SPMO กองทุนที่ทำผลตอบแทนชนะ S&P 500 ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

SPMO กองทุนที่ทำผลตอบแทนชนะ S&P 500 ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

SPMO กองทุนที่ทำผลตอบแทนชนะ S&P 500 ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา /โดย ลงทุนแมน
กองทุน S&P 500 แบบทั่วไป คือกองทุนที่ลงทุนตามดัชนี S&P 500 ซึ่งประกอบด้วยบริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ประมาณ 500 บริษัท
แต่ SPMO เป็นกองทุน S&P 500 ที่ต่างออกไป..
เพราะไม่ได้ลงทุนในหุ้นทุกตัวของ S&P 500 ตามสัดส่วนแบบดัชนีทั่วไป แต่จะเลือกเฉพาะหุ้นที่มีแรงส่งของราคา หรือ Momentum สูงจากในดัชนี S&P 500
โดย Momentum คือแนวคิดการลงทุนที่มองว่า หุ้นที่ราคาปรับตัวได้แข็งแกร่งกว่าตลาดในช่วงที่ผ่านมา อาจมีโอกาสปรับตัวได้ดีต่อไปอีกระยะหนึ่ง
จากแนวคิดนี้ ทำให้ Invesco S&P 500® Momentum ETF หรือ SPMO เลือกลงทุนในหุ้นจากดัชนี S&P 500 ที่มี Momentum Score สูง
พูดให้เข้าใจง่าย ๆ..
ถ้ากองทุน S&P 500 แบบทั่วไป คือการลงทุนในหุ้นใหญ่ของสหรัฐฯ ทั้งทีม กองทุน S&P 500 แบบ Momentum คือการเลือกลงทุนในผู้เล่นที่ฟอร์มกำลังดี จากทีมเดียวกัน
กลยุทธ์แบบนี้มันก็คือ การลงทุนที่อิงดัชนีหลัก แต่ขอใส่สูตรเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนให้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด ผ่านการคัดเลือกหุ้นที่เป็นตัวแรงตามเทรนด์
โดยเริ่มต้นจากการนำหุ้นทั้งหมดในดัชนี S&P 500 มาจัดอันดับเพื่อหาหุ้นที่มีแรงส่งของราคาแรงที่สุด โดยพิจารณาจากผลตอบแทนย้อนหลังประมาณ 12 เดือน
แต่มีเทคนิคสำคัญคือ จะตัดข้อมูลของเดือนล่าสุดออกไป เพื่อไม่ให้ความผันผวนและการแกว่งตัวระยะสั้นมาทำให้ภาพรวมเสียไป
จากนั้นระบบจะคัดเลือกเฉพาะหุ้นที่มีคะแนนความแรงอยู่ในกลุ่มบนสุดมาเข้าพอร์ต โดยจัดสรรน้ำหนักเงินลงทุนตามขนาดของบริษัทควบคู่กับคะแนนความแรง ยิ่งบริษัทใหญ่และราคาวิ่งดี ก็ยิ่งได้สัดส่วนเงินลงทุนที่สูงขึ้น
ทั้งนี้กองทุนมีกฎเหล็กว่าจะต้องคงสัดส่วนการลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ไม่น้อยกว่า 90% ของสินทรัพย์ทั้งหมด และจะทำการปรับพอร์ตจัดอันดับกันใหม่ปีละ 2 ครั้ง เพื่อคัดหุ้นที่หมดแรงออกไป แล้วทดแทนด้วยหุ้นที่เป็นตัวแรงตัวใหม่
ทำให้พอร์ตการลงทุนนี้เต็มไปด้วยหุ้นตัวท็อปที่กำลังมีแนวโน้มขาขึ้นอยู่เสมอ
จากเรื่องนี้ ทำให้ SPMO มีจำนวนหุ้นในพอร์ตประมาณ 99 หุ้น เท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าการลงทุนใน S&P 500 แบบทั่วไปที่กระจายไปยังหุ้นราว 500 หุ้น
ตัวอย่างหุ้นที่อยู่ในพอร์ตของ SPMO 10 อันดับแรก ณ วันที่ 31 มีนาคม 2026 ได้แก่
Nvidia สัดส่วน 9.37%
Broadcom สัดส่วน 7.04%
Johnson & Johnson สัดส่วน 5.60%
Micron Technology สัดส่วน 5.01%
Alphabet Class A สัดส่วน 4.88%
ExxonMobil สัดส่วน 4.35%
Alphabet Class C สัดส่วน 3.90%
Lam Research สัดส่วน 3.19%
Caterpillar สัดส่วน 2.82%
Advanced Micro Devices สัดส่วน 2.19%
จะเห็นว่า หุ้นหลักในพอร์ตมีทั้งบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เช่น Nvidia, Broadcom, Alphabet และ AMD
รวมถึงหุ้นกลุ่มอื่นอย่าง Johnson & Johnson, ExxonMobil และ Caterpillar
อย่างไรก็ตาม พอร์ตของ SPMO ในช่วงเวลานี้ มีน้ำหนักในกลุ่ม Information Technology สูงถึง 43.62%
สะท้อนว่า กองทุนมีการให้น้ำหนักกับหุ้นเทคโนโลยี และหุ้นที่มีแรงส่งสูงมากกว่ากองทุน S&P 500 แบบทั่วไป
คำถามที่น่าสนใจคือ แล้ว SPMO ทำผลตอบแทนชนะ S&P 500 ไหม ?
เมื่อนำผลตอบแทนของ SPMO มาเทียบกับ S&P 500 Index จะพบว่า ในหลายช่วงเวลา กองทุนหลักทำผลตอบแทนได้สูงกว่า (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2026)
ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี
SPMO = 22.32% ต่อปี
S&P 500 Index = 17.80% ต่อปี
ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี
SPMO = 28.36% ต่อปี
S&P 500 Index = 18.32% ต่อปี
ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี
SPMO = 17.51% ต่อปี
S&P 500 Index = 12.06% ต่อปี
ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี
SPMO = 17.23% ต่อปี
S&P 500 Index = 14.16% ต่อปี
แต่สิ่งที่ต้องเข้าใจคือ กองทุน S&P 500 แบบ Momentum ไม่ได้ชนะตลาดในทุกช่วงเวลา
เพราะหุ้นที่เคยมี Momentum ดีในอดีต อาจไม่ได้ปรับตัวดีต่อไปในอนาคตเสมอไป และหากตลาดเกิดการเปลี่ยนกลุ่มผู้นำอย่างรวดเร็ว กองทุนลักษณะนี้ก็อาจให้ผลตอบแทนต่ำกว่า S&P 500 แบบทั่วไปได้
ตัวอย่างเช่น ในช่วงต้นปี 2026 จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2026 ผลตอบแทนของ SPMO อยู่ที่ -5.74% ขณะที่ S&P 500 Index อยู่ที่ -4.33%
แปลว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว SPMO ปรับตัวลงมากกว่า Benchmark เช่นกัน..
หมายเหตุ : ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะ เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon