดยภูเก็ตมีท่าเรือยอช์ตที่เป็น World-Class Marinas ถึง 5 แห่งด้วยกัน
ซึ่ง World-Class Marinas คือ เกรดของท่าเรือที่ทำให้เศรษฐีทั่วโลกมั่นใจที่จะเอาเรือลำละหลายร้อยล้าน หรือพันล้านบาทมาจอดทิ้งไว้ เพราะเรือจะได้รับการดูแลที่ดีที่สุด และคนบนเรือจะได้รับความสะดวกสบายเหมือนอยู่รีสอร์ตหรู
- เป็นที่ตั้งของศูนย์การค้าหรูระดับภูมิภาค อย่าง Central Phuket Floresta แห่งแรกและแห่งเดียวนอกกรุงเทพมหานคร
- เป็น Medical & Wellness Hub ของภูมิภาค โดยมีโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ อย่าง โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต โรงพยาบาลสิริโรจน์ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน JCI (Joint Commission International) จากสหรัฐอเมริกา
ซึ่งในอนาคต ภูเก็ต ก็ยังคงฉายภาพของความเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์ในทุกมิติ โดยมีโครงการต่าง ๆ จากภาครัฐและเอกชนอีกเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น
- โครงการภาคเอกชน อย่างการรีโนเวต และขยายศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต ด้วยเงินลงทุนกว่า 7,000 ล้านบาท
หรือโครงการของกลุ่มโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ที่เดินหน้าสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ เพื่อเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพระดับโลกที่จังหวัดภูเก็ต ด้วยเงินลงทุนกว่า 4,300 ล้านบาท
- โครงการภาครัฐ อย่างการลงทุนในโครงการทางด่วนพิเศษ สายกะทู้-ป่าตอง ด้วยงบลงทุนกว่า 14,000 ล้านบาท
- โครงการขยายสนามบินนานาชาติภูเก็ตระยะที่ 2 รองรับผู้โดยสารได้ 18 ล้านคนต่อปี ด้วยงบลงทุนกว่า 6,000 ล้านบาท
- โครงการระบบขนส่งมวลชน Light Rail ในจังหวัดภูเก็ต
ด้วยพลังทางเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต ที่พึ่งพาภาคบริการเป็นหลัก ดังนั้นสิ่งที่จะมาชี้วัดว่าภูเก็ตมีเศรษฐกิจดีขึ้น หรือมีกำลังซื้อสูงขึ้นหรือไม่นั้น ก็คือ “จำนวนนักท่องเที่ยว” และ “เม็ดเงินจากการท่องเที่ยว”
ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นชัด ๆ ก็คือ ในช่วงวิกฤติโรคระบาดเมื่อปี 2020-2021 ซึ่งส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติหายไปเกือบทั้งหมด และกระทบต่อเศรษฐกิจในพื้นที่เป็นอย่างมาก
ปี 2021 ภูเก็ตมีจำนวนนักท่องเที่ยวเหลือเพียง 260,000 คน ลดลงจากปี 2019 ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากกว่า 14 ล้านคน
ผลจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงมากกว่า 98%
ทำให้ภูเก็ตมี GPP ลดลงจาก 248,473 ล้านบาท ในปี 2019 เหลือเพียง 101,201 ล้านบาท ในปี 2021
ซึ่งผลจาก GPP ลดลงในปี 2021 ก็ทำให้โรงแรมหลายแห่งในจังหวัดภูเก็ต ต้องประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนัก
แต่เมื่อภูเก็ตเริ่มฟื้นตัวจากวิกฤติ จำนวนนักท่องเที่ยวก็มีเพิ่มมากขึ้น โดยปี 2023 ภูเก็ตมี GPP เท่ากับ 220,514 ล้านบาท มีจำนวนนักท่องเที่ยว 12.21 ล้านคน
ปี 2024 ภูเก็ตมี GPP เท่ากับ 272,395 ล้านบาท มีจำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 14.51 ล้านคน
และสามารถสร้างเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวมากถึง 571,550 ล้านบาท หรือนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวภูเก็ต 1 คน มีค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย 38,651 บาท
โดยภูเก็ตสามารถทำรายได้จากการท่องเที่ยว ได้มากเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพมหานคร ในขณะที่ประชากรที่เป็นคนภูเก็ตแท้ ๆ มีอยู่เพียงแค่ 432,473 คนเท่านั้น
ซึ่งถ้าถามว่า รายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมด 5 แสนกว่าล้านบาทนี้
ตกมาถึงคนภูเก็ตแท้ ๆ 4 แสนกว่าคนหรือไม่ คำตอบก็คือไม่ใช่เสียทีเดียว
เพราะประชากรส่วนมาก เป็นประชากรแฝง หรือกลุ่มที่ไม่ใช่คนพื้นที่ที่มาทำงานด้านบริการการท่องเที่ยว
ไม่ว่าจะเป็นห้างร้าน โรงแรม สวนสนุก สนามกอล์ฟ สถานบันเทิง และร้านอาหารต่าง ๆ ภายในจังหวัด ดังนั้น รายได้จากการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ก็จะมาตกอยู่ที่คนกลุ่มนี้
นอกจากนี้ เงินที่เรียกว่าเป็นรายได้ของจังหวัดก้อนใหญ่ ๆ ก็จะตกไปอยู่ที่นักธุรกิจ ซึ่งมีจำนวนมาก ที่ไม่ได้มาจากท้องถิ่น แต่ดันมาจากธุรกิจส่วนกลาง
อย่างเชนโรงแรมดัง ที่มีเจ้าของเป็นทั้งคนไทยและต่างชาติ รวมถึงศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า และ สถานบริการต่าง ๆ หลาย ๆ ที่ ก็ไม่ได้มีเจ้าของเป็นคนท้องถิ่นแท้ ๆ
นั่นจึงทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ไหลไปหานักธุรกิจนอกพื้นที่ และกลุ่มทุนต่างชาติด้วย
เมื่อมีเชนร้านอาหาร และโรงแรมรายใหญ่ คอยบริการนักท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์ ที่เข้ามาเที่ยวนับล้านคน ก็ทำให้ที่ดินในภูเก็ตแพงขึ้น และค่าเช่าที่ดินก็สูงขึ้น
จนผลที่ตามมาคือ ผู้ประกอบการรายย่อย ก็ต้องแบกรับค่าเช่าที่ที่แพงมหาศาล ซึ่งสุดท้ายก็ถูกบวกเพิ่มเข้าไปใน “ราคาอาหารและบริการ” จนดันค่าครองชีพของคนในจังหวัดให้สูงขึ้นด้วย
และอีกความท้าทายหนึ่งที่ตามมา ก็คือในปี 2025 ถือเป็นปีแรกนับจากวิกฤติโรคระบาด ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวภูเก็ตลดน้อยลง
โดยในปี 2025 มีจำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 14.12 ล้านคน และสร้างเม็ดเงินจากการท่องเที่ยว 545,868 ล้านบาท
ซึ่งลดลงจากปี 2024 ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 14.51 ล้านคน และสร้างเม็ดเงินจากการท่องเที่ยว 571,550 ล้านบาท
และสุดท้ายต้นปี 2026 ประเทศไทย ก็ต้องเจอผลกระทบจากวิกฤติน้ำมันแพง เนื่องจากสงครามที่ส่งผลให้มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งยิ่งซ้ำเติมธุรกิจการท่องเที่ยวในภูเก็ตมากขึ้น
โดยสายการบินลดเที่ยวบินลง และนักท่องเที่ยวต่างชาติต้องรัดเข็มขัด มาเที่ยวน้อยลงด้วย และก็น่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจภาพใหญ่ของจังหวัดภูเก็ต ที่พึ่งพาแต่การท่องเที่ยวมากพอสมควร
จากปัญหาเหล่านี้ ก็เป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ที่จะต้องหาทางกระตุ้นเศรษฐกิจของภูเก็ต จังหวัดที่ขึ้นชื่อว่าเป็นไข่มุกแห่งอันดามัน
ให้เติบโตอย่างต่อเนื่องเหมือนในอดีต..
References
- สถิติเที่ยวบิน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
- สถานการณ์การท่องเที่ยวในประเทศ รายจังหวัด ปี 2568
- ตารางสถิติ ผลิตภัณฑ์ภาคและจังหวัด พ.ศ. 2567 (GPP 2024) สภาพัฒน์
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon