
เมื่อบริษัทโฆษณาอันดับ 1 จะจับมือทำธุรกิจกับ บริษัทไอทีอันดับ 1 ในไทย
เมื่อบริษัทโฆษณาอันดับ 1 จะจับมือทำธุรกิจกับ บริษัทไอทีอันดับ 1 ในไทย /โดย ลงทุนแมน
ลองนึกภาพว่า ผู้นำป้ายโฆษณานอกบ้านที่เราเห็นตามริมถนน สถานีรถไฟฟ้า และในสนามบิน วันดีคืนดีเดินเข้าไปร้านขายอุปกรณ์ไอทีอันดับ 1 ของไทย
แล้วบอกว่า "ผมขอเป็นเจ้าของบางส่วนของคุณนะ"
ลองนึกภาพว่า ผู้นำป้ายโฆษณานอกบ้านที่เราเห็นตามริมถนน สถานีรถไฟฟ้า และในสนามบิน วันดีคืนดีเดินเข้าไปร้านขายอุปกรณ์ไอทีอันดับ 1 ของไทย
แล้วบอกว่า "ผมขอเป็นเจ้าของบางส่วนของคุณนะ"
นี่ไม่ใช่เรื่องสมมติ แต่เป็นดีลจริงที่เพิ่งเกิดขึ้นในไทย
แล้วลงทุนแมนมองดีลนี้อย่างไร ? เรามาดูกัน
ไม่กี่วันก่อน PLANB เจ้าตลาดสื่อโฆษณานอกบ้าน
รายงานว่าได้เข้าซื้อหุ้นของ COM7 รวมทั้งสิ้น 263 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 11.01% ด้วยเงินลงทุนราว 7,219 ล้านบาท ชำระเป็นเงินสด
รายงานว่าได้เข้าซื้อหุ้นของ COM7 รวมทั้งสิ้น 263 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 11.01% ด้วยเงินลงทุนราว 7,219 ล้านบาท ชำระเป็นเงินสด
และดีลนี้ก็ไม่ใช่ดีลธรรมดา..
PLANB มีมูลค่าบริษัท 22,400 ล้านบาท
COM7 มีมูลค่าบริษัท 69,000 ล้านบาท
COM7 มีมูลค่าบริษัท 69,000 ล้านบาท
เห็นได้ว่านอกจาก PLANB กำลังจะเข้าไปร่วมเป็นเจ้าของบริษัทที่ใหญ่กว่าตัวเอง 3 เท่าแล้ว
ก็ยังใช้เงินลงทุนสูง เพราะแค่ในวันเดียว ก็ก้าวขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 3 ของ COM7 ทันที
ก็ยังใช้เงินลงทุนสูง เพราะแค่ในวันเดียว ก็ก้าวขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 3 ของ COM7 ทันที
ดูแล้ว การขยับขึ้นมาถือหุ้นระดับ 11% ในบริษัทที่ทำกำไรปีละหลายพันล้าน อาจจะไม่ใช่การซื้อเล่น ๆ เพื่อเก็งกำไรระยะสั้น
แต่เป็นการปักหลักเข้าไปนั่งในโครงสร้างผู้ถือหุ้นแบบจริงจัง ซึ่งตามธรรมเนียมของดีลขนาดนี้ ก็มีความเป็นไปได้ที่ PLANB จะขอส่งคนเข้าไปเป็นกรรมการบริษัทเพื่อร่วมกำหนดทิศทาง
ในเบื้องต้น COM7 จะออกมาย้ำว่าดีลนี้ไม่กระทบต่ออำนาจควบคุมหรือโครงสร้างการบริหารของบริษัท
ทีนี้ เรื่องที่น่าสนใจกว่าคือ "เงินที่เอามาซื้อ"
เพราะ PLANB ไม่ได้ควักกระเป๋าตัวเอง แต่ใช้เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินเป็นแหล่งเงินทุนหลัก
พูดง่าย ๆ คือ กู้มาซื้อ แล้ววางแผนเอาปันผลจาก COM7 มาทยอยจ่ายคืนหนี้
พูดง่าย ๆ คือ กู้มาซื้อ แล้ววางแผนเอาปันผลจาก COM7 มาทยอยจ่ายคืนหนี้
แล้วมันคุ้มไหม ?
นักวิเคราะห์ประเมินว่า ต้นทุนดอกเบี้ยของ PLANB อยู่ราว 3% กว่า
และคาดว่าจะได้เงินปันผลจาก COM7 ประมาณ 300 ล้านบาทต่อปี
ขณะที่ภาระดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน
และคาดว่าจะได้เงินปันผลจาก COM7 ประมาณ 300 ล้านบาทต่อปี
ขณะที่ภาระดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน
เห็นตัวเลขนี้แล้วต้องคิดต่อ..
เพราะเงินปันผลที่รับเข้ามา กับดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายออกไป มันเกือบจะเท่ากันพอดี
แปลว่าถ้ามองแค่ "ส่วนต่างดอกเบี้ยกับปันผล" ดีลนี้แทบไม่เหลือกำไร ให้ตื่นเต้น
นั่นหมายความว่า PLANB ไม่ได้เดิมพันกับปันผลรายปี แต่กำลังเดิมพันว่า COM7 จะโตขึ้น ดีขึ้น และมีมูลค่ามากขึ้น ในระยะยาว โดยยอมแลกกับการเป็นหนี้หลายพันล้าน
แล้ว PLANB สามารถแบกหนี้ก้อนนี้ไหวไหม ?
เราก็ต้องมาดูผลประกอบการของ PLANB ปี 2568
รายได้ 9,610 ล้านบาท
กำไร 1,105 ล้านบาท
กำไร 1,105 ล้านบาท
รายได้ กำไร ทำได้มากสุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท
โดย PLANB มีกระแสเงินสดอิสระ 2,509 ล้านบาท
และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย ต่อทุนอยู่ 0.28 เท่า
โดย PLANB มีกระแสเงินสดอิสระ 2,509 ล้านบาท
และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย ต่อทุนอยู่ 0.28 เท่า
ดูจากการเงินของบริษัทแล้ว บวกกับปันผลที่จะได้รับจาก COM7
PLANB ก็มีแนวโน้มที่จะจ่ายหนี้ก้อนนี้แบบไม่มีปัญหา
PLANB ก็มีแนวโน้มที่จะจ่ายหนี้ก้อนนี้แบบไม่มีปัญหา
ถ้าให้ลงทุนแมนวิเคราะห์ต่อ
นี่คือดีลที่ PLANB อยากได้หุ้น COM7 จำนวนมาก
นี่คือดีลที่ PLANB อยากได้หุ้น COM7 จำนวนมาก
เพราะถ้าต้องการแค่ผลตอบแทนทางการเงิน จริง ๆ แล้ว มันมีสินทรัพย์ให้เลือกลงทุนอีกเยอะที่ง่ายกว่านี้
การยอมกู้เงินก้อนโตมาถือหุ้นถึง 11% สะท้อนว่า PLANB น่าจะอยากกระจายธุรกิจออกจากป้ายโฆษณา และธุรกิจที่อยากไปให้ถึง ก็คือโลกของไอทีและเทคโนโลยี
แล้วถ้าสองเจ้านี้จับมือกัน น่าจะเกิดอะไรขึ้น ?
อย่างแรกที่เห็นภาพง่ายสุด คือ PLANB สามารถชวนคู่ค้าของ COM7 ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์เทคโนโลยีระดับโลก มาลงโฆษณาบนป้ายและสื่อของ PLANB ได้ กลายเป็นการหาลูกค้าโฆษณาและสร้าง Ecosystem จากความร่วมมือกัน
อย่างที่สอง ที่น่าตื่นเต้นกว่า คือธุรกิจแท็กซี่ไฟฟ้าของ COM7
เพราะ COM7 มีบริษัทลูกชื่อ EV7 ที่ทำแท็กซี่ EV โดย ณ สิ้นปี 2568 EV7 ส่งมอบรถได้ 1,673 คัน และตั้งเป้าปี 2569 จะส่งมอบเพิ่มอีก 3,600 คัน รวมเป็นกว่า 5,000 คัน
ที่น่าสนใจคือ กรุงเทพฯ มีแท็กซี่วิ่งอยู่ราว 80,000 คัน และมีราว 30,000 - 40,000 คันกำลังทยอยหมดอายุ
ลองจินตนาการดูว่า ถ้าวันหนึ่ง EV7 มีแท็กซี่หลายพันจนถึงหมื่นคันวิ่งทั่วเมือง แล้ว PLANB เข้าไปเสริมด้วยระบบสื่อโฆษณาบนตัวรถ ทั้งจอในรถ ป้ายบนหลังคา หรือสื่อดิจิทัลที่ยิงตามพิกัด รถแต่ละคันก็จะกลายเป็น "ป้ายโฆษณาเคลื่อนที่" ที่วิ่งเก็บเงินไปทั่วกรุงเทพฯ
และถ้าคิดต่อไปอีก โอกาส Synergy ยังมีได้อีกหลายมุม เช่น
-เอาพื้นที่ในร้านค้าของ COM7 กว่าพันสาขามาทำเป็นสื่อในร้าน
-ใช้ฐานข้อมูลลูกค้าไอทีมหาศาลของ COM7 มายิงโฆษณาให้ตรงกลุ่ม
-จับคู่การขายอุปกรณ์กับอิเวนต์กีฬาและคอนเทนต์ที่ PLANB ถือลิขสิทธิ์
และนี่คือประเด็นที่น่าคิดที่สุด
ถ้า PLANB ไม่หยุดอยู่แค่ 11% แต่ค่อย ๆ เพิ่มสัดส่วนขึ้นเรื่อย ๆ นั่นอาจแปลว่า PLANB กำลังจะเปลี่ยนร่างจาก "บริษัทสื่อโฆษณา" ไปสู่การเป็น Conglomerate ที่ถือหลายธุรกิจซึ่งเสริมกันเป็น Ecosystem เดียว
จากป้ายโฆษณา สู่ค้าปลีกไอที สู่แท็กซี่ EV สู่สินเชื่อ กลายเป็นกลุ่มธุรกิจที่ต้องจับตาในระยะยาว
ถ้าเราลองมาดูรายได้กำไร COM7 ที่ผ่านมา
ปี 2566 รายได้ 69,642 ล้านบาท กำไร 2,857 ล้านบาท
ปี 2567 รายได้ 79,233 ล้านบาท กำไร 3,307 ล้านบาท
ปั 2568 รายได้ 87,489 ล้านบาท กำไร 4,064 ล้านบาท
ปี 2567 รายได้ 79,233 ล้านบาท กำไร 3,307 ล้านบาท
ปั 2568 รายได้ 87,489 ล้านบาท กำไร 4,064 ล้านบาท
COM7 มีรายได้และกำไรเติบโตตลอดมา โดยมีรายได้ช่องทางใหม่ ๆ ของบริษัท เช่น คลาวด์ โซลาร์ สินเชื่อ ประกัน และแท็กซี่ EV
เราต้องติดตามกันต่อไปว่า PLANB จะเป็นแค่ผู้ถือหุ้น ที่รอรับปันผลเงียบ ๆ หรือเป็นอย่างที่ลงทุนแมนคาด คือจะใช้ 7,200 ล้านบาท เป็นค่าผ่านทาง เพื่อไปรุกธุรกิจใหม่ ที่ใหญ่กว่าเดิม..
คำเตือน : โพสต์นี้เป็นเพียงการนำเสนอข้อมูล และความเห็นส่วนตัว ไม่ได้มีจุดประสงค์ให้ซื้อ - ขาย หุ้นที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด