
ถือหุ้นปันผลอย่างไร ? ไม่ให้กลายเป็น เสือนอนกิน ที่ติดดอย
ถือหุ้นปันผลอย่างไร ? ไม่ให้กลายเป็น เสือนอนกิน ที่ติดดอย / ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง x SET
ใคร ๆ ก็อยากเป็นเสือนอนกิน
ตื่นมา เงินโอนเข้า ไม่ต้องทำอะไร
ตื่นมา เงินโอนเข้า ไม่ต้องทำอะไร
แต่ความจริงที่โหดกว่านั้นคือ มีคนจำนวนมากที่คิดว่าตัวเองกำลังเป็นเสือนอนกิน แต่แท้จริงแล้วคือเสือติดดอย ที่แบกหุ้นขาดทุนไว้บนหลัง แล้วรับปันผลปีละนิดหน่อยเพื่อปลอบใจตัวเอง
แล้วคำว่าเสือนอนกิน ที่ไม่ติดดอย จริง ๆ แล้วมีหน้าตาอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ภาพเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
- เปิดโปรแกรมคัดกรองหุ้น
- กรองคำว่า “ปันผลสูงสุด”
- กด Buy แล้วจบงาน
- เปิดโปรแกรมคัดกรองหุ้น
- กรองคำว่า “ปันผลสูงสุด”
- กด Buy แล้วจบงาน
แต่หลายคนกลับไม่ถามว่าทำไมหุ้นตัวนั้นถึงให้ปันผลสูงผิดปกติ ?
ลองคิดดูง่าย ๆ
หุ้นบริษัทหนึ่ง ราคาเดิม 100 บาท จ่ายปันผลปีละ 5 บาท ได้ Yield = 5% ตัวเลขนี้ยังดูธรรมดา
หุ้นบริษัทหนึ่ง ราคาเดิม 100 บาท จ่ายปันผลปีละ 5 บาท ได้ Yield = 5% ตัวเลขนี้ยังดูธรรมดา
ต่อมาธุรกิจเริ่มแย่ลง ราคาหุ้นร่วงเหลือ 50 บาท แต่ตัวเลขในกระดานยังอ้างอิงปันผลปีก่อน 5 บาทอยู่
ผลลัพธ์ที่เห็นบนหน้าจอ คือ Yield = 10%
ผลลัพธ์ที่เห็นบนหน้าจอ คือ Yield = 10%
ดูน่าตื่นเต้นมาก แต่นั่นไม่ใช่โอกาส
ทว่ามันคือ กับดักปันผล หรือที่เรียกว่า Dividend Trap
ทว่ามันคือ กับดักปันผล หรือที่เรียกว่า Dividend Trap
สมมติซื้อเข้าไป 100,000 บาท
ผ่านไปหนึ่งปี กิจการยังแย่ต่อ ประกาศลดปันผลเหลือ 2 บาท ราคาหุ้นดิ่งต่อเหลือ 30 บาท
ผ่านไปหนึ่งปี กิจการยังแย่ต่อ ประกาศลดปันผลเหลือ 2 บาท ราคาหุ้นดิ่งต่อเหลือ 30 บาท
จากเงิน 100,000 บาท กลายเป็น 60,000 บาท
ขาดทุนไป 40,000 บาท ได้ปันผลกลับมา 4,000 บาท คิดเป็น Dividend Yield เพียง 4%
ขาดทุนไป 40,000 บาท ได้ปันผลกลับมา 4,000 บาท คิดเป็น Dividend Yield เพียง 4%
ตัวเลขสุทธิ คือ ขาดทุน 36,000 บาท
จะเห็นว่าเงินปันผลที่ได้มา แทบไม่ได้ช่วยอะไรเลย
จะเห็นว่าเงินปันผลที่ได้มา แทบไม่ได้ช่วยอะไรเลย
แล้วที่น่ากลัวกว่านั้นคือ เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดแค่ในทฤษฎี
เราลองมาดูเคสจริง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นกัน
เราลองมาดูเคสจริง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นกัน
เคสที่ 1 กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และวัสดุก่อสร้างบางตัว
ลองนึกภาพหุ้นอสังหาริมทรัพย์หรือสินค้าอุปโภคบริโภคบางตัวที่เคยกำไรดีในอดีต
ลองนึกภาพหุ้นอสังหาริมทรัพย์หรือสินค้าอุปโภคบริโภคบางตัวที่เคยกำไรดีในอดีต
เช่น ช่วงปี 2562-2563 Yield ดูสูงขึ้นมาทันที เพราะราคาหุ้นร่วงลงมาก่อนหน้า
แต่หลังจากนั้นพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนและกำลังซื้อหดตัว ผลลัพธ์คือบริษัทต้องลดปันผลเพราะกำไรหาย
คนที่ซื้อเพราะ Yield สูง จึงติดดอยและราคาหุ้นลงไปอีก 30-40%
เคสที่ 2 กับดักปันผลในหุ้นกลุ่มสื่อ
หุ้นสื่อโทรทัศน์และสิ่งพิมพ์บางตัวในช่วงปี 2561-2564 มี Yield เด่นมากในกระดาน บางตัวแตะ 8-10%
หุ้นสื่อโทรทัศน์และสิ่งพิมพ์บางตัวในช่วงปี 2561-2564 มี Yield เด่นมากในกระดาน บางตัวแตะ 8-10%
แต่ถ้าย้อนดูงบการเงิน จะพบว่ารายได้จากโฆษณาหดตัวลงทุกปี บริษัทจ่ายปันผลจากเงินสดสะสมเดิม ไม่ใช่จากกำไรของธุรกิจจริง
คำถามต่อไปก็คือ แล้วเงินสดสะสมจะอยู่ได้อีกกี่ปี ?
คำตอบคือไม่นาน และหลายตัวก็ลดหรือหยุดปันผลในที่สุด ราคาหุ้นบางตัวลดลงมากว่า 80% ในปัจจุบัน
คำตอบคือไม่นาน และหลายตัวก็ลดหรือหยุดปันผลในที่สุด ราคาหุ้นบางตัวลดลงมากว่า 80% ในปัจจุบัน
แล้วคนที่ยังต้องการเก็บเกี่ยวเงินปันผล ต้องทำอย่างไร ?
นักลงทุนสายปันผลที่อยู่รอดในระยะยาวไม่ได้ดูแค่ตัวเลขปันผลในอดีต
แต่ดูว่า กิจการจะมั่นคง อยู่รอด และมีกระแสเงินสดพอจ่ายปันผลในอนาคตไหม
และสไตล์การลงทุนก็ไม่มีสูตรเดียวสำหรับทุกคน
และสไตล์การลงทุนก็ไม่มีสูตรเดียวสำหรับทุกคน
สายแรก คือ เน้นความมั่นคง
เหมาะกับวัยใกล้เกษียณหรือคนที่นอนไม่หลับถ้าพอร์ตผันผวน เน้นหุ้นสาธารณูปโภค รายได้นิ่ง จ่ายปันผลสม่ำเสมอ ไม่หวือหวา แต่กิจการไม่หายหน้าไปไหน
เหมาะกับวัยใกล้เกษียณหรือคนที่นอนไม่หลับถ้าพอร์ตผันผวน เน้นหุ้นสาธารณูปโภค รายได้นิ่ง จ่ายปันผลสม่ำเสมอ ไม่หวือหวา แต่กิจการไม่หายหน้าไปไหน
ลองนึกถึงบริษัทที่ผูกขาดโครงสร้างพื้นฐานในชีวิตประจำวัน เช่น ไฟฟ้า น้ำประปา ท่อก๊าซ สัมปทานถนน
คนยังคงใช้บริการเหล่านี้ไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือแย่ และนั่นคือเกราะป้องกันที่แน่นที่สุด
สายที่สอง คือ เน้นการเติบโตต่อเนื่อง
เหมาะสำหรับ Gen Y ที่ยังมีเวลาอีกยาว
ทำ DCA สะสมหุ้นผู้นำตลาดที่มี Moat แกร่งทีละนิดทุกเดือน กิจการโต พอร์ตโต ปันผลโต ไปพร้อมกัน
เหมาะสำหรับ Gen Y ที่ยังมีเวลาอีกยาว
ทำ DCA สะสมหุ้นผู้นำตลาดที่มี Moat แกร่งทีละนิดทุกเดือน กิจการโต พอร์ตโต ปันผลโต ไปพร้อมกัน
ตัวอย่างง่าย ๆ คือ ธุรกิจที่ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งมาสิบปี มีแบรนด์ที่คู่แข่งลอกไม่ได้ มีฐานลูกค้าที่เหนียวแน่น แม้ปันผลปีนี้อาจดูไม่สูงสะดุดตา แต่ถ้าถือสิบปี ปันผลที่เติบโตทบต้นทุกปีนั้นต่างหากที่น่าสนใจ
สุดท้าย คือ เน้นสวนเทรนด์
เหมาะสำหรับคนที่กล้าพอ และชอบหาหุ้นแข็งแกร่งที่ราคาร่วงเกินพื้นฐาน
เหมาะสำหรับคนที่กล้าพอ และชอบหาหุ้นแข็งแกร่งที่ราคาร่วงเกินพื้นฐาน
ถ้าซื้อได้ที่ 10 บาท ตอนจ่ายปันผล 0.50 บาท (Yield 5%) แล้วธุรกิจพลิกฟื้น ปันผลเพิ่มเป็น 1 บาท Yield บนต้นทุนของเรากลายเป็น 10% ทันที แถมราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาอีก
แต่ความยากของสายนี้คือ ต้องแยกให้ออกว่า หุ้นที่ราคาดิ่งนั้น ดิ่งเพราะตลาดตกใจเกินจริง หรือดิ่งเพราะธุรกิจพังจริง ๆ
ถ้าแยกไม่ออก สุดท้ายสายนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับสายแรกที่ติดกับดักปันผลเลย
สรุปสั้น ๆ เสือนอนกินที่รอดจริง ๆ ไม่ใช่คนที่ตามล่าตัวเลขปันผลสูงสุดในกระดาน แต่คือคนที่รู้ว่า กิจการที่ตัวเองถือนั้น ยังมีแรงจ่ายปันผลต่อไปได้อีกกี่ปี
เพราะเสือนอนกินที่ตื่นมาแล้วพบว่าบัญชีติดลบ เสือแบบนั้นไม่ได้นอนกิน แต่คือเสือที่กำลังนอนพักผ่อนอยู่บนดอยสูง ๆ นั่นเอง..
และถ้าอยากรู้ว่าหุ้นปันผลตัวไหนที่เป็นของจริง ในภาวะตลาดตอนนี้ ?
พบคำตอบใน Session 1 “ล็อกเป้าหมายสร้าง Passive Income จากหุ้นปันผลดี กิจการแกร่ง” ในงาน SET in the City 2026
วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2569 เวลา 13.00-14.00 น. สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5
วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2569 เวลา 13.00-14.00 น. สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5
คลิกลงทะเบียนล่วงหน้า ฟรี >> https://s.setth.org/lax