Pictet AM นิยามการลงทุนแบบสวิส เบื้องหลังความมั่งคั่งของมหาเศรษฐีทั่วโลก

Pictet AM นิยามการลงทุนแบบสวิส เบื้องหลังความมั่งคั่งของมหาเศรษฐีทั่วโลก

Pictet AM นิยามการลงทุนแบบสวิส เบื้องหลังความมั่งคั่งของมหาเศรษฐีทั่วโลก /โดย ลงทุนแมน
พูดถึง สวิตเซอร์แลนด์ สิ่งแรกที่ทุกคนนึกถึงคืออะไร ?
หลายคนคงนึกถึงนาฬิกากลไกสุดหรู ช็อกโกแลตชั้นเลิศ หรือธรรรมชาติที่สวยงาม
แต่อีกสิ่งที่ทรงอิทธิพลและขับเคลื่อนประเทศนี้มาอย่างยาวนาน
จนไม่พูดถึงไม่ได้เลย ก็คือ “อุตสาหกรรมการเงินและการลงทุน”
นอกจากระบบธนาคารที่ขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัย และการรักษาความลับที่ดีที่สุดในโลกแล้ว
ในแวดวงการบริหารความมั่งคั่ง ยังมีอยู่ชื่อหนึ่งที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความประณีต แม่นยำ และน่าเชื่อถือขั้นสุด จนถูกยกย่องว่าสะท้อนความเป็น ดีเอ็นเอสวิสระดับไฮเอนด์ ได้อย่างชัดเจนที่สุด
ชื่อนั้นมีชื่อว่า Pictet Asset Management หรือ Pictet AM
สายงานจัดการสินทรัพย์ชั้นนำของยุโรป ภายใต้ Pictet Group อ่านว่า พิกเตต์ สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังความมั่งคั่งของเหล่ามหาเศรษฐี และสถาบันการเงินระดับโลก มาอย่างยาวนานกว่า 200 ปี ตั้งแต่ยุคจักรพรรดินโปเลียน
แล้วคำว่า ดีเอ็นเอสวิสระดับไฮเอนด์ของ Pictet AM มีหน้าตาเป็นอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ย้อนกลับไปในปี 1805 ณ เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
จุดเริ่มต้นของ Pictet Group
ดีเอ็นเอของการดำเนินธุรกิจถูกเซตขึ้นตั้งแต่แรก คือการเน้นการช่วยเหลือลูกค้าในการจัดการความมั่งคั่ง
โดยมุ่งเน้นการกระจายความเสี่ยงและการลงทุนระยะยาว เพื่อปกป้องทรัพย์สินของลูกค้าจากวิกฤติเศรษฐกิจ
ตลอดระยะเวลากว่า 220 ปีที่ผ่านมา
ผ่านการพิสูจน์ฝีมือในทุกสมรภูมิเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็น สงครามโลกทั้งสองครั้ง วิกฤติการณ์ Great Depression ในปี 1929 หรือวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ในปี 2008
แต่ไม่ว่าโลกจะเผชิญพายุหนักหนาแค่ไหน Pictet Group ก็ยังคงยืนหยัดและเติบโตอย่างมั่นคงจนมาถึงวันนี้
ต้องบอกว่า Pictet Group ได้เริ่มก้าวเข้าสู่ธุรกิจการจัดการสินทรัพย์ให้กับลูกค้าสถาบัน (Institutional Asset Management) ในปี 1967
กลุ่มบริษัทได้ปรับโครงสร้างโดยรวบรวมกิจกรรมและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสถาบันทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน
Pictet AM จึงถือกำเนิดขึ้นในปี 1999
นับตั้งแต่นั้น Pictet AM กลายเป็นหนึ่งในเสาหลักของกลุ่มบริษัท โดยดำเนินงานควบคู่ไปกับสายงานเฉพาะทางอื่น ๆ เพื่อรวมศูนย์และเพิ่มความเป็นมืออาชีพในการให้บริการ แก่กลุ่มลูกค้าองค์กรและสถาบัน
ดีเอ็นเอที่ถูกส่งต่อมา จนปัจจุบัน Pictet AM ได้ก้าวขึ้นมาเป็น บลจ. ชั้นนำของยุโรป
ซึ่ง ณ สิ้นปี 2025 มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ หรือ AUM ราว 10 ล้านล้านบาท
ขับเคลื่อนด้วยบุคลากรมากกว่า 1,100 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ที่คอยเฟ้นหาโอกาสในตลาดสูงถึง 400 คน หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 36% เลยทีเดียว
ถือว่าอยู่ในระดับสูงและหาได้ยาก เพราะ บลจ. ทั่วไป มักเทน้ำหนักพนักงาน 70-80% ไปที่ฝ่ายขาย การตลาด หรือระบบหลังบ้าน เพื่อปั๊ม AUM ให้มีขนาดใหญ่ เพื่อกินค่าธรรมเนียมบริหารจัดการ
ซึ่งการที่อัดแน่นด้วยทีมมันสมองขนาดนี้ สะท้อนได้เป็นอย่างดีว่า Pictet AM เน้นการบริหารเชิงรุก เพื่อเฟ้นหาผลตอบแทนเหนือกว่าตลาด มอบให้สำหรับผู้ลงทุน
ความแข็งแกร่งเชิงตัวเลขเหล่านี้ ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่มาจากโครงสร้างการบริหารที่แตกต่างและหาได้ยากในปัจจุบัน
เพราะ Pictet Group เป็นบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ ที่บริหารงานในรูปแบบ Corporate Partnership
หรือมีหุ้นส่วนผู้จัดการเพียงไม่กี่คนเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ที่ลงมือบริหารด้วยตัวเอง
และส่งผลมายัง Pictet AM..
เมื่อบริษัทแม่มีโครงสร้างแบบอิสระ ไม่โดนกดดันจากราคาหุ้น หรือตัวเลขกำไรที่ต้องรายงานตลาดหลักทรัพย์ทุกไตรมาส ทำให้ทีมลงทุนจึงมีอิสระในการบริหารเงินลงทุน สามารถมองผลประโยชน์ของผู้ลงทุนในระยะยาว ระดับชั่วอายุคน หรือข้าม Generations
วิสัยทัศน์นี้เอง ที่นำไปสู่ความเชี่ยวชาญอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Pictet AM
นั่นคือการเป็น “ผู้บุกเบิกการลงทุนเชิงธีม” ระดับโลก
ซึ่งถือเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่จัดตั้งกองทุนเฉพาะทางเพื่อลงทุนในธีมที่โลกขาดไม่ได้ เช่น พลังงานสะอาด, เทคโนโลยีดิจิทัล และความมั่นคงทางอาหาร
โดยใช้ทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางระดับโลกมาเจาะลึกและคัดเลือกหุ้นที่เป็นผู้ชนะที่แท้จริงในแต่ละอุตสาหกรรม
และหนึ่งในธีมการลงทุนที่เป็น Flagship ระดับตำนานและสร้างชื่อเสียงให้กับ Pictet AM ไปทั่วโลก
ก็คือ ธีม Premium Brands
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจผันผวนหรือเงินเฟ้อพุ่งสูง จะมีธุรกิจกลุ่มหนึ่งที่แทบไม่ได้รับผลกระทบ แถมยังสามารถเติบโตได้ นั่นคือบริษัทที่เป็นเจ้าของแบรนด์ระดับพรีเมียมและลักชัวรี
เนื่องจากธุรกิจเหล่านี้ มีคุณค่าของแบรนด์ที่แข็งแกร่ง เป็นกำแพงป้องกันคู่แข่ง และสามารถส่งผ่านมายัง Pricing Power หรืออำนาจในการต่อรองราคาสูง
รู้ไหมว่า นักลงทุนไทยก็สามารถเข้าถึงธีมการลงทุนที่เป็น Flagship ของ Pictet AM ได้เช่นกัน
ผ่านกองทุนที่ชื่อว่า B-PREMIUM (กองทุนเปิดบัวหลวงพรีเมียมแบรนด์) ซึ่งจะเข้าไปลงทุนในกองทุนหลัก Pictet - Premium Brands, Class I EUR บริหารจัดการโดย Pictet Asset Management โดยตรง และกองทุน B-SIP (กองทุนเปิดบัวหลวงยั่งยืน) ที่ลงทุนในกองทุนหุ้นของ Pictet กลุ่มหุ้นยั่งยืน (Sustainability) ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป
ทำให้นักลงทุนไทยสามารถร่วมเป็นเจ้าของอาณาจักรธุรกิจระดับท็อปของโลก อย่างเช่น
- แบรนด์เครื่องหนังระดับท็อปอย่าง Hermès
- เครือแฟชั่นลักชัวรีที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง LVMH
- ผู้ผลิตเครื่องประดับและนาฬิกาหรูอย่าง Richemont เจ้าของเครื่องประดับ Cartier นาฬิกา Panerai
- ยักษ์ใหญ่แห่งวงการความงามอย่าง L’Oréal
มากไปกว่านั้น นักลงทุนไทยสามารถเข้าถึงความเชี่ยวชาญมาตรฐานสวิสนี้ได้มากขึ้นกว่าเดิม
เพราะล่าสุด บลจ.บัวหลวง หรือ BBLAM ได้จับมือเป็นพาร์ตเนอร์เชิงกลยุทธ์กับ Pictet AM แล้ว
ซึ่งถือเป็นจิกซอว์ชิ้นสำคัญของ BBLAM ที่ยกระดับความน่าเชื่อถือสู่มาตรฐานสากลไปอีกขั้น ผ่านความร่วมมือกันเชิงลึก เชื่อมต่อระบบและแลกเปลี่ยนมุมมองของทีมลงทุนร่วมกันอย่างใกล้ชิด
เพื่อให้มั่นใจว่า เงินลงทุนของนักลงทุนไทย กำลังถูกดูแลด้วยกระบวนการเดียวกับที่มหาเศรษฐี และสถาบันการเงินระดับโลก ไว้วางใจมานานกว่าสองศตวรรษ
ซึ่งภายใต้ปรัชญามองการณ์ไกลระดับชั่วอายุคน หรือข้าม Generations ของ Pictet AM
ผนึกกับการคัดสรรอย่างละเอียดจาก BBLAM จึงเปรียบเสมือนเกราะป้องกันชั้นดี ที่คอยนำทางพอร์ตการลงทุนของคนไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาวนั่นเอง..
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon