
สรุปมหากาพย์ปริศนา "สุภาพร พิมพงษ์" ที่สั่นสะเทือนตลาดทุนไทย
1. การปรากฏตัวของเศรษฐีนีปริศนา
วันที่ 2 ก.ค. 2569 ระบบของ ก.ล.ต. ปรากฏแบบรายงาน 246-2 ระบุว่า นางสาวสุภาพร พิมพงษ์ ได้เข้าซื้อหุ้น TRUE เพิ่มอีก 3.2174% เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2569
วันที่ 2 ก.ค. 2569 ระบบของ ก.ล.ต. ปรากฏแบบรายงาน 246-2 ระบุว่า นางสาวสุภาพร พิมพงษ์ ได้เข้าซื้อหุ้น TRUE เพิ่มอีก 3.2174% เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2569
ทำให้สัดส่วนการถือครองรวมพุ่งเป็น 7.0992% (ประมาณ 2.46 พันล้านหุ้น) คิดเป็นมูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท
และทำให้เธอกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 6 ของ TRUE ทันที
ทั้งนี้ ก.ล.ต. แถลงอัปเดตว่า มีการบันทึกรายงานการได้มาของหลักทรัพย์ทั้งหมด 7 รายงาน รวม 6 หลักทรัพย์ เข้ามาในระบบเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน และ 2 กรกฎาคม 2569 โดยอ้างว่าเป็นการได้มาที่ต่างเวลากันตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา
2. เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนก เพราะไม่มีใครในวงการรู้จักชื่อสุภาพร พิมพงษ์ มาก่อน เธอไม่มีประวัติการลงทุนขนาดใหญ่ จึงเกิดคำถามมากมายว่าเธอคือใคร ใช้เงินทุนจากไหน เป็นนอมินีหรือไม่ หรือเป็นการซื้อขายนอกกระดาน หรือเป็นเพียงข้อมูลที่ผิดพลาด
3. TRUE ออกโรงโต้แย้งข้อมูลทันที ในวันที่ 6 ก.ค. 2569
โดย TRUE ตรวจสอบแบบรายงานและพบจุดผิดสังเกตใหญ่ คือมีการระบุถึงการถือหุ้นบุริมสิทธิ ซึ่งปัจจุบัน TRUE ไม่มีหุ้นประเภทนี้และไม่เคยเสนอขายแก่ประชาชนทั่วไป
โดย TRUE ตรวจสอบแบบรายงานและพบจุดผิดสังเกตใหญ่ คือมีการระบุถึงการถือหุ้นบุริมสิทธิ ซึ่งปัจจุบัน TRUE ไม่มีหุ้นประเภทนี้และไม่เคยเสนอขายแก่ประชาชนทั่วไป
และนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ TRUE ได้ให้สัมภาษณ์ว่า นี่คือข่าวเพี้ยน และบริษัทได้ร้องขอให้ ก.ล.ต. เร่งตรวจสอบ
4. จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าชื่อของสุภาพร พิมพงษ์ ถูกใช้ยื่นแบบรายงานที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ถึง 6 แห่ง ได้แก่ TRUE, KBANK, AAV, BBL, GLS และ MAJOR โดย ก.ล.ต. ระบุว่ามีจำนวนรวมทั้งสิ้น 7 รายงาน ซึ่งอ้างว่าเป็นการได้มาของหลักทรัพย์ที่ต่างเวลากันตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา
5. MAJOR ยืนยันไร้รายชื่อในระบบทะเบียน
MAJOR เป็นอีกบริษัทที่แจ้ง ก.ล.ต. ว่าพบการยื่นแบบ 59 (รายงานของกรรมการ/ผู้บริหาร) อ้างว่าบุคคลนี้ถือหุ้นสามัญกว่า 41.1 ล้านหุ้นมาตั้งแต่ปี 2551
5. MAJOR ยืนยันไร้รายชื่อในระบบทะเบียน
MAJOR เป็นอีกบริษัทที่แจ้ง ก.ล.ต. ว่าพบการยื่นแบบ 59 (รายงานของกรรมการ/ผู้บริหาร) อ้างว่าบุคคลนี้ถือหุ้นสามัญกว่า 41.1 ล้านหุ้นมาตั้งแต่ปี 2551
แต่เมื่อตรวจสอบกับสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น (Whitelist) กลับไม่พบชื่อบุคคลดังกล่าวเลย
MAJOR จึงได้แจ้งเรื่องนี้ต่อ ก.ล.ต. เช่นกัน
MAJOR จึงได้แจ้งเรื่องนี้ต่อ ก.ล.ต. เช่นกัน
6. เมื่อ ก.ล.ต. พบความผิดปกติ จึงได้ระบุสถานะของรายงานเป็น “ข้อมูลเบื้องต้น” ไว้ก่อนเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ต่อมาเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ก.ล.ต. จึงได้เปลี่ยนสถานะของข้อมูลเป็น “อยู่ระหว่างตรวจสอบความถูกต้อง” เนื่องจากข้อมูลมีความไม่สอดคล้องกัน
7. วันที่ 8 ก.ค. 2569 ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง เล็งเห็นถึงผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของตลาดทุน จึงสั่งการด่วนให้ ก.ล.ต. เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดเพื่อความโปร่งใส
8. เมื่อ ก.ล.ต. ตรวจสอบพบความไม่ถูกต้องและได้รับการยืนยันจากบริษัทจดทะเบียนที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 จึงได้นำข้อมูลทั้งหมดออกจากระบบเผยแพร่ข้อมูล
โดยสรุปสาระสำคัญของความไม่ถูกต้องได้คือ ไม่พบชื่อผู้รายงานเป็นผู้ถือหุ้นในวันปิดสมุดทะเบียนในช่วงภายหลังของการได้มาและไม่มีรายงานการจำหน่ายออก ประเภทหลักทรัพย์ที่อ้างว่าได้มาไม่มีอยู่จริงในช่วงเวลาที่ระบุ และการรายงานจำนวนหลักทรัพย์ไม่ใช่ธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริง เช่น รายงานการใช้สิทธิซื้อหุ้นตรงกับการใช้สิทธิหุ้นกู้แปลงสภาพของบุคคลอื่นพอดี
9. เผยกระบวนการทำงานของระบบและช่องโหว่ Self-declared
ระบบการรายงานแบบ 246-2 ของ ก.ล.ต. มีกระบวนการยืนยันตัวตนโดยต้องลงทะเบียนข้อมูลส่วนบุคคลให้ตรงกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรของกรมการปกครอง
ระบบการรายงานแบบ 246-2 ของ ก.ล.ต. มีกระบวนการยืนยันตัวตนโดยต้องลงทะเบียนข้อมูลส่วนบุคคลให้ตรงกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรของกรมการปกครอง
หากตรงกันระบบจึงจะให้ยืนยันตัวตนผ่าน OTP ไปยังหมายเลขโทรศัพท์ หลังจากนั้นผู้รายงานสามารถบันทึกข้อมูลได้ โดยต้องรับรองความถูกต้องตามความเป็นจริง และรับทราบว่าข้อมูลจะถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะ
ซึ่งจุดนี้เองที่ไม่ได้มีการลิงก์ระบบเพื่อตรวจสอบยอดหุ้นจริงกับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) ก่อนเผยแพร่
10. นอกจากแบบ 246-2 แล้ว ก.ล.ต. ตรวจสอบพบว่าผู้รายงานรายนี้มีการรายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ตามมาตรา 59 (แบบ 59) ทั้งที่ไม่ได้เป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคคลที่มีหน้าที่ต้องรายงาน
ซึ่งระบบแบบ 59 นี้ก็ใช้กระบวนการลงทะเบียนเพื่อยืนยันตัวตนในลักษณะเดียวกับแบบ 246-2 ก.ล.ต. จึงได้ดำเนินการนำข้อมูลส่วนนี้ออกจากระบบแล้วเช่นกัน
11. ก.ล.ต. ได้แถลงไลฟ์สดชี้แจง ในวันที่ 9 ก.ค. 2569
ศ. ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ได้จัดแถลงข่าวไลฟ์สดเพื่ออธิบายข้อเท็จจริง ลำดับการทำงาน ข้อกฎหมาย และรายละเอียดเชิงลึกของเหตุการณ์ทั้งหมด เพื่อทำความเข้าใจกับสาธารณชนและนักลงทุน
ศ. ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ได้จัดแถลงข่าวไลฟ์สดเพื่ออธิบายข้อเท็จจริง ลำดับการทำงาน ข้อกฎหมาย และรายละเอียดเชิงลึกของเหตุการณ์ทั้งหมด เพื่อทำความเข้าใจกับสาธารณชนและนักลงทุน
โดยยืนยันว่า ผู้ยื่นมีตัวตนจริง แต่รายงานข้อมูลไม่ถูกต้อง
ซึ่งกรณีการนำส่งข้อมูลที่เป็นเท็จหรืออาจก่อให้เกิดความสำคัญผิดในสาระสำคัญต่อ ก.ล.ต. ซึ่งข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดเผยต่อประชาชนเป็นการทั่วไปนั้น
เข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 302/1 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 1 แสนบาท
12. ด้านการบังคับใช้กฎหมาย ขณะนี้เรื่องอยู่ในขั้นตอนการให้บุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงข้อมูลตามกระบวนการของ ก.ล.ต.
จนถึงปัจจุบัน ตัวตนและเจตนาที่แท้จริงของสุภาพร พิมพงษ์ ยังคงเป็นปริศนา เรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนเชิงลึก
ซึ่งต้องติดตามต่อไปว่าสุภาพรจะได้รับโทษหนักแค่ไหน มีเจตนาอะไรถึงรายงานข้อมูลเท็จ รวมถึงต่อไปสำนักงาน ก.ล.ต. จะเพิ่มมาตรการอะไรเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอีก..