สรุปทริก การย้ายสิทธิ์ประกันสังคมตอนเกษียณ ไม่ให้เงินบำนาญหาย 70%

สรุปทริก การย้ายสิทธิ์ประกันสังคมตอนเกษียณ ไม่ให้เงินบำนาญหาย 70%

สรุปทริก การย้ายสิทธิ์ประกันสังคมตอนเกษียณ ไม่ให้เงินบำนาญหาย 70% /โดย ลงทุนแมน
มนุษย์เงินเดือนบริษัทเอกชนทั่วไป ที่ทำงานมาอย่างยาวนาน ต่างก็ตั้งตารอเงินบำนาญชราภาพรายเดือนของประกันสังคม ที่จะเป็นเบาะรองรับชีวิตในช่วงวัยเกษียณ
แต่รู้หรือไม่ว่า มีจุดเล็ก ๆ ที่หลายคนมองข้าม จนทำให้เงินบำนาญต่อเดือน ที่ควรได้รับเต็มเม็ดเต็มหน่วย อย่างที่ควรจะเป็น หายไปเกินกว่าครึ่งได้เลย
จุดเล็ก ๆ ที่ว่านี้ มันอยู่ตรงไหน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
สำหรับพนักงานบริษัทเอกชนทั่วไป เราจะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มผู้ประกันตนมาตรา 33
ในทุก ๆ เดือน บริษัทนายจ้างจะหักเงินเดือนของเราในอัตรา 5% เพื่อสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม โดยจะมีเพดานการหักเงินสูงสุด อยู่ที่ 875 บาทต่อเดือน
ซึ่งเงินจำนวนนี้ จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ก้อนหลัก ๆ คือ
- ก้อนรักษา/คุ้มครองชีวิต สำหรับเวลาเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต
- ก้อนครอบครัวและเกษียณ สำหรับสงเคราะห์บุตร และชราภาพ
- ก้อนตกงาน สำหรับกรณีว่างงาน
ซึ่งส่วนสำคัญที่สุด และเป็นเสมือนกระปุกออมสินระยะยาวในวัยเกษียณ ก็คือก้อนครอบครัวและเกษียณในส่วนของกรณีชราภาพนั่นเอง
โดยเราจะได้รับเงินก้อนนี้คืน เมื่อมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์
และสิ้นสุดสภาพการเป็นพนักงาน (ออกจากระบบ ม.33) แล้วเท่านั้น
ซึ่งรูปแบบการรับเงิน จะถูกแบ่งออกเป็น 2 กรณี
- เงินบำเหน็จ (ได้เงินก้อนครั้งเดียว) สำหรับคนที่ส่งเงินสมทบไม่ถึง 15 ปี หรือ 180 เดือน
- เงินบำนาญ (ได้เงินรายเดือนตลอดชีวิต) สำหรับคนที่ส่งเงินสมทบตั้งแต่ 15 ปี หรือ 180 เดือนขึ้นไป
คำถามที่ตามมาก็คือ แล้วเราจะได้เงินบำนาญเดือนละเท่าไร ?
สูตรการคำนวณของประกันสังคม จะคิดจากฐานเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย นำมาคูณด้วย 20% โดยคิดจากฐานเงินเดือนสูงสุดไม่เกิน 17,500 บาท
และถ้าใครส่งเงินสมทบเกิน 15 ปี ก็จะบวกเพิ่มให้อีกปีละ 1.5%
ลงทุนแมนขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่าย ๆ
ถ้าเราส่งเงินสมทบมา 15 ปีพอดี เราจะได้บำนาญ 3,500 บาทต่อเดือน (17,500 x 20%)
แต่ถ้าเราส่งเงินสมทบมา 25 ปี หรือเกินจากเกณฑ์ขั้นต่ำมา 10 ปี เราจะได้บำนาญเพิ่มเป็น 6,125 บาทต่อเดือน (17,500 x [20% + 15%])
ดูเผิน ๆ ทุกอย่างเหมือนจะเรียบง่าย และเราก็แค่รอรับเงินบำนาญชราภาพ ตอนอายุ 55 ปี
แต่ในความเป็นจริง กลับมีเงื่อนไขหนึ่งที่ซ่อนอยู่..
นั่นคือเมื่อเราลาออกจากงาน สิทธิ์ในการรักษาพยาบาลของประกันสังคม จะคุ้มครองเราต่ออีกแค่ 6 เดือนเท่านั้น และหลังจากนั้นสิทธิ์จะขาดทันที
ด้วยความกังวลว่าสิทธิ์รักษาพยาบาลจะหายไป ผู้ประกันตนหลายคนจึงรีบแก้ปัญหา ด้วยการไปสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 (ประกันสังคมสำหรับผู้ที่เคยสมัคร ม.33 มาก่อน) ทันที
โดยยอมส่งเงินสมทบเองเดือนละ 432 บาท เพื่อรักษาสิทธิ์พยาบาลไว้ และแลกกับการหยุดรับเงินบำนาญชราภาพไปก่อน
ซึ่งจุดเล็ก ๆ ที่หลายคนมองข้าม มันซ่อนอยู่ตรงนี้นั่นเอง..
เมื่อเวลาผ่านไป เราเปลี่ยนใจอยากยกเลิก ม.39 เพื่อกลับมาขอรับเงินบำนาญชราภาพ
ระบบจะอนุญาตให้เราทำได้ แต่ฐานเงินเดือน 60 เดือนสุดท้ายที่นำมาคำนวณเงินบำนาญ จะเปลี่ยนไปทันที
จากเดิมที่เคยใช้ฐานสูงสุด 17,500 บาท ตอนที่เราเป็นมนุษย์เงินเดือน
ระบบจะนำฐานเงินเดือนของ ม.39 ซึ่งถูกล็อกเอาไว้ตายตัวที่ 4,800 บาท มาใช้คำนวณแทนทันที
ผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือ..
คนที่เคยส่งเงินสมทบมา 15 ปี แทนที่จะได้เงินบำนาญ 3,500 บาท จะเหลือเพียง 960 บาทต่อเดือน
และคนที่เคยส่งเงินสมทบมา 25 ปี แทนที่จะได้ 6,125 บาท จะเหลือเพียง 1,680 บาทต่อเดือน
จะเห็นว่าเงินบำนาญของเรานั้นหายไปกว่า 70%
เพียงเพราะเราสลับไปใช้ ม.39 ทันทีที่ออกจากงาน
ถึงตรงนี้ หลายคนคงเกิดคำถามว่า แล้วเราจะรักษาฐานบำนาญ 17,500 บาทเดิมได้ ไปพร้อมรักษาสิทธิ์รักษาพยาบาลได้ไหม ?
ซึ่งสำหรับผู้ที่ลาออกจากงานตอนอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปเท่านั้น
เมื่อเราออกจากงาน (ม.33) ก็ให้ไปยื่นเรื่องขอรับบำนาญชราภาพทันที ซึ่งในช่วง 5 เดือนแรก สิทธิ์รักษาพยาบาลเดิมของเรา จะยังคงคุ้มครองอยู่ตามปกติ
แต่เมื่อเข้าสู่เดือนที่ 6 เราค่อยไปยื่นเรื่องสมัครเป็นผู้ประกันตน ม.39 เพื่อรักษาสิทธิ์พยาบาลต่อไป ด้วยวิธีนี้ ระบบจะสั่งงดจ่ายเงินบำนาญรายเดือนไว้ชั่วคราว
และหากในอนาคตเราลาออกจาก ม.39 เพื่อกลับมารับเงินบำนาญอีกครั้ง
ฐานเงินเดือนเดิมที่ 17,500 บาท ที่เราเคยทำเรื่องรับบำนาญไว้ในตอนแรก จะนำมาคำนวณให้เหมือนเดิม โดยไม่สนใจฐาน 4,800 บาทของ ม.39 อีกต่อไป
นอกจากนี้ ระยะเวลาที่เราส่งเงินสมทบในช่วงที่เป็น ม.39 ก็จะถูกนำมาบวกเป็นอายุงานเพิ่มให้อีกปีละ 1.5% ด้วย
ทั้งนี้ต้องบอกอีกครั้งว่า การลาออกจาก ม.39 ต้องแลกกับการยอมเสียสิทธิ์รักษาพยาบาลของประกันสังคมไปด้วย นั่นหมายความว่า เราอาจต้องเปลี่ยนไปใช้สิทธิ์บัตรทองหรือประกันส่วนตัวแทน
อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้สำนักงานประกันสังคมได้เสนอให้มีการใช้วิธีการคำนวณรูปแบบใหม่ ที่รู้จักกันในชื่อสูตร CARE ซึ่งอยู่ระหว่างรอคณะรัฐมนตรีอนุมัติ
โดยสูตร CARE จะเปลี่ยนจากเดิมที่ใช้ฐานค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย
มาเป็นการนำฐานค่าจ้างที่ใช้ส่งเงินสมทบ ตลอดช่วงที่เป็นผู้ประกันตนมาคำนวณ
จะเห็นว่า การทำความเข้าใจ และบริหารจัดการสิทธิ์ให้ถูกต้อง เป็นสิ่งที่ช่วยปกป้องผลประโยชน์ที่เราสร้างมาทั้งชีวิต
ช่วยให้หยาดเหงื่อแรงงานตลอดหลายสิบปีในชีวิตมนุษย์เงินเดือนของเรา ออกดอกออกผลเป็นเงินเกษียณที่เต็มเม็ดเต็มหน่วยอย่างที่ควรจะเป็น..
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon