Pruksa Lifetime Well-Living เมื่อบ้านที่ดี ไม่ใช่แค่ล้ำ แต่ต้อง “อยู่ดี…ทั้งชีวิต”

Pruksa Lifetime Well-Living เมื่อบ้านที่ดี ไม่ใช่แค่ล้ำ แต่ต้อง “อยู่ดี…ทั้งชีวิต”

ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง x Pruksa
เวลาพูดถึงบ้านที่ดี คนส่วนใหญ่จะชอบนึกถึงเรื่องทำเลและดีไซน์ แต่เมื่อการแข่งขันในตลาดอสังหาฯ เปลี่ยนไป หลายโครงการก็เริ่มแข่งกันด้วยเทคโนโลยีและฟังก์ชันล้ำ ๆ มากขึ้น
ทำให้เกิดคำถามที่น่าสนใจว่า บ้านที่ล้ำที่สุด จะทำให้เราอยู่ดีได้ทั้งชีวิตจริงหรือไม่ ?
คำถามนี้ ทำให้ Pruksa เปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการสร้างบ้าน
เพราะบ้านที่ดี อาจไม่ใช่บ้านที่ล้ำที่สุด แต่คือบ้านที่ทำให้คนมีคุณภาพชีวิตดีได้ในระยะยาว หรือที่เรียกว่า Lifetime Well-Living
แนวคิด Lifetime Well-Living จาก Pruksa น่าสนใจอย่างไร ?
คุณปัทมา ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม Pruksa และคุณอังคณา ลิขิตจรรยากุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและองค์กร Pruksa กำลังฉายภาพรวมที่น่าสนใจ
ลงทุนแมนจะสรุปให้ฟัง
เมื่อพูดถึงคำว่าเทคโนโลยีในบ้าน ภาพจำของใครหลายคนคงหนีไม่พ้นการสั่งงานด้วยเสียง หรือการควบคุมบ้านผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ
แต่สำหรับ Pruksa ก้าวข้ามสิ่งนั้นด้วยแนวคิด Beyond Technology
โดยคุณปัทมา ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า
แทนที่จะเริ่มด้วยการนำเทคโนโลยีล้ำ ๆ มาใส่ในตัวบ้าน
Pruksa เลือกทำความเข้าใจพฤติกรรม และ Pain Point ของลูกบ้านแต่ละช่วงวัยก่อน เพื่อจะได้รู้ว่าแต่ละวันลูกบ้านจะต้องเจอกับอะไร
เช่น วันที่เราขับรถกลับมาเหนื่อย ๆ หรือเดินถือของพะรุงพะรังเข้าบ้าน ระบบในบ้านและพื้นที่รอบ ๆ ก็ควรตอบสนอง และอำนวยความสะดวกอัตโนมัติ
พูดง่าย ๆ ว่า เทคโนโลยีที่ใช้ ไม่ได้มีไว้แค่ให้บ้านดูเป็น Smart Home
แต่เป็นเทคโนโลยีที่เกิดจากความใส่ใจในทุกรายละเอียดการใช้ชีวิต และคอยดูแลเราอยู่เบื้องหลังทุกวัน
ความใส่ใจเหล่านี้ถูกต่อยอดเป็นแนวคิด Pruksa Lifetime Well-Living ที่เน้นสร้าง Ecosystem เชื่อมต่อเรื่องบ้าน เข้ากับเรื่องสุขภาพ เพื่อสร้างรากฐานความเป็นอยู่ที่ดีระยะยาว ผ่าน 3 แกน คือ
แกนที่ 1 Well Home
ความปลอดภัยและความสบายใจ คือพื้นฐานของการมีชีวิตที่ดีระยะยาว
Pruksa จึงออกแบบที่อยู่อาศัย ด้วยแนวคิด Life-Design Function ที่ใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ ที่คนส่วนใหญ่มองข้าม เช่น
- ความปลอดภัยพื้นฐาน
เช่น การเลือกกระเบื้องไม่ใช่แค่สวยงามหรือหรูหรา แต่ใส่ใจความปลอดภัยด้วย อย่างห้องน้ำที่เลือกกระเบื้องผิวฝืดป้องกันการลื่นเมื่อโดนน้ำ และพื้นลดแรงกระแทกที่ช่วยรองรับร่างกาย
หรือกระเบื้องภายในห้องนั่งเล่น ที่ช่วยลดแสงสะท้อนที่ช่วยถนอมสายตาของผู้อยู่อาศัย
- การออกแบบที่เชื่อมโยงการใช้ชีวิตให้เข้าถึงธรรมชาติมากขึ้น
เช่น การวางทิศทางลมและแสงให้หายใจสะดวก พันธุ์ไม้ที่ช่วยผลิตออกซิเจน กรองฝุ่น และเน้นไม้ใบแต่ลดไม้ดอกเพื่อลดการเกิดภูมิแพ้ รวมถึงการวางหินในสวนให้ลูกบ้านเดินนวดเท้าออกกำลังกายและผ่อนคลาย
- การออกแบบเพื่ออนาคต
เช่น พื้นที่ชั้นล่างที่พร้อมปรับเป็นห้องนอนผู้สูงอายุพร้อมที่ว่างสำหรับผู้ดูแล หรือโครงสร้างคอนโดที่รองรับการ Combine Unit ขยายพื้นที่เมื่อครอบครัวใหญ่ขึ้น
แกนที่ 2 Well Care
หนึ่งในจุดแข็งที่ทำให้ Pruksa ต่างจากผู้เล่นรายอื่นคงอยู่ในมิตินี้
เพราะ Pruksa เป็นผู้พัฒนาอสังหาฯ รายเดียวที่มีธุรกิจโรงพยาบาลของตัวเอง
โดยโรงพยาบาลวิมุต เป็นโรงพยาบาลที่มีศูนย์ความชำนาญทางการแพทย์ ที่พร้อมรักษาโรคซับซ้อนแบบครบวงจร เช่น ศูนย์โรคปอด, หัวใจ และกระดูก ด้วยทีมแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญสูง
ถึงตรงนี้ คุณอังคณา ลิขิตจรรยากุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและองค์กรกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ได้เล่าเพิ่มเติมว่า..
การมีโรงพยาบาลในเครือช่วยให้ Pruksa ดูแลสุขภาพของลูกบ้านได้ครอบคลุมมากขึ้น โดยแบรนด์ใช้เวลาถึง 5 ปี เพื่อเชื่อมต่อระบบหลังบ้านแต่ละโครงการ เข้ากับระบบการแพทย์ของโรงพยาบาล
เพราะ Pruksa มองว่าการดูแลสุขภาพควรเริ่มป้องกันตั้งแต่ต้น นั่นทำให้แบรนด์ต้องการเปลี่ยนพฤติกรรมลูกบ้านจากรักษาเมื่อป่วย เป็นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันระยะยาว ผ่านบริการต่าง ๆ เช่น
- Telemedicine บริการแพทย์ออนไลน์
ให้คำปรึกษาและคัดกรองอาการแบบไม่มีค่าใช้จ่ายปีละ 4 ครั้ง ครอบคลุมอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยถึงฉุกเฉิน
- Family Doctor หมอประจำครอบครัว
ไม่ได้รักษาเฉพาะโรค แต่ดูแลสุขภาพองค์รวมทั้งร่างกาย จิตใจ และปัจจัยรอบข้าง โดยเน้นความสัมพันธ์ระยะยาวกับคนในครอบครัว ตั้งแต่ประเมินความเสี่ยง ให้คำแนะนำด้านสุขภาพ และติดตามสุขภาพ เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีแพ็กเกจตรวจสุขภาพสำหรับลูกบ้านใหม่ ส่วนลดค่ารักษาและรถพยาบาลฉุกเฉินที่ลูกบ้านทุกคนเข้าถึงได้ โดยสิทธิประโยชน์ทั้งหมดจะถูกตรวจสอบใหม่ทุกปี เพื่อให้ตอบโจทย์ลูกบ้านอยู่เสมอ
ถึงตรงนี้ คุณปัทมา ยกตัวอย่างเคสจริงลูกบ้านรายหนึ่ง ที่ได้รับแพ็กเกจตรวจสุขภาพจากโครงการ และนำสิทธิ์นี้ไปให้คุณพ่อใช้ ก่อนตรวจพบว่าคุณพ่อเป็นโรคหัวใจ และเข้ารักษาได้ทันเวลา
จุดนี้เองทำให้ลูกบ้านประทับใจอย่างมาก
เพราะบ้านที่ซื้อวันนั้น ช่วยให้คนในครอบครัวตรวจพบโรคได้ทัน จนสุดท้ายลูกบ้านรายนั้นตัดสินใจกลับมาซื้อบ้านของโครงการ Pruksa เพิ่มอีกแห่ง
สรุปได้ว่า สิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพที่ผูกติดมากับตัวบ้าน Pruksa ไม่ได้เป็นแค่แคมเปญการตลาดเพื่อใช้ปิดการขาย แต่คือสิทธิประโยชน์ที่ช่วยดูแลสุขภาพของคนในครอบครัวได้จริง
แกนที่ 3 Well Community
สำหรับที่อยู่อาศัย สภาพแวดล้อมและสังคมรอบตัว มีผลต่อความสุขและสุขภาพจิตผู้อยู่อาศัยอย่างมาก นั่นทำให้พื้นที่ส่วนกลาง เช่น สระว่ายน้ำ หรือฟิตเนส ถูกออกแบบมาให้คนอยากออกมาใช้ชีวิตร่วมกัน
แต่สำหรับ Pruksa การออกแบบพื้นที่ส่วนกลางไม่ได้มองแค่ฟังก์ชันใช้งานอย่างเดียว เพราะแบรนด์นำข้อมูลการแพทย์ มาช่วยออกแบบพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตลูกบ้านด้วย
ตัวอย่างเช่น การให้ทีมแพทย์เข้ามาช่วยแนะนำอุปกรณ์ออกกำลังกายแบบ Low Impact ที่เหมาะกับผู้สูงอายุ หรือการทำสระว่ายน้ำทวนกระแสในบางโครงการ
นอกจากนี้ ยังมี Well-Living Club บน Line OA ที่เชื่อมลูกบ้านเข้ากับบริการสุขภาพ สิทธิประโยชน์ และ Community Experience ทั้งหมดไว้ที่เดียว
ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญ ที่ช่วยเชื่อมโยงการอยู่อาศัยเข้ากับการดูแลสุขภาพแบบไร้รอยต่อ
ตัวอย่างเช่น การจัดกิจกรรม Health to Home ที่มีบริการตรวจสุขภาพเข้ามาบริการถึงโครงการ โดยนำเครื่องวิเคราะห์สรีระมาตรวจและแก้อาการออฟฟิศซินโดรม หรือการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เป็นต้น
รวมไปถึงการสร้างชุมชนตามความสนใจ ไม่ว่าจะเป็น การจัดชมรมวิ่งออกกำลังกาย หรือการตั้งกลุ่มคนรักสัตว์ ที่ Pruksa ร่วมมือกับโรงพยาบาลสัตว์ เพื่อเข้ามาดูแลสัตว์เลี้ยงของลูกบ้านโดยเฉพาะ
ทั้งหมดนี้จะช่วยสร้างสังคมคุณภาพ ทำให้ผู้คนได้มาใช้ชีวิตและมีความสุขร่วมกัน
ถึงตรงนี้ คงเห็นแล้วว่า Pruksa ไม่ได้สร้างแค่ที่อยู่อาศัย
แต่กำลังสร้างระบบการใช้ชีวิตที่ดีในระยะยาวให้ลูกบ้านทุกคน ด้วยการเชื่อมบ้าน สุขภาพ และสังคมเข้าเป็น Ecosystem เดียวกัน
ท้ายนี้ คุณปัทมา ยังแชร์มุมมองในอีก 10 ปีข้างหน้าว่า..
ธุรกิจอสังหาฯ อาจแข่งขันกันเรื่องทำเลและราคาได้สูสีจนแยกไม่ออก
แต่แกนสำคัญที่จะชนะใจคนคือ เรื่องของสุขภาพ
และข้อได้เปรียบของ Pruksa วันนี้ คือการเริ่มปรับธุรกิจเป็น Integrated Living & Healthcare Platform แล้วก่อนใคร ทำให้ลูกบ้านรู้เลยว่าการอยู่อาศัยที่ดีทั้งชีวิตนั้นจะเป็นอย่างไร
ภายใต้ Lifetime Well-Living จาก Pruksa ถูกถ่ายทอดผ่าน 3 โครงการใหม่ คือ
- The Palm Courtyard Bangna KM8 เน้นธรรมชาติและ Courtyard เชื่อมแสงและลม
- The Reserve Villas Sukhumvit 89/1 บ้านใจกลางเมือง ที่ออกแบบด้วย Passive Design
- Chapter Charoenkrung Riverside บรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาแบบ Community of Friends
ใครที่สนใจ สามารถลงทะเบียนเยี่ยมชมโครงการ หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ Facebook Pruksa Family Club, เว็บไซต์ www.pruksa.com หรือโทร. 1739
#Pruksa #pruksalifetimewellliving #ANewWayofWellLivingRedefined
Reference :
- บทสัมภาษณ์ตรง Pruksa โดยลงทุนแมน
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon