ทำไม SME ไทย ที่คิดเป็น 90% ของธุรกิจทั้งประเทศ แต่สร้าง GDP ได้เพียง 1 ใน 3 ?

ทำไม SME ไทย ที่คิดเป็น 90% ของธุรกิจทั้งประเทศ แต่สร้าง GDP ได้เพียง 1 ใน 3 ?

SME หรือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม คือกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจไทย
มีจำนวนมากกว่า 90% ของธุรกิจทั้งประเทศ
แต่ที่น่าสนใจคือ ตัวเลขนี้สวนทางกับ มูลค่าทางเศรษฐกิจ ที่ SME สร้างได้
เพราะมูลค่าที่ SME ทุกรายรวมกันสร้างขึ้น คิดเป็นเพียงประมาณ 1 ใน 3 ของ GDP ไทยเท่านั้น
คำถามคือ อะไรที่กำลังฉุดรั้งศักยภาพการเติบโตของ SME ไทยอยู่ ?
ล่าสุด ทีทีบี ได้เปิดผลสำรวจชื่อ SME Insight 2026 ที่พยายามตอบคำถามนี้
แล้วได้คำตอบว่าอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ทีทีบี ทำการสำรวจข้อมูลเชิงลึกจากผู้ประกอบการไทย 120 ราย ครอบคลุม 4 อุตสาหกรรมหลักของประเทศ
ภาพรวมที่ได้น่าสนใจมาก เพราะมันสะท้อนความขัดแย้งสำคัญ
ในด้านหนึ่ง SME ไทย ไม่ได้หยุดพัฒนา
87% ของ SME ไทย ใช้เครื่องมือดิจิทัลในการบริหาร
59% เริ่มนำ AI มาประยุกต์ใช้แล้ว
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ผลลัพธ์ทางธุรกิจกลับไม่สอดคล้องกับความพยายาม
มากกว่า 58% ของธุรกิจ มีรายได้ทรงตัวหรือปรับลดลง
กลุ่มที่เติบโตได้ ส่วนใหญ่ขยายตัวเพียง 5-10% เท่านั้น
หมายความว่า SME ไทย พยายามมาก แต่เปลี่ยนความพยายามเป็นการเติบโตจริงไม่ค่อยได้
ทีทีบี เรียกสาเหตุของเรื่องนี้ว่า จุดล็อก 5 จุด ที่ฉุดรั้งการเติบโตของ SME ไทย
จุดล็อกที่ 1 – คิดเพื่ออยู่รอด แต่ไม่คิดเพื่อชนะในเกม
ผู้ประกอบการจำนวนมาก ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
ขาดแผนระยะยาว ไม่กล้าปรับเปลี่ยน และไม่กล้าลงทุนเพื่อการเติบโต
ผลคือ ธุรกิจอยู่รอดได้ แต่ไม่สามารถสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดได้
จุดล็อกที่ 2 – ใช้ดิจิทัล แต่ไม่พลิกเกมธุรกิจ
แม้ผู้ประกอบการจะเริ่มใช้เครื่องมือดิจิทัลและ AI แล้ว
แต่ส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับพื้นฐาน เช่น การใช้แอปบัญชี การโพสต์โฆษณาออนไลน์ ยังไม่ได้นำดิจิทัลและ AI มาใช้ในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่พลิกธุรกิจได้จริง
จุดล็อกที่ 3 – รู้กำไรขาดทุน แต่ไม่บริหารความเสี่ยง
SME จำนวนมาก ใช้ระบบบัญชีมากขึ้น สามารถดูตัวเลขกำไรขาดทุนได้
แต่ยังไม่นำข้อมูลนี้ ไปใช้บริหารต้นทุน กระแสเงินสด และความเสี่ยงทางธุรกิจ
ผลคือ เห็นตัวเลข แต่ไม่เห็นแนวโน้ม ที่กำลังจะเกิดขึ้น ทำให้พลาดโอกาสในการปรับตัวล่วงหน้า
จุดล็อกที่ 4 – โตที่ขนาด แต่ไม่โตที่ประสิทธิภาพ
หลายธุรกิจสร้างยอดขายได้เพิ่มขึ้น
แต่กระบวนการทำงานและโครงสร้างองค์กร ยังไม่พร้อมรองรับการขยายตัว
ผลคือ ยิ่งขายมาก ยิ่งวุ่นวาย ยิ่งต้นทุนสูง จนกำไรไม่เติบโตตามรายได้
จุดล็อกที่ 5 – อยากไปต่อ แต่ไม่มีแผนที่นำทาง
SME มีความตั้งใจขยายธุรกิจ และไม่หยุดพัฒนา
แต่ยังขาดทิศทาง เครื่องมือ และคำแนะนำที่ช่วยให้การเติบโตเกิดขึ้นได้จริง
เหมือนคนที่อยากเดินทาง แต่ไม่มีแผนที่
อย่างงี้แล้ว ผู้ประกอบการที่เติบโตได้จริง ทำอะไรต่างจากกลุ่มที่ติดล็อก ?
ทีทีบี พบว่า ผู้ประกอบการที่เติบโตได้อย่างโดดเด่น มักมี 3 องค์ประกอบร่วมกัน
1. Growth and Transformation Mindset
ปรับแนวคิดมุ่งสู่การเติบโต และพร้อมเปลี่ยนผ่านธุรกิจ ไม่ยึดติดกับวิธีเดิม
2. Digital and AI Empowerment
ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยดิจิทัลและ AI ในระดับที่ลึกพอจะใช้ตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่ใช้เป็นเครื่องมือพื้นฐาน
3. Strategic Risk Management
บริหารจัดการความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่ดูตัวเลขกำไรขาดทุน แต่มองเห็นความเสี่ยงล่วงหน้าได้
โดยทีทีบี ได้ออกแบบโซลูชันสนับสนุน SME ภายใต้บทบาท Growth Navigator ผ่าน 3 แนวทางที่เชื่อมโยงตรงกับจุดล็อกที่พบ
Financial Solutions สนับสนุนเงินทุนและโซลูชันทางการเงิน เพื่อเสริมสภาพคล่องและรองรับการเติบโตของธุรกิจทั้งซัพพลายเชน
Digital Tools and Platform เครื่องมือดิจิทัลที่ครอบคลุมการขาย การรับ การใช้ การจ่าย การบริหารบุคลากร และการบริหารภาพรวมทางการเงินของธุรกิจ
Knowledge and Advisory เสริมองค์ความรู้ผ่านโครงการ SME Growth Navigator พร้อมทีมเจ้าหน้าที่บริหารความสัมพันธ์ลูกค้าธุรกิจ (RM) ที่ทำหน้าที่คู่คิดในการวางกลยุทธ์
ผลสำรวจของทีทีบี ชี้ให้เห็นชัดว่า ปัญหาของ SME ไทย ไม่ใช่เรื่องของความขยันหรือความตั้งใจ
เพราะตัวเลขสะท้อนแล้วว่า ผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ ใช้ทั้งดิจิทัล และเริ่มใช้ AI แล้ว
แต่ปัญหาอยู่ที่ ระดับความลึก ของการใช้เครื่องมือ และทิศทางของการพัฒนา
ในยุคที่การแข่งขันรุนแรงขึ้น และเศรษฐกิจโตช้า
SME ไทยที่จะอยู่รอดและเติบโตได้ ไม่ใช่ผู้ที่มีเครื่องมือเยอะที่สุด
แต่คือผู้ที่ใช้เครื่องมือที่มี ให้ลึกพอจะเปลี่ยนเกมธุรกิจได้
และนี่คือโจทย์สำคัญของอุตสาหกรรม SME ไทย ในทศวรรษถัดไป..

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon