รู้จัก Verisign บริษัทที่ Apple และ Google ต้องยอมจ่ายเงินให้ปีละ 360 บาท

รู้จัก Verisign บริษัทที่ Apple และ Google ต้องยอมจ่ายเงินให้ปีละ 360 บาท

รู้จัก Verisign บริษัทที่ Apple และ Google ต้องยอมจ่ายเงินให้ปีละ 360 บาท /โดย ลงทุนแมน
รู้ไหมว่ามีอยู่บริษัทหนึ่งที่บังคับให้ธุรกิจที่มีมูลค่าระดับร้อยล้านล้านบาทอย่าง Google หรือ Apple ต้องยอมเสียเงินปีละ 360 บาท
แม้ตัวเลขจะน้อยนิด และถูกกว่าค่าสมาชิก Netflix ที่เราจ่ายแต่ละเดือนด้วยซ้ำ
แต่บริษัทใหญ่เหล่านี้ ก็เลือกไม่ได้ และต้องยอมโดนไถเงินเรื่อย ๆ มานาน
Verisign เป็นใคร แล้วทำธุรกิจอะไร ? ที่ทำให้บริษัทใหญ่ต้องยอมเสียเงินให้ทุกปี
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
Verisign ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1995 โดยคุณ James Bidzos ชาวกรีซที่อพยพมาหาโอกาสในประเทศสหรัฐอเมริกา
ในตอนแรก Verisign เริ่มสร้างชื่อเสียงจากธุรกิจตรวจสอบความปลอดภัยของเว็บไซต์ โดยคอยตรวจว่าเว็บไซต์นั้น ๆ มีตัวตนอยู่จริงหรือไม่
ซึ่งบริษัทที่ผ่านการตรวจสอบในยุคนั้นก็จะได้รับไอคอนแม่กุญแจสีเขียวติดอยู่ด้านหน้า URL เว็บไซต์แบบที่เราเคยเห็นกันในยุคก่อน
ในตอนนั้น ธุรกิจนี้รุ่งเรืองมาก เพราะเกิดขึ้นตอนยุคดอตคอมที่อินเทอร์เน็ตเพิ่งบูมใหม่ ๆ ผู้ใช้งานยังต้องการความน่าเชื่อถือเวลาเข้าเว็บไซต์
Verisign ก็เลยเติบโตอย่างรวดเร็ว จนเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น NASDAQ ได้สำเร็จในปี 1998
ทุกอย่างดูไปได้สวย และมันยังไปได้สวยกว่านั้น..
ในปี 2000 ตอนที่ฟองสบู่ดอตคอมแตกพอดี Verisign ได้เข้าซื้อกิจการของบริษัท Network Solutions ที่เป็นเจ้าของโดเมนเว็บไซต์อย่าง .com และ .net ผ่านการแลกหุ้นกันในมูลค่า 700,000 ล้านบาท
ดีลนี้ทำให้ Verisign กลายเป็นเจ้าของโดเมน .com ที่มีคนใช้งานมากสุดในโลก รวมถึงโดเมนอย่าง .net และ .org
ต่อมาบริษัทต้องเจอกับความท้าทายครั้งใหญ่ 2 เรื่อง
เรื่องแรกก็คือ องค์การอินเทอร์เน็ตโลกไม่ต่อสัญญาสัมปทานให้โดเมน .org ซึ่งเป็นโดเมนสำหรับ องค์กร หน่วยงาน หรือกลุ่มบุคคลที่ไม่แสวงหาผลกำไร (Non-Profit Organizations) เช่น มูลนิธิ สมาคม สถาบันการศึกษาบางแห่ง หรือโครงการการกุศลต่าง ๆ
โดยมีการโอนสิทธิ์โดเมน .org ไปให้องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ชื่อ PIR (Public Interest Registry) บริหารต่อแทน เพราะมองว่าเอกชนไม่ควรทำกำไรจากเว็บไซต์ของหน่วยงานไม่แสวงหาผลกำไร
ส่วนเรื่องที่สอง เป็นเรื่องใหญ่ คือ บริษัทถูกกล่าวหาว่าผูกขาดธุรกิจเว็บไซต์ จนทำให้ Verisign ต้องจำใจขายธุรกิจบางส่วน อย่างเช่นธุรกิจตัวแทนรับจดทะเบียนเว็บไซต์ออกไปในมูลค่าแค่ 3,300 ล้านบาท
ถ้าดูแบบเผิน ๆ เทียบกับมูลค่าที่ซื้อมาตอนแรก 700,000 ล้านบาท Verisign จะขาดทุนจากดีลนี้ไป 696,700 ล้านบาท -99.6% แต่ Verisign ยังมองขาดเลือกเก็บธุรกิจเจ้าของสิทธิ์โดเมนเว็บไซต์ .com และ .net เอาไว้
ธุรกิจนี้ทำให้ Verisign ยังคงความได้เปรียบไว้ และทำให้เป็นบริษัทเดียวในโลกที่เป็นเจ้าของพื้นที่ตรงนี้ ซึ่งต่อมา Verisign ก็หันมาโฟกัสธุรกิจนี้แบบเต็มตัว
และเลือกเก็บค่าใช้พื้นที่บนเว็บไซต์ .com และ .net แบบรายปี ปีละ 360 บาท กับนายหน้ารับจดทะเบียนที่คอยดูแลเรื่องนี้ให้บริษัทระดับโลก อย่างเช่น Google, Apple
ความน่าสนใจของธุรกิจนี้ก็คือ เป็นธุรกิจที่เติบโตได้เองเรื่อย ๆ มียอดคนมาจดทะเบียนเติบโตขึ้นเฉลี่ยปีละ 9% และยังเป็นธุรกิจที่ขึ้นราคาได้เรื่อย ๆ เฉลี่ยปีละ 2% จากการผูกขาด
ต่อไปเราลองมาดูรายได้ กำไร ของ Verisign กัน
- ปี 2023 รายได้ 49,000 ล้านบาท กำไร 27,000 ล้านบาท
- ปี 2024 รายได้ 51,000 ล้านบาท กำไร 33,000 ล้านบาท
- ปี 2025 รายได้ 54,000 ล้านบาท กำไร 35,000 ล้านบาท
จะเห็นได้ว่า รายได้ กำไร เติบโตขึ้นอย่างสม่ำเสมอทุกปี จากยอดจดทะเบียนชื่อเว็บไซต์ที่เติบโตขึ้นในแต่ละปี และ ค่าธรรมเนียมรายปี ที่ถูกปรับขึ้นในทุกปี
มาวันนี้ Verisign กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่า 830,000 ล้านบาท แม้จะเคยสะดุดขาดทุนจากการที่ต้องจำใจขายธุรกิจเดิมออกไป
ซึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่องนี้ก็คือ Verisign เลือกตัดขาตัวเองได้ถูกต้อง เลือกขายธุรกิจดูแลเว็บไซต์ที่มีคุณค่าน้อยกว่าออกไป
และเลือกเก็บธุรกิจหัวแถวอย่างการเป็นเจ้าของที่ดินบนโลกยุคอินเทอร์เน็ตที่มีชื่อว่า .com และ .net ไว้แทน
ซึ่งไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่ร่ำรวย หรือยิ่งใหญ่แค่ไหน
หากจะใช้เว็บไซต์ที่มีนามสกุลว่า .com และ .net
บริษัทเหล่านั้น ก็ต้องยอมจ่ายเงิน และส่งต่อไปให้ Verisign อยู่ดี..

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon